
ประเวศเห็นใจอภิสิทธิ์บริหารประเทศยามวิกฤติ
ชัยสิทธิ์ จี้คนต้นเหตุปัญหาเจรจา ทักษิณ สงบศึก แนะรัฐบาลใจกว้างให้ความยุติธรรม อย่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ หยุดไล่บี้ ทักษิณ เร่งสร้างสมานฉันท์ ประสานคุย ทักษิณ หากกลัวเสียหน้าโยนให้คนอื่นทำ จวกรัฐบาลทำงานไม่เป็นทำชาติล่มจม ระบุ สอบตกได้แค่ 3 คะ
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กรรมการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวถึงผลงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปี ว่า ตนคิดว่าการเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์วิกฤติของประเทศทั้ง เรื่องของคน การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบทั้งหมด เพราะเป็นงานที่ยากลำบากมาก ตนจึงน่าเห็นใจนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ต้องประสบกับปัญหาต่างๆอย่างหนักหน่วง ตลอดทั้งปี ส่วนข้อเสนอแนะที่อยากรัฐบาลรับไว้พิจารณาคือ การป้องกันความรุนแรง อย่าให้เกิดการนองเลือด เพราะการนองเลือดจะส่งผลให้เกิดการยึดอำนาจขึ้นอีก ประเทศก็จะแย่และกลายเป็นระบบเผด็จการ ซึ่งหากรัฐบาลไม่ใช้ความรุนแรง เชื่อว่า ปัญหาความรุนแรงในสังคมก็จะลดลงตามมา อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนให้เวลารัฐบาลทำงานต่อไปก่อน
ศ.นพ. ประเวศ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ในเรื่องนี้ ตนไม่มีความคิดเห็น แต่คิดว่าเป็นเรื่องทางการเมือง ที่รัฐบาลควรจะมีการพัฒนาการเมืองให้สูงขึ้น และหาคนมาทำงานแก้ปัญหาของประเทศอย่างเหมาะสม เพราะสถานการณ์ตอนนี้ประชาชนหันมาสนใจและตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น อย่าปล่อยให้ประเทศเป๋นแบบเผด็จการ และขอให้ใช้ความมีเหตุผล ที่จะต้องเผชิญกับทุกฝ่าย
มาร์คแถลงพอใจตัวเลขดัชนีความสุขคนไทยมากที่สุด
เมื่อเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ ได้แถลงผลงานรอบ1ปีของรัฐบาล ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นการแถลงผลงานครอบคลุมหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมถึงการคาดการณ์สถานการณ์การเมืองในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นการยุบสภา
นายอภิสิทธิ์ ได้เริ่มต้นด้วยการกล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เป็นกำลังใจให้การทำงานของรัฐบาลมาโดยตลอด พร้อมกับบอกว่าอยากให้ดูก่อนว่าสภาพก่อนที่เราเข้ามาเป็นอย่างไร วันนี้เป็นอย่างไร เราจะทำอะไรต่อไป ถ้าไม่ย้อนกลับไปดูตลอดปี 2552 จะไม่เข้าใจว่ารัฐบาลทำงานใต้สภาวะอย่างไร ปลายปีที่แล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "วิกฤติซ้ำซ้อน" เกิดขึ้น ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมทำให้ปี 2551 สร้างผลงานลำบากมาก เศรษฐกิจเริ่มหดตัวปลายปีที่แล้ว หดตัว 4.2 %การส่งออก การท่องเที่ยวติดลบ รัฐบาลมองว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และรักษากำลังซื้อของระบบเศรษฐกิจ ตอนแรกรัฐบาลถูกวิจารณ์มากว่า ทำไมไม่นำงบประมาณไปกระตุ้นการส่งออก หรือทำเมกะโปรเจคต์ แต่รัฐบาลมองว่าต้องเร่งทำให้รายได้ของคนในประเทศไม่ตกลงไปเสียก่อน ลดรายจ่ายของประชาชน
"แนวคิดนี้เป็นที่มาของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ตัวอย่างโครงการที่เกิดขึ้น ได้แก่ โครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน ซึ่งทำได้เกินเป้า มีคนขอเข้ามาในโครงการนี้ 8 แสนกว่าคน อบรมไปแล้ว 4 แสนกว่าคน โครงการต้นกล้าอาชีพทำได้เกินเป้า โดยใช้เงินน้อยกว่างบที่ตั้งไว้ 5000 ล้านบาท คนว่างงานช่วงต้นปีอยู่ที่ประมาณ 7-8 แสน แต่ปลายปีเหลือประมาณ 4 แสนคน เป็นระดับปกติ (1.2%)" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า เมื่อเราสามารถรักษาระดับเศรษฐกิจโลกได้ดี เมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ทุกอย่างก็จะรับกัน กระทรวงท่องเที่ยวมั่นใจว่าปีนี้มีนักท่องเที่ยว 14 ล้านคน เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ การส่งออกช่วงแรกหดตัวรุนแรง แต่ล่าสุดกลับมาเป็นบวก การเติบโตของ GDP กลับมาเป็นบวก โตเป็นรูปตัว V
สำหรับด้านสวัสดิการ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ารัฐบาลมีนโยบายครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กเล็ก จนถึงผู้สูงอายุ สถานีอนามัยกำลังถูกยกระดับเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่สำคัญที่สุด นโยบายที่มีผลกระทบกับคนมากที่สุดคือโครงการประกันรายได้เกษตรกร เราสร้างหลักประกันให้เกษตรกรว่า ทำการเกษตรแล้วไม่ขาดทุน การทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา เราก้าวพ้นประชานิยมสู่สังคมสวัสดิการ
นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงประเด็นปัญหาด้านสังคมและการเมืองต่อว่า ปัญหายาเสพติดถูกแก้ไขไปมาก ทั้งการจับกุมและจำนวนคดี ตนไม่ได้จะบอกว่า วันนี้การเมืองนิ่ง แต่เราเดินหน้าให้ระบบการเมืองทำงาน ผมให้เวลากับสภา ไปตอบกระทู้ด้วยตนเอง เปิดเวลาให้ฝ่ายค้าน มาตรการของรัฐบาลหลายอย่าง ต้องอาศัยกฎหมายเข้าช่วย แต่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถทำได้โดยลำพัง ตนยึดหลักความยุติธรรมอย่างเคร่งครัด เหตุการณ์เดือนเมษายน รัฐบาลได้ใช้หลักกฎหมายเข้าควบคุมสถานการณ์ รัฐบาลได้ยอมถอยมาหลายก้าว เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้
"ผมไม่ขัดข้องกับการยุบสภา ขอแค่เศรษฐกิจเดินหน้า และทุกพรรคยอมรับกติกา พฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตยทุกข้อ ต้องหยุด" นายอภิสิทธิ์ย้ำ
อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ก็ยอมรับว่าตนยังไม่พอใจสถานการณ์ความรุนแรงภาคใต้ แต่ก็เดินหน้าแก้ไขเต็มที่ เราเดินหน้าเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนใต้ มีเป้าหมายชัดเจน ตนยังไม่พอใจในปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ต้องเข้มงวดกันมากขึ้น เราหยุดโครงการชุมชนพอเพียงที่เป็นปัญหา เปลี่ยนผู้บริหาร เพื่อให้ตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ปี 2552 ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน ด้านการต่างประเทศมีผลงานหลายอย่าง เช่น การประชุมอาเซียน กฎบัตรอาเซียน ข้อตกลงสิทธิมนุษยชน ข้อตกลงกับประเทศมาเลเซียคืบหน้าไปมาก หลังจากนายกมาเลเซียมาเยือน เรามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนซีเกมส์ในลาว พม่าเชิญผมมาสองครั้ง แต่เวลายังไม่ตรงกัน เลยยังไม่สามารถไปเยือนได้
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชาว่า สำหรับกรณีกัมพูชา 1 ปีที่ผ่านมา เกือบทั้งปีความสัมพันธ์เรียบร้อยปกติ จนเกิดการสร้างเงื่อนไขขึ้นเรื่องการั้งที่ปรึกษาศก.การไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และการวิพากษ์วิจารณ์ระบบการเมืองและระบบศาลของไทย ปัญหาจึงเกิดขึ้น ไม่ได้เกิดเพราะรัฐบาลชุดนี้เข้ามา ตอนนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างปชช.กับปชช.เป็นปกติ แต่ต้องรักษาจุดยืนและศักดิ์ศรีของประเทศ เราจะยังยึดแนวทางแก้ปัญหากัมพูชาทางการทูตต่อไป
"เมื่อปีที่แล้ว ผมให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ 6 เรื่อง นโยบายรัฐบาลชุดก่อน อะไรที่ดี เราไม่ใจแคบ เราทำต่อ เช่น OTOP ต่อยอดกองทุนหมู่บ้าน และขยายเวลาชำระหนี้" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อถึงผลงานด้านการปกป้องสถาบันว่า ตลอดหนึ่งปีรัฐบาลได้จัดกิจกรรมให้ประชาชนสมานฉันท์ และถวายความจงรักภักดี รัฐบาลจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มที่ จะมีคณะกรรมการกลั่นกรอง คดีเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นสถาบัน และจะเริ่มทำงานต้นปีหน้า พร้อมทั้งชี้แจงในต่างประเทศ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทุกเรื่องที่ตนพูดไว้ในวันรับตำแหน่งได้ทำแล้วทุกด้าน เราทำเรียนฟรี 15 ปี เงิน อสม. ชุมชนพอเพียง ลดค่าครองชีพ ทำได้ใน 99 วันทั้งหมด ซึ่งตนรายงานข้อเท็จจริง แน่นอนว่ามีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ แต่ตนถือว่ารัฐบาลต้องตรวจสอบได้ รับคำวิพากษ์วิจารณ์ได้ ตัวเลขที่ตนพอใจมากที่สุด คือดัชนีความสุขของคนไทย สูงขึ้นกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา
"ผมอยากพูดถึงอนาคตเล็กน้อย ก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร ไทยเข้มแข็งจะเดินหน้าต่อไป เพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน เพิ่มการลงทุนภาคเอกชน แก้ปัญหามาบตาพุดให้เร็วที่สุด ภาษีที่ดิน ปฏิรูประบบรถไฟ ทำระบบ 3G เป็นวาระสำคัญ ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ ราคาน้ำมัน เศรษฐกิจโลกเปราะบาง การเมืองในประเทศ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวในตอนท้ายของการแถลงผลงานว่า หนึ่งปีที่ผ่านมา ประเทศเดินหน้า ประชาเป็นสุข อาจยังไม่ไปไกลอย่างที่ทุกคนหวัง แต่ตนก็จะเดินหน้าทำงานต่อไป ถ้าเกิดความรุนแรงขึ้น ทุกสิ่งที่ทำมาใน 1 ปีที่ผ่านมา คงหายไปหมด ตนขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเราตลอดปีที่ผ่านมา และมาช่วยกันสร้างความสุขให้กับประเทศในปี 2553
“ชัยสิทธิ์” แนะรัฐบาลใจกว้างหยุดไล่บี้“ทักษิณ”
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เปิดบ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ให้ข้าราชการทหาร พ่อค้า และนักธุรกิจ เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นตัวแทนนำกระเช้าดอกไม้มาร่วมอวยพร นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากเหล่าทัพต่างๆ และอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าร่วมอวยพร พล.อ.ชัยสิทธิ์ ด้วย
พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ปีใหม่นี้มีข่าวดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนมีความสุขสดชื่นมากที่สุด ปีใหม่อยากให้บ้านเมืองสงบสุข และเกิดความสมานฉันท์ ด้วยการลดราวาศอก รู้จักพัฒนาสัมพันธ์ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน และผู้มีอำนาจน่าจะเป็นผู้ใจกว้าง เพราะปัจจุบันจากที่ตนลงไปในพื้นที่ ประชาชนรู้สึกแย่ เพราะทำมาหากินไม่ค่อยได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องรีบแก้ไข และทำอย่างไรก็ได้ให้บ้านเมืองสงบสุข อย่าคิดถึงแต่หน้าตา
“ส่วนการยุบสภานั้น คิดว่า รัฐบาลคงไม่ยอมยุบ เพราะ หากยุบอาจจะเหนื่อย และอาจจะได้ไม่ถึง 100 ที่นั่ง ซึ่งมอยากให้รัฐบาลใจกว้างทำตัวเป็นผู้ใหญ่ มีเมตตาธรรม มีสปิริต เมื่อเห็นว่า เขาทำพลาด ลองคุยกับเขาว่า เป็นอย่างไร หาทางประนีประนอมได้หรือไม่ แต่ใจคอจะจองล้างจองผลาญกันคงไม่มีใครยอม ถ้าไม่ใจกว้างหรือคิดว่า ตัวเองแน่ก็เหนื่อย อย่าไปผยอง หรือเชื่อกุนซือ เชื่อคนรอบข้างมากนัก เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ของเล่น หากจมธรณีไป บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ทำไมไม่แก้ปัญหา ทำงานไม่เป็นก็ให้คนอื่นมาทำ อย่าดื้อรั้น แต่ที่บอกไว้ว่า เขาไม่ยอมยุบหรอก เพราะหากยุบสภาเขาแพ้ทันที ตอนนี้ประชาชนในภาคต่างๆเขาด่ากันมาก ผมไม่รู้สึกแปลกใจว่า แดงทั้งแผ่นดินอาจมีจริง ” พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเปิดเผยเอกสารลับว่า จะมีการลอบสังหารทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า นี่คือ การจองล้างจองผลาญกัน ควรหยุดเสียเถิด ควรเผื่อแผ่ใจให้เขาบ้าง เพราะคนไทยพูดจากันรู้เรื่อง ตนไม่เคยเห็นว่า นักการเมืองจะมาห้ำหั่น เอาเป็นเอาตายขนาดนี้ การไปกล่าวหาว่า เขาเป็นผู้ร้าย อยากถามว่า ในอดีตเขาเป็นอะไร และทำผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากขนาดไหน ขณะที่ตัวเองมาเป็นรัฐบาลทำประโยชน์ให้กับชาติมากน้อยเพียงใด หากตนเป็นทหารในกองทัพขณะนี้ คงมองว่า นักการเมืองอย่างนี้เมื่อไรจะหมดไปเสียที แล้วอย่างนี้จะมาโทษทหารว่า ทำปฏิวัติ กฎหมายไม่ใช่ว่า จะให้ความยุติธรรมได้กับทุกคน กฎหมายหากให้มีความยุติธรรม ผู้ใช้ต้องมีมโนธรรมที่ดี ใช้กฎหมายให้ถูกต้อง อย่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ เพราะกฎหมายไทยใช้ได้หลายแง่มุม
เมื่อถามถึงสถานการณ์ในช่วงปีใหม่ที่อาจเกิดความรุนแรงขึ้น พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่รู้ แต่ไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้น แต่หากเป็นอยู่แบบนี้คงเกิดขึ้นแน่ เพราะแค่เห็นหน้าก็จะต่อยกันแล้ว เหมือนคนท้าชกกัน แหย่กันไปมา ไม่นานก็ชกกัน แทนที่จะประนีประนอม ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งต้องใจกว้าง คุณมีอำนาจอาจไม่เดือดร้อน แต่คนอื่นเดือดร้อน ขอให้ลอยหน้าลอยตาไปเถอะ คิดว่า คงไม่นาน
เมื่อถามถึงผลงานรัฐบาล 1 ปี พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า มีคนประเมินว่า ได้ 3.8 แต่หากให้ตนประเมินคงได้ไม่ถึง 3 อย่ามาสร้างภาพ เพราะประชาชนเขาเห็นกันหมด
เมื่อถามถึงการประนีประนอมควรจะเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งไหนที่ยุติได้ด้วยความสงบควรจะให้เขาไป เพราะขณะนี้ไปไล่ต้อนเขาจนเกินเหตุ เขาไม่ใช่นักโทษคดีอาญาร้ายแรง ถ้าคุณโดนบ้างจะเป็นอย่างไร ซึ่งการประนีประนอม ต้องมีผู้ใหญ่ที่จะมาเป็นคนกลาง และเป็นคนที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ คนที่ทำอะไรไว้น่าจะกลับไปทบทวนมีจริยธรรม คิดถึงชาติบ้านเมืองบ้าง ไม่ใช่เฉพาะผู้ชนะจะเขียนประวัติศาสตร์ได้ ผู้แพ้ก็เขียนประวัติศาสตร์ได้ ขณะนี้รัฐบาลควรใจกว้าง ทำอย่างไรก็ได้ให้เกิดความสมานฉันท์ ลองติดต่อไปดู หากกลัวเสียหน้าก็ให้คนอื่นทำ
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาผู้ใหญ่มาเป็นคนกลาง พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ ถ้าไม่กลัวเสียหน้า แต่การเสียสละแบบนี้จะทำให้เป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริง คือ รู้จักอภัยให้เขา ซึ่งผลประโยชน์จะเกิดแก่ประเทศชาติ เพราะคนไทยไม่ชอบคนรังแก ต้องให้ความยุติรรมกับเขาก็จบ ซึ่งตนพร้อมจะเจรจาให้ แต่คงจะไม่มีบารมี
เมื่อถามว่า ผู้ใหญ่ที่จะเป็นคนกลางควรเป็นใคร พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า คนที่เป็นต้นเหตุควรจะทำ นักข่าวรู้หรือไม่ แต่ตนไม่รู้ เพราะเมื่อเป็นคนผูกก็ต้องเป็นคนแก้ ต้องไปถาม พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า คนๆนั้นเป็นใคร เมื่อถามว่า หากผู้ใหญ่ไม่ยอมเจรจา พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างนั้นก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ และไม่ควรนับถือต่อไป
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเล่นการเมืองอีกหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เขาพูดผ่านทวิตเตอร์แล้วว่า เขาไม่อยากเป็นนายกฯแสดงว่า เขาไม่อยากยุ่งการเมือง แต่เขาต้องการช่วยบ้านเมือง ขอให้ใช้เขา ไม่ใช่ตั้งแง่กับเขา หากหากินกับงบประมาณประเทศจะมีแต่จนลง
กลุ่มนปช.แยกย้ายกลับบ้านแล้วหลังเผาโรงศพ-หุ่นปธ.กกต.
เมื่อเวลา 15.00 น. ภายหลังจากที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) ได้ที่เดินทางมาปักหลักชุมนุมที่ด้านหน้าสำนักงานกกต. เพื่อเรียกร้องให้กรรมการกกต. ทั้ง 5 คน ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการพิจารณาคดีเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมากลุ่มนปช.ได้จุดไฟเผาโรงศพ พร้อมด้วยเผาหุ่นนายอภิชาติ สุขคานนท์ ประธานกกต. และได้จุดประทัดไล่ หลังจากนั้นทางกลุ้มผู้ชุมนุมทั้งหมดก็ได้เดินทางกลับในทันที



