ข่าว

ข้อดีในปัญหาเรื่องการพิมพ์และแจกปฏิทินเบียร์สิงโต

ข้อดีในปัญหาเรื่องการพิมพ์และแจกปฏิทินเบียร์สิงโต

24 ธ.ค. 2552

ผมว่าข้อดีในเรื่องของปัญหาการแจกปฏิทินนั้นก็คือทำให้เราเริ่มตั้งคำถามกับสภาวะมือถือสากปากถือศีลในสังคมไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องราวใหญ่ๆ สามเรื่อง

 เรื่องแรก คือตกลงว่าสังคมไทยนั้นจะเอายังไงกับเรื่องของสื่อลามก ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าปฏิทินเบียร์ลีโอนั้นลามก แต่สังคมน่าจะได้ตั้งคำถามกันว่าตกลงนั้นอะไรที่เรียกว่าลามก เพราะเห็นว่าเดี๋ยวนี้มีคำว่า เซ็กซี่ มีคำว่าหวิว ตกลงมันคืออะไรกันแน่

 เรื่องนี้เหมือนจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาพปฏิทิน (น่าแปลกดี) แต่เริ่มเกี่ยวข้องเมื่อมีการแจกปฏิทิน เพราะเครือข่ายผู้หญิงต่างๆ ออกมาโวยวาย ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าออกมาโวยวายเรื่องการพิมพ์ หรือออกมาโวยวายเรื่องการแจก

 เรื่องที่สอง คือตกลงว่าสังคมไทยจะเอายังไงกับของมึนเมา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะนอกจากที่ผ่านมาเราจะมีวิธีคิดสามด้านที่เหมือนจะขัดกันเอง ในทางแรกก็คือ ในฐานศาสนาของคนส่วนใหญ่ในสังคม การดื่มสุราผิดแน่ ในฐานที่สองการผลิตสุรานั้นถูกผูกขาดโดยรัฐในการอนุญาตให้ผลิต และปราบคนอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาต (จนกระทั่งเริ่มมีเหล้าพื้นบ้านที่ทำให้เรื่องการผลิตและอนุญาตนั้นมีวงที่กว้างขึ้น) ซึ่งก็เป็นที่มาสำคัญของรายได้ของรัฐ รวมทั้งการห้ามดื่มสุราแล้วมาขับรถ

 แต่ในฐานที่สาม เราทำให้การดื่มสุราเป็นบาปอันเป็นประโยชน์ คือไปผูกว่าภาษีที่จะมาส่งเสริมสุขภาวะนั้นเป็นภาษีบาป หรือภาษีที่เกิดจากอบายมุข

 ลองสังเกตดีๆ จะพบว่าเรื่องราวของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์และแจกปฏิทินนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกฎระเบียบในระดับรายละเอียด ในแง่ของการห้ามเพราะเป็นการส่งเสริมการขาย แล้วก็มาเถียงกันว่าถ้าขายแยกไปเลยจะผิดไหม ก็โดนว่าผิดอีก เพราะว่ามีตราอยู่แล้ว

 เรื่องต่อมาที่สืบโยงกันก็คือเรื่องของการเปิดเผยว่าบริษัทเหล่านี้เขาผิดระเบียบอีกตั้งหลายกรณี ก็คงต้องถามต่อไปว่าตกลงเรื่องนี้จะเอายังไงกันต่อไป จะเอาจริงเอาจังแค่ไหน

 พูดไปก็แปลก เพราะว่าการถกเถียงเรื่องนี้ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องของแรงกดดันที่มีต่อหน่วยงานภาครัฐ เช่นกระทรวงสาธารณสุข และก็เครือข่ายประชาชน แต่ส่วนที่เงียบและไม่ถูกแรงกดดันเลยก็คือ สสส. ที่รับภาษีบาปไปกินไปใช้แล้วทำโครงการออกมาปีหนึ่งๆ มากมาย แต่ไม่มีใครสนใจตรวจสอบ หรือตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ที่ย้อนแย้งกันเองขององค์กรนี้ เพราะมีหน้าที่รับเงินบาปไปรณรงค์ให้คนไม่ทำบาป

 ในประการสุดท้าย เราพบว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการพิจารณาการแจกปฏิทินก็ออกมาพูดว่าไม่ลงโทษกับผู้แจกเพราะเชื่อว่าผู้แจกนั้นสำนึกแล้วว่าผิด ซึ่งก็ยิ่งชี้ให้เห็นว่าเอาเข้าจริงเวลาที่เราร้องโวยวายกันในเรื่องของการใช้หลักกฎหมายต่างๆ นั้น สุดท้ายแล้วคนที่พิจารณากฎหมายต่างหากที่สำคัญว่าจะใช้กฎหมายอย่างไร

 เรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงว่าผมเห็นว่าจะต้องจัดการกับคนแจก เพียงแต่ผมคิดว่าเรามักจะชอบหลงทางกันว่ากฎหมายคือความยุติธรรม หรือเราอยู่ภายใต้สังคมที่เน้นตัวบทกฎหมาย ทั้งที่คนที่บังคับใช้และตีความต่างหากที่สำคัญ

 สรุปว่าข้อดีสามประการของการปัญหาการพิมพ์และแจกปฏิทินก็คือสังคมเราน่าจะได้ทบทวนเรื่องราวที่ผมได้เรียนเสนอไปแล้ว แต่ผมว่าบางทีสังคมเราอาจจะเสพย์และเมาอะไรที่มากกว่าเบียร์เสียอีก ถึงได้ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นไปแบบนี้ครับผม