ข่าว

เหยื่อโควิดดับรายที่ 5

เหยื่อโควิดดับรายที่ 5
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ผู้ติดเชื้อใหม่ 91 คน ยอดสะสม 1,136 ราย ผวา 6 พันคนกลุ่มเสี่ยงโยง 2 สนามมวยตรวจเชื้อด่วน ชี้ปัจจุบันกระจาย 52 จังหวัด ตามหัวเมืองใหญ่-5 จว.ภาคใต้

สถานการณ์ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย รวมเสียชีวิต 5 รายแล้ว

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ว่า ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่มีจำนวน 91 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่สัมผัสผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 30 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 5 ราย กลุ่มสถานบันเทิง 7 ราย กลุ่มสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 18 ราย 2.ผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 19 ราย ได้แก่ กลุ่มคนเดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย เป็นคนไทย 9 ราย และคนต่างชาติ 1 ราย และกลุ่มคนทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัดใกล้ชิดคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับคนต่างชาติ 5 ราย เป็นอาชีพคนขับรถโดยสาร พนักงานเสิร์ฟ เจ้าของธุรกิจ และกลุ่มอื่นๆ 4 ราย และ 3.ผู้ป่วยที่ผลแล็บเป็นบวกแต่รอสอบสวนโรค 42 ราย

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 9 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 50 ปี จากรพ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้ป่วยสะสมรวม 1,136 ราย เสียชีวิตรวม 5 ราย รักษาหายกลับบ้านรวม 97 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 1,034 ราย จำนวนนี้อาการหนัก 11 ราย ทุกรายยังใส่เครื่องช่วยหายใจ สำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากอิตาลีที่แยกตัวอยู่ในฐานทัพเรือสัตหีบ จำนวน 83 ราย ขณะนี้ได้กักตัวเป็นวันที่ 12 แล้ว ทุกคนปกติไม่มีไข้ 

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย ถึงวันที่ 26 มีนาคม พบผู้ป่วยใน 52 จังหวัด เป็นคนไทยร้อยละ 88 ต่างชาติร้อยละ 12 กระทรวงสาธารณสุขได้คาดการณ์จำนวนผู้ป่วยถึงวันที่ 15 เมษายน จากข้อมูลที่มีประชาชนเดินทางออกจากกรุงเทพฯ คาดว่าจะไปป่วยที่ต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 25 มีนาคม เป็นต้นไป หากไม่มีมาตรการป้องกันจะมีผู้ป่วยสะสม 25,225 ราย หากทำมาตรการเว้นระยะห่าง ได้ร้อยละ 50 จะมีผู้ป่วยสะสม 17,635 ราย และหากทำได้ร้อยละ 80 จะมีผู้ป่วยสะสม 7,745 ราย

ส่วนวันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 91 ราย อยู่ในแนวโน้มไม่แตกต่างจาก 4-5 วันที่ผ่านมา เรายกระดับมาตรการ กทม. ปริมณฑล จังหวัดพื้นที่สำคัญ เช่น ชลบุรี พัทยา ระยอง หัวเมืองใหญ่ในภูมิภาค เข้มข้นทุกมาตรการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนพื้นที่สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต เป็นพื้นที่มีการจัดการเข้มข้น แม้ตามชายแดนไทย-มาเลเซียจะมีการปิดพรมแดน แต่ยังมีคนไทยเดินทางข้ามเข้ามาในประเทศ แต่สัญญาณที่ดีคือผู้ที่ไปร่วมพิธีทางศาสนาที่มาเลเซียและคนสัมผัสใกล้ชิดคนร่วมพิธี ไม่มีสถานการณ์ผู้ป่วยรายใหม่ ต้องคอยดูอีก 1-2 วัน ถ้าไม่พบผู้ป่วยใหม่อีกเลยถือว่าส่วนนี้จบ

“ส่วนกรณีที่ยังพบผู้ป่วยรายใหม่ที่ยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ติดเชื้อจากสนามมวยอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่พ้นระยะเวลา 14 วันหลังการแข่งขันเมื่อวันที่ 5-7 มีนาคม ซึ่งกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับสนามมวยทั้ง 2 แห่ง รวมกันแล้วมี 5,000-6,000 คน ซึ่งมีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำเชื้อมาปล่อย โดยคนกลุ่มนี้จะทยอยป่วยกันไปเรื่อยๆ เพราะยังไม่ทราบว่าคนแพร่เชื้อนั่งตรงจุดไหนของสนามมวย โดยกลุ่มก้อนนี้ถือเป็นกลุ่มใหญ่ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงขอเชิญชวนให้เข้ามารีบตรวจหาเชื้อไวรัสเพื่อจะได้ทราบว่าป่วยหรือไม่ป่วย และเพื่อไม่เป็นคนไปแพร่เชื้อ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็จะมีกิจกรรมไปสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นทั้งในชุมชนและคนในครอบครัวเป็นคนแพร่เชื้อ” นพ.อนุพงศ์กล่าว

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดสธ. กล่าวว่า คนที่รับเชื้อจากสนามมวยปัญหาตอนนี้คือผู้ที่ได้รับเชื้อซึ่งเป็นวันแรกนั้นยังหาไม่เจอ แต่อาจจะไปหาเจอผู้ติดเชื้อในรุ่นที่ 2 ซึ่งอาจเป็นเพื่อน คนสัมผัสใกล้ชิด ผู้ที่ติดเชื้อมาจากสนามมวย ดังนั้นตอนนี้จะต้องไล่จับคนที่ได้รับเชื้อในวงที่ 1 และ 2 ให้ครบ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถควบคุมการติดเชื้อให้หยุดอยู่ที่วงที่สองได้ หากยังหาไม่พบก็จะเป็นอันตรายต่อสังคมส่วนรวมเพราะจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปสู่วงที่ 3 ได้ โดยผู้ป่วยรายใหม่ที่รายงานพบเพิ่ม 5 รายในวันนี้เป็นกลุ่มผู้ป่วยวงรอบที่สามที่มีประวัติสัมพันธ์กับสนามมวย จึงอยากเรียกร้องให้มาเข้ารับการตรวจหาเชื้อโดยด่วน

มีรายงานแจ้งว่า เจ้าหน้าที่รัฐใน จ.นราธิวาส ได้เพิ่มมาตรการเข้มข้นในการป้องกันไวรัส โดยเฉพาะภายหลังมีผู้ป่วยติดเชื้อเสียชีวิตในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งถือเป็นรายที่ 5 ของประเทศไทย โดยเน้นคัดกรองในพื้นที่เสี่ยง 4 อำเภอ ได้แก่ อ.สุคิริน อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก และ อ.รือเสาะ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะเดียวกันประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่ทั้ง 4 อำเภอจะทำการบันทึกประวัติเพื่อง่ายต่อการติดตามตัว

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นพ.สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง (สสจ.ระยอง) และ นพ.ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผอ.รพ.ระยอง ร่วมแถลงสถานการณ์ระบาดในพื้นที่จังหวัด โดย นพ.สุนทรกล่าวว่า ระยองพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 5 รายแล้ว เฝ้าระวัง 9 ราย ทั้งนี้ผู้ป่วยรายที่ 5 ที่พบเพิ่มเป็นเพศหญิง อายุ 33 ปี มีบ้านพักอยู่ในเขตอำเภอเมืองระยอง ทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่งแถวบ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งติดเชื้อมาจากสามีที่เดินทางไปดูการชกมวยที่สนามมวยลุมพินี ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ระยอง ส่วนสามีเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ทีมสอบสวนโรคได้เข้าไปดูแลญาติที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่บ้านรวม 8 ราย โดยได้แยกกักตัวแล้ว

ด้าน นพ.ไชยสิทธิ์กล่าวว่า ผู้ป่วยทั้ง 5 ราย ไม่ได้รับเชื้อที่ จ.ระยอง แต่รับมาจากที่อื่น ซึ่งถ้าหากทุกคนปฏิบัติตัวได้ดีจะทำให้ จ.ระยอง สามารถควบคุมโรคได้ อย่างไรก็ตามลำดับแรกทุกคนต้องอยู่บ้านตามมาตรการของรัฐบาล ถ้าหากจำเป็นจริงๆ ต้องออกจากบ้านต้องดูแลป้องกันตัวเองรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ามาจากต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ ต้องแจ้งให้ทางราชการทราบ

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.พิรุณกล่าวว่า มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อ ทาง จ.ระยอง ได้มีการตั้งด่านตรวจคัดกรองผู้คนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่รวม 5 จุดรอยต่อจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ทางจังหวัดจะเล็งปิดการให้บริการบางแผนกของส่วนราชการที่มีการแออัดของผู้คนจำนวนมากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

ส่วนนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายหลังจากช่วงคืนที่ผ่านมาได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย โดยรายแรกเป็นชายทำงานที่ผับแห่งหนึ่ง จ.เชียงใหม่ และเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ อ.แม่สาย ด้วยอาการป่วย พบว่ามีไข้เมื่อวันที่ 25 มีนาคม จากนั้นไปพบแพทย์แล้วตรวจจนพบว่าติดเชื้อ ส่วนอีกรายอยู่ในท้องที่ชายแดน อ.แม่สาย โดยไปทำงานที่กรุงเทพฯ และกลับภูมิลำเนา ทั้งนี้จนถึงวันที่ 26 มีนาคม จ.เชียงราย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 2 ราย รวมผู้ป่วยเดิม 3 ราย เป็นจำนวน 5 ราย และมีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 104 ราย กลับบ้านได้ 79 ราย พักรักษาตัวในโรงพยาบาล 10 ราย สังเกตอาการที่บ้าน 15 ราย

วันเดียวกัน สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยออกประกาศขอความร่วมมือห้ามเคลื่อนย้ายม้าเข้า-ออกในพื้นที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว หลังพบม้าล้มตายจำนวนกว่า 30 ตัว โดยไม่ทราบสาเหตุในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทั้งนี้สมาคมกีฬาขี่ม้าฯ ได้รับแจ้งจากสมาชิกเรื่องการตายของม้าหลายตัวอย่างฉับพลัน ในเขตพื้นที่บางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางสมาคมมีความตระหนักและห่วงใยต่อทุกท่านที่มีความเสี่ยงอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงใคร่ขอความร่วมมือจากสมาชิกและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายม้าเข้าออกพื้นที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราวอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรค และขอให้ติดตามประกาศจากกรมปศุสัตว์ หรือหน่วยงานราชการที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับมาตรการและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป

มีรายงานว่า ต่อมาสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ได้เข้าดูแลและตรวจสอบในเรื่องนี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัดให้เฝ้าระวังโรคในม้า กระทั่งสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ ออกหนังสือชี้แจงกรณีม้าในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ล้มตายกว่า 30 ตัว จากการตรวจสอบพบเป็นโรคกาฬโรคม้า ไม่ใช่โรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน และไม่ใช่โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ด้านนายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายกอบจ.กระบี่ ได้นำเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่รถสายตรวจตำรวจภูธรเมืองกระบี่ทุกคัน รวมทั้งตามจุดต่างๆ ในสถานี เช่น ที่นั่งพักของประชาชนที่มาติดต่อราชการ จุดเยี่ยมผู้ต้องหาและห้องพนักงานสอบสวน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด 7 นาย ได้ไปร่วมจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ติดเชื้อโควิด-19 หนีจาก รพ.กระบี่ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา

 

 

 

 

พ.ต.อ.ณรงค์ ลักษณะวิมล ผกก.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดจำนวน 7 นายได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกระบี่ติดตามจับกุมตัวชายอายุ 20 ปีที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่หลบหนีออกจาก รพ.กระบี่ ขณะกำลังนั่งรอรถที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกระบี่ ซึ่งขณะปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวไม่ได้สวมชุดป้องกันเชื้อโรคจึงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ทั้งนี้ได้สั่งให้กักตัวเพื่อเฝ้าติดตามอาการเป็นเวลา 14 วัน

นอกจากนี้ได้ประสานไปยังอบจ.กระบี่ให้มาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่รถยนต์สายตรวจที่ใช้ออกปฏิบัติงานในวันดังกล่าวรวมทั้งรถทุกคันของสถานีและพ่นยาฆ่าเชื้อตามจุดต่างๆ ภายในสถานีเพื่อความปลอดภัย พร้อมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลป้องกันตนเอง เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และต้องสวมหน้ากากอนามัย

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง