ข่าว

โยกเจ้ากรมเซ่นจัดมวย "ศรีสุวรรณ"จี้สอบผบ.ทบ.

โยกเจ้ากรมเซ่นจัดมวย "ศรีสุวรรณ"จี้สอบผบ.ทบ.
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"บิ๊กแดง" สั่งโยก "เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก-ผู้เกี่ยวข้องสนามลุมพินี" ช่วยราชการทบ. เปิดทางสอบปมจัดมวยฝ่าฝืนมติ ครม.ด้าน "ศรีสุวรรณ" ยื่นนายกฯ สอบ ผบ.ทบ.ละเลยหน้าที่ ส่วนผลสอบหน้ากาก 200 ล้านชิ้น สัปดาห์หน้ารู้ผล

               ความคืบหน้ากรณี ผบ.ทบ.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนการจัดการแข่งขันชกมวยรายการใหญ่ “ลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร” เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่สนามมวยลุมพินี ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งรัฐบาลที่ขอความร่วมมือให้งดจัดกิจกรรมที่มีคนชุมนุมจำนวนมาก จนเป็นต้นเหตุใหญ่ของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระดับซูเปอร์สเปรดเดอร์

               วันที่ 27 มีนาคม พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มอบหมายให้ พล.ท.อยุทธ์ ศรีวิเศษ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก ดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกรณีมีการร้องเรียนเรื่องการจัดการแข่งขันชกมวยที่สนามมวยลุมพินี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พร้อมมีคำสั่งให้ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ในฐานะนายสนามมวยลุมพินี และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด มาช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพบก ในระหว่างที่มีการการสอบสวนเรื่องดังกล่าว

 

 

 

 

               รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.อภิรัชต์ สั่งให้สอบสวนผู้รับผิดชอบและเกี่ยวข้องทั้งหมดในประเด็นว่า เหตุใดต้องจัดชกมวยในวันที่ 6 มีนาคม และทำไมถึงเลื่อนออกไปไม่ได้ หลังการกีฬาแห่งประเทศไทยมีหนังสือถึงนายสนามมวยเวทีลุมพินี เพื่อแจ้งข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ขอความร่วมมืองดกิจกรรมหรือเลื่อนการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมากและอาจมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโดยไม่จำเป็น เช่น การแข่งขันกีฬา การจัดคอนเสิร์ต และการจัดมหรสพ

               รายงานแจ้งด้วยว่า ภายหลัง พล.อ.อภิรัชต์เซ็นคำสั่งเมื่อเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของกำลังพลในกองทัพบกอย่างกว้างขวาง เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการสั่งย้ายนายทหารชั้นนายพลที่มีตำแหน่งระดับเจ้ากรม ให้มาช่วยราชการภายในกองบัญชาการกองทัพบก อีกทั้ง พล.ต.ราชิต ยังเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 20 (ตท.20) และมีความสนิมสนมกัน คาดว่าการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลช่วงเดือนกันยายนนี้ อาจจะถูกปรับย้ายออกจากตำแหน่งเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก

               อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.ต.ราชิตยังอยู่ระหว่างการรักษาตัวจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

               แหล่งข่าวจากกองทัพบกยืนยันว่า กองทัพต้องดำเนินการตามระเบียบขั้นตอน เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของกองทัพ ยืนยันว่าเราจะไม่ทำแบบปิดบังซ่อนเร้น หรือทำนอกรีตนอกรอย ภาระหน้าที่หลักตอนนี้คือเราต้องมองไปข้างหน้า และกองทัพต้องมีความพร้อมในช่วงวิกฤติครั้งนี้

               ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ประกอบมาตรา 9 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 เพื่อตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนและลงโทษทางจริยธรรมและวินัยแก่ผู้บริหารสนามมวยลุมพินีที่ฝ่าฝืนคำสั่งหรือนโยบายป้องกันการแพร่กระจายไวรัส เพราะการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ได้มีข้อสั่งการมาตรการเร่งด่วนให้หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องนำมายึดถือปฏิบัติ

               ทั้งนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้บริหารสนามมวยลุมพินีไม่ได้ทำตามนโยบาย จนทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายวงกว้าง ทั้งดารานักแสดง พิธีกรชื่อดัง รวมถึงนักวิจารณ์มวย และคนอื่นๆ ในวงการมวยก็ติดเชื้อไปกว่า 52 คนและไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่ากองทัพบกในฐานะเจ้าของสถานที่ คือ สนามมวยลุมพินี โดยมี ผบ.ทบ.ในฐานะผู้บังคับบัญชาและในฐานะประธานคณะกรรมการสนามมวยลุมพินี และ พล.ต.ราชิต เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งเป็นนายสนามมวยลุมพินี ย่อหย่อนต่อการปฏิบัติหน้าที่จึงสมควรที่นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนและลงโทษ นอกจากนี้ให้พิจารณาลงโทษทางวินัย อันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรงอีกด้วย

 

 

 

 

               ส่วนความคืบหน้าการหายไปของหน้ากากอนามัยในประเทศไทย รวมไปถึงการสอบสวนขบวนการกักตุนกว่า 200 ล้านชิ้นเพื่อส่งไปขายต่อยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยมีส่วนพัวพันไปถึงคนในวงการการเมืองด้วยนั้น

               ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันเดียวกัน พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ หนึ่งในคณะทำงานคลี่คลายคดีนายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี หรือ เสี่ยบอย ที่โพสต์ข้อความอ้างว่า สามารถจัดหาหน้ากากอนามัยได้มากกว่า 200 ล้านชิ้น ทำให้สังคมเกิดความตื่นตระหนก รวมถึงผู้ที่มีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องร่วมกระทำความผิดว่า ข้อมูลทางการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก ยืนยันผู้กระทำผิดมีมากกว่า 2 คนขึ้นไป ลักษณะทำเป็นขบวนการ มีข้อมูลชัดเจนเรื่องการซื้อ-ขายหน้ากากอนามัย ข้อมูลผู้ซื้อ-ผู้ขาย คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถแถลงข้อเท็จจริงผลการดำเนินการได้

               ทั้งนี้ ตำรวจขอยืนยันว่าข้อมูลต่างๆ ที่สังคมตั้งข้อสงสัย เช่น ผู้ที่เคยมีชื่อปรากฏเกี่ยวข้องหรือไม่, มีข้าราชการนักการเมืองร่วมกระทำผิดหรือไม่ จะขอตอบรายละเอียดทั้งหมดในคราวเดียวกัน

logoline