ข่าว

ชวรัตน์สั่งโสภณทบทวนราคาดอนเมืองโทลล์เวย์

ชวรัตน์สั่งโสภณทบทวนราคาดอนเมืองโทลล์เวย์

23 ธ.ค. 2552

"นายกฯ”เห็นช่องทางระงับการปรับขึ้นค่าผ่านทางด่วนดอนเมือง-โทลล์เวย์ เผยข้อเรียกร้องยังไม่มีข้อยุติอาจเข้าข่ายผิดสัญญาได้

 (23ธ.ค.) ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการปรับขึ้นราคาค่าทางด่วนโทลล์เวย์ ของบริษัททางยกระดับดอนเมือง เพิ่มขึ้น 30 บาท โดยพรรคเพื่อไทย ระบุเป็นผลงานที่ล้มเหลวของรัฐบาลว่า ทางด่วนที่ขึ้นราคาอย่างรุนแรง คือ ทางด่วนโทลเวย์ ซึ่งประชาชนไม่ใช้ก็ได้ เพราะข้างล่างมีถนนให้ใช้อยู่แล้ว ส่วนตัวคิดว่า ขึ้นราคาแรงเกินไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับอุปสงค์ และอุปทาน ถ้าราคาแพง ประชาชนก็เลิกใช้ รายได้ของบริษัทดังกล่าวก็ลดลงไปเอง
 
 เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการกำชับให้นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปเจรจาอีกรอบหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้นายโสภณ ได้เจรจาอยู่แล้ว คิดว่า น่าจะพิจารณากันใหม่ เพราะราคาสูงเกินไป

นายกฯเห็นช่องระงับขึ้นค่าผ่านทางดอนเมือง-โทลล์เวย์

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาสัญญาที่ทำไว้กับบริษัททางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2550 ซึ่งเป็นที่มาของการปรับขึ้นค่าผ่านทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่มีการไปตกลงในข้อสัญญาในทำนองว่าการขึ้นค่าผ่านทางฯในปีนี้เป็นเรื่องที่บริษัทสามารถทำได้ เพียงแต่แจ้งให้หน่วยงานทราบ ขณะเดียวกันก็มีข้อตกลงว่าจะมีการยุติในเรื่องการฟ้องร้องหรือข้อเรียกร้องต่าง ๆ แต่ข้อเท็จจริงขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเด็นขึ้นมาว่าฝ่ายบริษัทฯละเมิดสัญญาหรือไม่ หากพบว่ามีการละเมิดสัญญาก็จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายกฎหมายจะพิจารณาถึงแนวทางที่ดีที่สุดที่จะให้ฝ่ายรัฐและประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะสามารถยุติการปรับขึ้นค่าทางด่วนที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ชั้นนี้เป็นการปฏิบัติตามสัญญา แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดสัญญาเราก็จะดำเนินการต่อไป

 เมื่อถามว่ามีข่าวว่าทางบริษัทจะขอขยายสัมปทานด้วยจริงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บริษัทฯไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมแล้ว มีแต่เรากำลังตรวจสอบว่าทางบริษัทฯ ละเมิดสัญญาหรือไม่

 เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการทำผิดตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนด้วยจริงหรือไม่ เข้าใจว่าสภากำลังตรวจสอบอยู่ซึ่งจะย้อนความไปถึงปี 2550 และเท่าที่ตนได้พูดคุยกับส.ส.ก็ได้รับการชี้แจงว่ากำลังตรวจสอบอยู่

 เมื่อถามว่ารัฐบาลมีช่องทางบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องระมัดระวังเพราะถ้าเราเป็นฝ่ายผิดสัญญาก็จะมีปัญหาตามมา ขณะนี้เรากำลังดูในทุกช่องทางที่จะรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และบังเอิญว่าสัญญาไปเขียนค่อนข้างผูกมัดและไม่ใช่อำนาจของรัฐบาลเลย

 ต่อข้อถามที่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะฝ่ายรัฐบาลไปทำสัญญาที่ประชาชนเสียเปรียบอยู่ตลอดเวลา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทำสัญญาขณะนี้เข้าใจว่ารัฐก็ถูกกดดันจากข้อเรียกร้องต่าง ๆ ซึ่งบริษัทบอกว่าจะยุติ แต่เท่าที่เราทราบขณะนี้ยังมีคดีที่ยังมีการเรียกร้องกันอยู่ เพราะฉะนั้นจะมีการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน

 “ซึ่งเบื้องต้นครม.เห็นว่ากระทรวงคมนาคมสามารถทำหนังสือทักท้วงบริษัทฯได้ว่าการปรับขึ้นค่าผ่านทางโดยที่ข้อเรียกร้องยังไม่มีข้อยุติก็เป็นเรื่องที่น่าจะขัดกับสัญญา ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว