ข่าว

ศาลอาญาเข้ม ไข้สูง-กลุ่มเสี่ยง ห้ามเข้า

ศาลอาญาเข้ม ไข้สูง-กลุ่มเสี่ยง ห้ามเข้า
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

กันไว้ก่อน ศาลอาญาเข้ม ยกระดับคัดกรอง สกัดเสี่ยงโควิดเข้าศาล 

 

 

               ศาลอาญา ออกประกาศให้ฟังชัดๆ ก่อนเข้าศาลต้องคัดกรอง กลุ่มไข้สูง-เคยไป ตปท.กลุ่มเสี่ยง ห้ามปกปิดผิดละเมิดอำนาจศาล หากมีคดีขอเลื่อนได้ - ใช้ IT ช่วยกระบวนพิจารณา จำกัดเฉพาะคู่ความเข้าห้องพิจารณาคดี ต้องเว้นระยะ Social Distancing

 

อ่านข่าว อัยการ เข้ม 6 มาตรการ สกัด โควิด-19 ฉีดฆ่าเชื้อสำนวนคดี

 

               วันที่ 30 มี.ค.2563 นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ออกประกาศข้อกำหนดศาลอาญา เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) เพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย

 

               โดยอาศัยอำนาจ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) มาตรา 30 กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของบุคลากร , คู่ความและประชาชนที่มาติดต่อราชการในศาลอาญา อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการในที่สุด โดยข้อกำหนดนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.เป็นต้นไป ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 

               - ห้ามไม่ให้บุคคล ดังต่อไปนี้เข้ามาในอาคารศาลอาญา

 

               1. บุคคลที่มีไข้ โดยวัดอุณหภูมิร่างกายเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส 

               2. บุคคลที่เดินทางมาจากหรือแวะผ่าน (Transit) หรือเปลี่ยนเครื่อง (Transfer) ณ ประเทศ หรือเขตการปกครองที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายและเข้ามาอยู่ในประเทศไทยยังไม่เกิน 14 วัน รวมทั้งบุคคลที่พักอาศัยในที่พักเดียวกันหรือบุคคลที่ติดต่อใกล้ชิดกับบุคคลดังกล่าวด้วย

 

               - ผู้ที่มาติดต่อราชการซึ่งเป็นบุคคลที่มีไข้เกิน 37 องศาเซลเซียส และบุคคลที่เดินทางมาจาก หรือแวะผ่าน หรือเปลี่ยนเครื่อง ณ ประเทศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายฯ หรือผู้ที่นำบุคคลดังกล่าวมา มีหน้าที่ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ รปภ. หรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของศาลทราบ ก่อนเข้าอาคารศาลอาญา

 

             - เจ้าหน้าที่ รปภ. หรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ มีอำนาจตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเข้าอาคารศาลอาญาว่าบุคคลใดเป็นบุคคลที่มีไข้เกิน 37 องศาเซลเซียส และบุคคลที่เดินทางมาจาก หรือแวะผ่าน หรือเปลี่ยนเครื่อง ณ ประเทศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายหรือไม่ หากบุคคลนั้นไม่ได้ให้ความยินยอม หรือมีข้อสงสัย ก็ให้เจ้าหน้าที่ รปภ. หรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ แจ้งให้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญาทราบ และให้ผู้อำนวยการสำนักฯ เสนอรายงาน ต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาต่อไป

 

               - บุคคลที่เข้ามาในบริเวณศาลอาญา จะต้องแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์การคัดกรองตามที่ศาลอาญากำหนด และห้ามปกปิดหรือทำลายเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์การคัดกรองออกจากบริเวณที่ติด และต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในบริเวณศาลอาญารวมทั้งควรล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ที่ศาลอาญาได้จัดเตรียมไว้

 

               - กรณีบุคคลที่มีไข้เกิน 37 องศาเซลเซียส และบุคคลที่เดินทางมาจาก หรือแวะผ่าน หรือเปลี่ยนเครื่อง ณ ประเทศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย เป็นคู่ความ , พยาน และบุคคลที่โจทก์หรือจำเลย ร้องขอ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฉบับที่ 2 (สนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยี เช่น การประชุมทางไกลผ่านจอภาพ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในกระบวนพิจารณาคดี)

 

               - กรณีบุคคลบุคคลที่มีไข้เกิน 37 องศาเซลเซียส และบุคคลที่เดินทางมาจาก หรือแวะผ่าน หรือเปลี่ยนเครื่อง ณ ประเทศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย มีความประสงค์จะขอเลื่อนการพิจารณาคดี ให้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อขอคำแนะนำ และต้องยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาคดีพร้อมแนบหลักฐานใบรับรองแพทย์ , สำเนาหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นโดยที่ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีไข้เกิน 37 องศาเซลเซียส และบุคคลที่เดินทางมาจาก หรือแวะผ่าน หรือเปลี่ยนเครื่อง ณ ประเทศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย โดยให้ส่งคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาคดีทางไปรษณีย์ หรือทางโทรสาร (FAX) 0-2512-8346 หรือทางอีเมล [email protected] หรือทางเว็บไซต์ https://crimc.coj.go.th หรือมอบฉันทะให้ผู้ที่ไม่มีไข้สูงเกินเกณฑ์และไม่ใช่คนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงมายื่นแทน

 

               - ในการพิจารณาคดี อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีเท่านั้น เข้าไปในห้องพิจารณาคดี สำหรับจำเลยหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกคุมขังต้องนั่งในบริเวณที่ศาลกำหนดไว้ให้เป็นสัดส่วน เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอื่น (Social Distancing) และห้ามญาติผู้ต้องขังเยี่ยมผู้ต้องขัง ณ ห้องขังของศาลบริเวณชั้น 1 , ห้องพิจารณาคดี ตลอดจนระหว่างทางเดินไปยังห้องพิจารณาคดี

 

               - การติดต่อราชการศาล , การพิจารณาคดีอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีเท่านั้น เว้นแต่บุคคลที่มีความจำเป็นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคู่ความ เช่น อัยการ , ทนายความ , พยาน และบุคคลที่โจทก์หรือจำเลยร้องขอ โดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอื่น Social Drag ตามสมควร

 

               - พนักงานขนส่งสินค้าพัสดุและอาหารของบริษัทเอกชน ให้ส่งสินค้าพัสดุและอาหารด้านหน้าอาคารศาลอาญาเท่านั้น

 

               - บุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการภายในห้องผู้บริหาร , ห้องผู้พิพากษา , ห้องทำงานธุรการต้องแลกบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรแสดงบุคคลประเภทอื่น หรือหลักฐานในการมาติดต่อราชการศาล ณ ประตูทางเข้าอาคารศาลอาญา ชั้น 2

 

               โดยผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ , ปกปิดข้อมูล หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับสถานะของบุคคลให้ถือว่ามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1)

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ก่อนหน้านี้วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา "นายชูชัย" อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ออกประกาศศาลอาญา เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019, COVID-19) ครั้งแรก ระบุว่าเพื่อให้การดำเนินการติดตาม ป้องกัน เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ศาลอาญาจึงประกาศให้ทราบทั่วกัน ดังนี้

 

               1. ขอความร่วมมือให้คู่ความหรือประชาชน ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม , พนักงานราชการศาลยุติธรรม และลูกจ้างในศาลอาญา เข้า - ออกบริเวณด้านหน้าศาลอาญาเพียงจุดเดียว เพื่อเฝ้าระวังและคัดกรอง โดยขอสงวนสิทธิ์หากตรวจพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูง ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียส ขึ้นไป ห้ามเข้าบริเวณอาคารศาลอาญา

 

               2. กรณีที่คู่ความหรือประชาชน ที่ต้องมาติดต่อราชการศาล อยู่ระหว่างติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรืออยู่ในภาวะเสี่ยง หรือโดนกักตัว 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังดูอาการจากการติดเชื้อไวรัส สามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลอาญา ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2541-2284-90 โดยไม่ต้องเดินทางมาศาล หรือหากมาศาลต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือผู้อำนวยการฯ ทันที หากข้อความที่แจ้งเป็นเท็จเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าว อาจมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

 

               3. ขอให้ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม , พนักงานราชการศาลยุติธรรม และลูกจ้างในศาลอาญา ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์โรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 จากหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค หรือหน่วยงานทางราชการอย่างใกล้ชิดเป็นสำคัญ และขอให้ปฏิบัติตนตามมาตรการของกรมควบคุมโรค เช่น ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ , สวมหน้ากากอนามัย , ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยทางเดินหายใจ , ผู้ป่วยไอจาม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้สวมหน้ากากอนามัย ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น

 

               4. หากปรากฏว่า มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ให้ข่าว หรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดต่อเชื้อโควิด-19 ทางสื่อออนไลน์หรือด้วยประการใดๆ ซึ่งบิดเบือนจากข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้เกิดการตื่นตระหนก ตกใจกลัวต่อประชาชน สร้างความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของศาลอาญา บุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้นอาจจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง