ข่าว

อาจารย์มธ.ฟันธงคำขจัดภัยเอกสารลับไม่ใช่ฆ่า

อาจารย์มธ.ฟันธงคำขจัดภัยเอกสารลับไม่ใช่ฆ่า

23 ธ.ค. 2552

“อาจารย์.มธ.”ฟันธงคำว่า "ขจัดภัย“ ในเอกสารลับก.ต่างประเทศไม่ใช่ฆ่า ยันหน้าที่ทูตคือเจรจา ชี้กำหนดยุทธศาสตร์ตอบโต้เป็นเรื่องปกติ ใครๆก็ทำกัน ห่วงสัมพันธ์ไทย-เขมร สะเทือน หลังเอกสารลับเผยแพร่

 (23ธ.ค.) นายประภัสสร์ เทพชาตรี อาจารย์สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อ้างว่าคำว่า “ ขจัดภัย ” ในเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศหมายถึงการ ” ฆ่า ” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นไปไม่ได้ที่คำว่าขจัดจะหมายถึงการฆ่า เพราะหน้าที่ของการทูต คือ การเจรจา

 ดังนั้นคำว่าขจัดจึงหมายถึงการขจัดปัญหา โดยการหาทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศมากกว่า และโดยทั่วไปเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ ก็เป็นเรื่องปกติที่กระทรวงการต่างประเทศจะมีแผนยุทธศาสตร์ว่าจะมาตรการใดตอบโต้ เช่น กรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับเกาหลีเหนือ ซึ่งอเมริกาก็มีแผนยุทธศาสตร์ เพียงแต่เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารลับของทางราชการ

 “ สิ่งที่ไม่ปกติ คือ เอกสารดังกล่าวถูกเผยแพร่ได้อย่างไร และความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะขัดแย้งมากขึ้นหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับทางปฎิกิริยาของกัมพูชา ” นักวิชาการ ผู้นี้ กล่าว

"ประวิตร"ไม่เชื่อเอกสารลับรั่วกระทบความมั่นคง

 พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวถึงนโยบายด้านความมั่นคง ว่า ในช่วงปี 1 ที่ผ่านมา ในส่วนความมั่นคงไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย เนื่องจากรัฐบาลได้ทำดีที่สุดแล้ว ยังไม่เห็นอะไรที่มีปัญหา เมื่อถามว่า จำเป็นต้องเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ เพราะเป็นต้นเหตุของความมั่นคง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเจรจา แล้วหากเจรจาจะให้ตนไปเจรจากับใคร

 เมื่อถามว่า นายจตุพร นำเอกสารลับของกระทรวงต่างประเทศเผยแพร่ เกรงว่าจะกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ตนยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าว ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงอย่างไร เมื่อถามว่า มีความพยายามที่จะแปลเผยแพร่เอกสารเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ประเทศไทยขัดแย้งกับกัมพูชา ถึงขั้นประกาศสงคราม พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายประกาศสงครามกับใคร คิดว่าเนื้อหาในเอกสารคงไม่ถึงขั้นนั้น เพราะตามข่าวเป็นการรายงานการทำงานของกระทรวงต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับกระทรวงกลาโหม