ข่าว

แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนฉบับที่1

แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนฉบับที่1

24 ธ.ค. 2552

เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านพ้นมา หอการค้าไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศประจำปี 2552 ที่ จ.เชียงใหม่

 และเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าปกหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ แต่เรื่องที่ขึ้นหน้าปกกลับเป็นเรื่องนายกรัฐมนตรีจะไปเข้าร่วมประชุมและกล่าวปิดการสัมมนาตามกำหนดตามเดิมหรือไม่ ทั้งนี้เป็นปัญหาจากการเคลื่อนไหวของ “พลพรรคเสื้อแดง” ดังที่เป็นข่าวกันอยู่ จึงเป็นเหตุให้บดบังสาระสำคัญในที่ประชุมครั้งนี้

 สาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้เป็นความคิดริเริ่มใหม่ในด้านเศรษฐกิจของภาคเอกชน กล่าวคือเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งแต่เดิมนั้นเราเพียงแต่ได้ยินว่าภาครัฐเป็นผู้จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจมาถึง 11 แผน (ครอบคลุมเวลากว่า 50 ปี) ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11

 ที่เรียกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจของภาคเอกชนนั้น ประกอบด้วยแผนยุทธศาสตร์ 6 แผน โดยแบ่งกิจกรรมเศรษฐกิจของประเทศเป็น 18 กลุ่มจังหวัด และในแต่ละกลุ่มจังหวัดยังแบ่งเป็น 7 กลุ่มธุรกิจ ค่อนข้างสลับซับซ้อนที่ต้องตั้งใจศึกษาเพื่อความเข้าใจ

 แผนยุทธศาสตร์ 6 แผนนั้นประกอบด้วย 1)ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2) ยุทธศาสตร์การปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ 3)ยุทธศาสตร์การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ 4)ยุทธศาสตร์การส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาล 5)ยุทธศาสตร์รักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต และ 6)ยุทธศาสตร์การป้องกันและเฝ้าระวัง

 แผนยุทธศาสตร์ทั้ง 6 รายการข้างต้นคือการพยายามตอบคำถามที่ว่าจะให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างไร เช่นยุทธศาสตร์ที่ 1 ก็คือการตอบคำถามที่ว่าทางภาคธุรกิจจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร เป็นอาทิ

 ส่วนการแบ่งกลุ่มจังหวัดนั้นเป็นไปตามทางราชการเพื่อให้มีจุดประสานงานระหว่างรัฐกับเอกชนให้สะดวกขึ้น

 การแบ่งกลุ่มธุรกิจแบ่งเป็น 7 กลุ่มได้แก่ 1)กลุ่มธุรกิจเกษตร ประมงและอาหาร 2)กลุ่มธุรกิจสิ่งทอ 3)กลุ่มธุรกิจอัญมณี 4)กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง 5)กลุ่มธุรกิจการค้าชายแดน 6)กลุ่มธุรกิจบริการสุขภาพ และ 7)กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว นอกจากนี้ หอการค้าฯ ยังได้เสนอด้วยว่าเรื่องโลจิสติกส์เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนาและประเด็นเรื่องการค้าชายแดนก็เป็นกิจกรรมอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

 เป็นที่น่าสังเกตว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจของภาคเอกชนนี้ในการจัดโครงสร้างเป็นไปตามแนวความคิดที่เรียกว่า “แมตริกซ์” ซึ่งเป็นของใหม่ที่คนทั่วไปยังไม่เข้าใจดี และการปฏิบัติการตามแผนยุทธศาสตร์นี้เอกชนจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากราชการอย่างเต็มที่ และฝ่ายราชการจะต้องเข้าใจแนวความคิดในการริเริ่มของภาคเอกชนครั้งนี้อย่างถ่องแท้ด้วย

 มิฉะนั้นแผนก็เป็นเพียงแผนกระดาษ ซึ่งวางแผนแล้วก็ไปนิ่งอยู่ตามลิ้นชักโต๊ะของข้าราชการระดับต่างๆ เหมือนที่เคยเป็นไป ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลเมื่อรับข้อเสนอไปแล้วจะต้องดำเนินการติดตามเร่งรัดและแจ้งให้สาธารณชนทราบเป็นระยะๆ

 นายหนูใหญ่ [email protected]