ข่าว

เสือป่าไม่ทันครางฮือ

เสือป่าไม่ทันครางฮือ

24 ธ.ค. 2552

เห็นการทำหน้าที่ของ "คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร" ที่มี "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณากรณีที่กระทรวงสาธารณสุขห้ามบริษัทเอกชนโฆษณาประชาสัมพันธ์ เผยแพร่และแจกปฏิทินลีโอเบียร์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต แล้วให้รู้สึกตื่นเต้น

 "คณะกรรมาธิการ" ได้เชิญหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายภาครัฐและเอกชนเข้าชี้แจง แต่ที่ฮือฮาและครางฮือ ทั้งบรรดา ส.ส.-สื่อมวลชน คงเป็นการปรากฏโฉม 4 นางแบบปฏิทินลีโอ มาชี้แจงด้วย

 ขนาด ส.ส.ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการชุดนี้ ยังอุตส่าห์แอบย่องเข้ามา แล้วทำปาก จุ๊ๆ ใส่นักข่าวขอแอบสังเกตการณ์...แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะชุดที่นางแบบสวมใส่มานั้น มันคนละเรื่องกับชุดที่พวกเธอทำงานปฏิทินชุดนั้น

 ทันทีที่เริ่มการประชุม "สุรพงษ์" ได้กล่าวเชิงตำหนิการทำหน้าที่ของ "มานิต นพอมรบดี" รมช.สาธารณสุข และต้องการให้กระทรวงดำเนินการด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ เพราะอาจกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต...ตามคาด !

 แต่ที่เหนือจากที่คาดการณ์กลับเป็นเรื่องที่ สุรพงษ์ บอกว่า ไม่ควรกล่าวหาเอาผิดหรือมองประเด็นทางสังคมมากจนเกินไป โดยยกกรณีการโฆษณาของเบียร์ช้างที่นำนายแบบ 3 คนมาขึ้นป้ายขนาดใหญ่ติดตามสถานที่ต่างๆ ก็ต้องถือว่าผิดเหมือนกัน

 ขณะที่ "มานิต" สงสัยไม่ทันได้คิดเรื่อง โฆษณาช้าง เลยยกข้อมูลเก่ามาแจงว่า สาธารณสุขได้ฟ้องร้องบริษัทเบียร์ไปแล้ว 65 คดี แล้วก็กำลังเตรียมจะฟ้องบริษัทเหล้าอีกเพื่อจะได้โดนกันถ้วนหน้า เอ๊ย...เพื่อให้เท่าเทียมกัน

 สิ่งที่ทั้งสองโต้ตอบกันนั้นไม่เท่าไหร่ เพราะหลายคนเริ่มตะหงิดๆ ว่า ตกลง "สุรพงษ์" มุ่งแค่ประเด็นการจัดเก็บรายได้ที่อาจกระทบกับกรมสรรพสามิต เท่านั้นเองหรือ ?

 ทำไม "สุรพงษ์" มองว่าการทำหน้าที่ของ "กระทรวงสาธารณสุข" เลือกปฏิบัติ ฟ้องเฉพาะปฏิทินลีโอ โดยไม่ฟ้องการโฆษณาของเบียร์ช้างที่นำนายแบบ 3 บุคลิกมาขึ้นป้ายขนาดใหญ่ตามสถานที่ต่างๆ

 หากนำสื่อของสองบริษัทสุรายักษ์ใหญ่มาเปรียบเทียบเรื่องความเหมาะสมของภาพที่นำเสนอในแง่สมควรถูก "ฟ้องร้อง" ตามมุมมองของกระทรวงวัฒนธรรมคงไม่ต้องพูดถึง

 แต่พอ "กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินฯ" เข้ามาจับเรื่องนี้ มันก็เลยรู้สึกแปลกๆ

 และก่อนหน้านี้กรรมาธิการบางคน ก็ไม่เห็นด้วยกับการหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณา

 จึงไม่น่าแปลกใจที่การพิจารณาครั้งนี้จะมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมเพียงแค่ 3 คน คือ "สุรพงษ์, พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล, ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง" แบ่งเป็นพรรคก็เท่ากับ เพื่อไทย 2 ประชาธิปัตย์ 1

 ทั้งที่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ช่วงที่มีการพิจารณาเรื่องกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นำสินค้าจำนวนมากเข้าประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ซึ่งก็มีสมาชิกเข้าประชุมกันแทบเต็มห้อง

 พอมาคุยเรื่อง "ปฏิทินลีโอ" สมาชิกกลับหนีหน้ากันไปเกือบหมด ทั้งที่มีนางแบบสาวสวย มาให้เห็นแบบตัวเป็นๆ ถึง 4 คน

 เกิดอะไรขึ้นกับท่านกรรมาธิการทั้งหลาย

 พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษา กมธ. จึงอดไม่ได้ที่จะออกปากท้วงติงการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ ที่ไปหยิบเรื่องเล็กๆ ทำตามกระแสสังคมมาพิจารณา อันจะเป็นหนทางที่ทำให้การทำหน้าที่กรรมาธิการหมดความศักดิ์สิทธิ์

 ที่สำคัญกรณี "ปฏิทินลีโอ" เป็นการทำสวนทางกับประเพณีไทยเท่านั้น เรื่องแบบนี้ควรยกให้กรรมาธิการวัฒนธรรม หรือกรรมาธิการสาธารณสุขเป็นผู้นำเรื่องไปพิจารณา

 ตรงนี้เองที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า "สุรพงษ์" เชิญ "ลีโอ" มาชี้แจง ด้วยเหตุอันใด หรือมีความนัยเรื่องอื่นแอบแฝงตามยุคสมัยที่อะไรๆ ก็ ลับ ลวง พราง

 เดาไปต่างๆ นานา ว่า หรือเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำเมายักษ์ใหญ่

 หรือ "พิเชษฐ" จะรู้ทันความคิดของ "สุรพงษ์"  ตามประสาศิษย์ร่วมสำนัก "ประชาธิปัตย์" ด้วยกันมาก่อน

 ที่สำคัญ ทันทีที่ "พิเชษฐ" พูดจบ "สุรพงษ์" ซึ่งปกติจะไม่ยอมใคร แต่งานนี้กลับเงียบกริบ แถมรีบตัดบทปิดการประชุมทันที ทั้งที่เพิ่งประชุมได้ไม่ถึงชั่วโมง

 งานนี้ เสือป่าเลยไม่ทันคราง เพราะดันมีคำถามว่า เชิญ "ลีโอ" มา "ซัก" หรือ "ฟอก" กันแน่ !