ข่าว

กมธ.ขัดกันเองนางแบบอดแจงปฎิทินฉาว

กมธ.ขัดกันเองนางแบบอดแจงปฎิทินฉาว

23 ธ.ค. 2552

"ลูกเกด-4 นางแบบปฏิทินหวิว" มึน ไม่ได้พูดสักคำ กรรมาธิการเงินการคลังฟัดกันเอง “พิเชษฐ” จวก “สุรพงษ์" อยากดังจนทำให้หมดความศักดิ์สิทธิ์ ชี้ไม่มีสิทธิ์สอบ-นางแบบไม่ใช่จำเลยสังคม ถกแค่ 30 นาที ประธานชิงปิดประชุม โยน สธ.จัดการต่อ ด้านผู้บริหารสิงห์ซัดรัฐตีควา

 เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมเพื่อพิจารณากรณีที่กระทรวงสาธารณสุขห้ามบริษัทเอกชนโฆษณาประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ และแจกปฏิทินลีโอเบียร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต

 มีการเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง ฝ่ายรัฐ อาทิ นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมควบคุมโรค ผู้แทนกรมสรรพสามิต ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.สามเสน ส่วนฝ่ายบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด นำโดยนายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด และนางเมทนี กิ่งโพยม กรรมการผู้จัดการบริษัท ฟินาเล่ คอมพานี จำกัด มาพร้อม 4 นางแบบปฏิทินดังกล่าว ได้แก่ น.ส.ปานพิมพ์ เตชะธนชัยพัฒน์ น.ส.พัสวีพิชญ์ ศรณอัครภา น.ส.สุทธิกานต์ หวังเจริญทวีกุล และ น.ส.แอนนา รีส โดยทั้งหมดแต่งกายมิดชิด ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน รวมทั้ง ส.ส.ที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการชุดนี้ก็ย่องเข้ามาดูนางแบบกันหลายคน

 นายสุรพงษ์กล่าวว่า ต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินไปด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ เพราะอาจกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต ดังนั้นจึงไม่ควรกล่าวหาเอาผิด หรือมองประเด็นทางสังคมมากเกินไป เพราะกรณีการโฆษณาของเบียร์ช้างที่นำนายแบบ 3 คน มาขึ้นป้ายคัตเอาท์ติดตามสถานที่ต่างๆ ก็ต้องถือว่าผิดเหมือนกัน

 ด้านนายมานิต แจงว่า ขณะนี้กระทรวงกำลังดำเนินการออกกฎกระทรวงเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อผู้ประกอบการ ซึ่งเรื่องอยู่ที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รอเพียงนายกรัฐมนตรีลงนามเท่านั้น เพราะหากจะยึด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 32 เขียนไว้ชัดเจนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดชักจูงใจ หรือแสดงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ยกเว้นตามที่กฎกระทรวงกำหนด ดังนั้นเมื่อยังไม่มีกฎกระทรวงออกมา ต้องถือว่าการโฆษณาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถือว่าผิดหมด

 "ขอยืนยันว่าที่กระทรวงได้ฟ้องร้องบริษัทเบียร์ไปจำนวน 65 คดีนั้น เป็นการรวบรวมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเบียร์ก่อน เนื่องจากอยู่ในความสนใจของประชาชน ขณะนี้กำลังพิจารณารวบรวมหลักฐานฟ้องบริษัทเหล้าทั้งหมดอยู่ จะบังคับใช้กฎหมายให้ทัดเทียมกัน" นายมานิตกล่าว

 จากนั้น นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษากรรมาธิการ กล่าวท้วงติงกลางที่ประชุมว่า กรรมาธิการชุดนี้ไม่ใช่กรรมาธิการวัฒนธรรม หรือสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ดังนั้นการหยิบยกเรื่องใดมาพิจารณาจึงต้องดูให้รอบคอบ มิใช่เอาเรื่องที่เป็นกระแสทุกเรื่องมาทำหมด เพราะทำให้กรรมาธิการหมดความศักดิ์สิทธิ์ วันนี้กรรมาธิการมาทำอะไรกัน เชิญน้องๆ นักแสดงที่เขาทำอาชีพอิสระมานั่งให้สื่อถ่ายภาพ เหมือนกับเขาเป็นจำเลยสังคม ทั้งที่พวกเขาไม่ใช่คนชั่วร้าย และกรรมาธิการทั้งหมด 15 คน แต่มานั่งอยู่ในห้องประชุมเพียง 3 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม เหตุที่ไม่เข้าประชุม เพราะไม่เห็นด้วยที่ประธานกรรมาธิการนำเรื่องนี้บรรจุเข้ามาพิจารณา และเตรียมแถลงข่าวคัดค้าน

 “ผมยังไม่เคยเห็นภาพว่าเป็นอย่างไร แต่คิดว่าปฏิทินนี้จะไม่ทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง เพราะเขาก็ทำกันมาเป็นปีๆ แล้ว เพียงแต่อาจจะสวนทางกับประเพณีไทยเท่านั้น กรรมาธิการไม่ควรหยิบเรื่องเล็กมาพิจารณา หรือทำตามกระแสสังคม ควรให้กระทรวงสาธารณสุขรับเรื่องนี้ไปดำเนินการต่อไปจะดีกว่า” นายพิเชษฐกล่าว

 หลังการทักท้วงของนายพิเชษฐ ทำให้บรรยากาศการประชุมตึงเครียดขึ้นทันที เหล่านางแบบต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง ขณะที่ผู้จัดการของนางแบบคนหนึ่งหันมาถามนักข่าวว่า "ตกลงเขาจะเอาอย่างไรต่อไป นางแบบจะต้องชี้แจงหรือไม่" พร้อมทั้งชื่นชมบทบาทของนายพิเชษฐไม่ขาดปาก

 ในที่สุด นายสุรพงษ์ได้รวบรัดกล่าวขอบคุณเหล่านางแบบและตัวแทนของทุกหน่วยงานที่มาร่วมประชุม และไม่มีการซักถามแต่อย่างใด โดยให้เหตุผลว่าจะมอบเรื่องนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการต่อ และขอให้กรมสรรพสามิตนำข้อมูลภาษีสุราและเบียร์ที่ภาครัฐได้รับในแต่ละปีมามอบให้กรรมาธิการต่อไป และกล่าวปิดการประชุมทันที โดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการพิจารณาครั้งนี้มี ส.ส.เข้าร่วมประชุมเพียงแค่ 3 คน คือ นายสุรพงษ์ นายพิเชษฐ และนายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ส.ส.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย

 ภายหลังการประชุม นายพิเชษฐให้สัมภาษณ์ว่า กรรมาธิการไม่ได้มีความขัดแย้งกัน แต่ถ้ายังถลำที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อจะทำให้มีปัญหามากขึ้น เมื่อยุติกันแค่นี้ก็ถือว่าถูกต้องแล้ว ต่อไปต้องพิจารณาว่างานของกรรมาธิการมีขอบข่ายแค่ไหน

 ด้าน นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบ ส.ส.มาเซ็นชื่อแล้ว พบว่ามาเซ็นชื่อครบองค์ประชุม เพียงแต่ไม่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น แม้จะส่งเรื่องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ แต่ยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป กรรมาธิการมีความคิดแตกต่างกันได้ไม่เป็นไร

 วันเดียวกัน ที่หอประชุมใหญ่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด นายฉัตรชัย และลูกเกด ร่วมแถลงข่าว โดยลูกเกดยืนยันว่า การจัดทำปฏิทินไม่ได้กระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่คงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

 ด้านนายฉัตรชัย กล่าวถึงการตีความตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า จะต้องตีความทั้งประโยค การจัดทำปฏิทินที่ไม่ได้เป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงให้ผู้อื่นดื่ม กฎหมายนี้แม้จะออกมา 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายลูก หรือกฎกระทรวง ออกมาบังคับใช้แต่อย่างใด

 ส่วนประเด็นปฏิทินหวิว นายฉัตรชัยย้ำว่า ไม่มีความแตกต่างกับนิตยสารที่วางจำหน่ายทั่วไป

 "ขณะนี้เราได้ยื่นขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครอง โดยขอให้เพิกถอนประกาศสำนักงาน และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยการไต่สวนฉุกเฉิน ส่วนประเด็นอื่นๆ รวมถึงการละเว้นปฏิบัติหน้าที่นั้น ขณะนี้กำลังปรึกษากับทนายของบริษัทว่าจะฟ้องร้องหรือไม่ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้" นายฉัตรชัยกล่าว