ข่าว

"จตุพร"แฉเอกสารก็อกสองย้ำแผนฆ่า"แม้ว"

"จตุพร"แฉเอกสารก็อกสองย้ำแผนฆ่า"แม้ว"

23 ธ.ค. 2552

”จตุพร” แฉเอกสารก็อกสองแป๊ก 5 แผ่น ตารางวิเคราะห์มาตรการตอบโต้เขมร วกพูดแต่เรื่องฆ่า ”ทักษิณ” โบ๊ย ขรก.บัวแก้ว ตีความให้ อ้าง ไทยเสียมากกว่าได้ การันตี ” นายใหญ่ ” ไม่มีประโยชน์ทับซ้อนในธุรกิจน้ำมัน ย้ำ นำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่ ลั่น ยื่นถอดถอน ” กษิต ” ก

(23ธ.ค.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เปิดแถลงข่าวถึงเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนที่สอง จำนวน 5 แผ่น ต่อจากการเปิดเผยครั้งแรก สำหรับเอกสารชุดหลัง 5 แผ่นหลังเป็น ตารางวิเคราะห์เรื่อง “ การส่งสัญญาณและระดับความรุนแรงเพื่อเตรียมมาตรการป้องปรามและตอบโต้การกระทำของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ” ทั้งนี้ในเอกสารมีการนำเสนอมาตรการตอบโต้กัมพูชาทั้งหมด 18 ข้อ พร้อมกับวิเคราะห์ผลดีผลเสีย โดยจัดหมวดหมู่เป็นสามระดับ คือ ความรุนแรงน้อย ความรุนแรงปานกลาง ความรุนแรงมาก ซึ่งใน 18 ข้อ มีการวิเคราะห์ผลดี ผลเสียครบ

 นายจตุพร แถลงว่า อยากเน้นเรื่อง “ มาตรการระดับความรุนแรงมาก ” ที่มีทั้งหมด 8 ข้อ เช่น กำหนดมาตรการห้ามคนไทยเดินทางข้ามแดนไปเล่นการพนันในกัมพูชา ยกเลิกสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไทยกัมพูชา ยกเลิกความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางราชการไทย-กัมพูชา เสริมกำลังทางทหารของไทยบริเวณพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาทุกจุดให้เข้มแข็งโดยเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหาร ชะลอการพิจารณา เรื่องความร่วมมือไทยกัมพูชาที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และที่อยากให้ความสำคัญ คือ มาตรการยกเลิกเอ็มโอยูระหว่างไทยกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน โดยเอกสารระบุข้อดีว่า เป็นการกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้นำกัมพูชาและพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างชัดเจน สะท้อนให้สังคมเข้าใจว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผู้นำกัมพูชากับพ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องการความโปร่งใส ส่วนข้อเสียระบุว่า จะนำไปสู่การเรียกร้องผลักดันในไทยให้ยกเลิกเอ็มโอยูเขตแดนทางบกปี 2543

 นายจตุพร กล่าวว่า ประเด็นนี้ทำให้รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีผลประโยชน์ หรือมีหุ้นเดียวในการสัมปทานบ่อก๊าซ และรัฐบาลไทยก็รู้เช่นกันว่า ถ้าเกิดยกเลิกเอ็มโอยูปี 2544 ก็จะผลักให้มีการยกเลิกเอ็มโอยูปี 2543 ในสมัยรัฐบาลชวน ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร รมว.ต่างประเทศ ขณะนั้นได้ลงนามทำให้เสียค่าโง่ในกัมพูชา เพราะ เป็นการระบุการปักปันเขตแดนตามแผนที่ฝรั่งเศส ทำให้ไทยเสียปราสาทพระวิหาร ซึ่งวันนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ยังไม่มีการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 เพราะถ้ายกเลิกก็เท่ากับว่า ต้องยกเลิกมติ ครม.ของตัวเองถือเป็นการทำผิดมติ ครม.ตัวเอง ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมด ถ้าทำตามนี้ประเทศไทยเสียกว่าได้

 “ ที่ผมนำเปิดเอกสารทั้งหมด จำนวน 12 หน้า มันอยู่ในฉบับเดียวกัน มีความต่อเนื่องกัน พวกผมเสียหาย หากปล่อยให้เอกสารนี้เดินหน้าต่อไป การเข่นฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องเกิดขึ้น โดยเฉพาะที่บอกว่า ขจัดภัยคุกคามหลัก ซึ่งในคำว่า “ ขจัด ” วงที่เขาพูดกันหมายถึงการฆ่า เอกสารนี้จึงสร้างความเสียหายกับประเทศไทย และกัมพูชาจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเอกสารนี้ เพราะแต่ละข้อทำให้ประเทศไทยเสียหายทั้งสิ้น และประเทศที่ได้ประโยชน์ คือ เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศบรรพบุรุษของนายอภิสิทธิ์ ” นายจตุพร กล่าว

 ทั้งนี้ เนื้อหาในการแถลงข่าว นายจตุพร ได้ย้ำถึงเอกสารชุดแรกที่เปิดออกมามากกว่า โดยย้ำว่า เอกสารลับทั้งหมด เป็นแผนต้องการฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ และร่วมทำความรุนแรงเพื่อให้สูญเสียชีวิต

 นายจตุพร กล่าวว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลระบุว่า จะดำเนินคดีกับตนข้อหานำเอกสารลับมาเปิดเผยนั้น ความจริง ถ้าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย ตนก็คงไม่ใช้วิธีการแบบนี้ แต่เอกสารนี้ทำผิดกฎหมาย มุ่งหมายชีวิต พ.ต.ท.ทักษิณ แทรกแซงการทำหน้าที่ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแม้ว่า ศาลฎีกาฯจะเลื่อนขอสอบพยานเพิ่ม ชี้ให้เห็นว่า กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายศาล ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศทำลาย ความน่าเชื่อถือไม่เฉพาะกัมพูชาแต่ทำลายทุกประเทศที่เกี่ยวข้องกับประเทศ ดังนั้นขอเชิญกระทรวงการต่างประเทศดำเนินคดีได้ตามสบายและจากนี้ตนก็จะดำเนินคดีกับกระทรวงการต่างประเทศข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

 เมื่อถามว่า ที่บอกว่า วงมีการวิเคราะห์จะสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณหมายถึงวงไหน นายจตุพร กล่าวว่า คือ วงในกระทรวงการต่างประเทศโดยเฉพาะคำว่า “ ขจัด ” ภัยหลัก และใช้คำว่า เอ็นเกม คิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากการฆ่า เมื่อถามย้ำว่าข้าราชการส่วนไหนที่แปลความหมายว่า ขจัด ให้ นายจตุพร ตอบว่า เป็นข้าราชการในกระทรวงต่างประเทศ อยู่ในวงใน

 เมื่อถามอีกว่า วงไหนที่มีการวิเคราะห์ว่า ถ้าจบเดือน ธ.ค.นี้ไม่ได้ ก็ต้องจบในเดือนเมษายน 2553 นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ข้าราชการเขาทนไม่ได้ เพราะหนังสือฉบับนี้มาจากกระทรวงการต่างประเทศและยืนยันกรณีนี้ จะเป็นหัวข้อหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และจะนำไปสู่การถอดถอน นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศก่อน โดยเราแจ้งความดำเนินคดีเรื่องการละเมิดอำนาจศาลและมุ่งร้ายพ.ต.ท.ทักษิณ

 “ และถ้าอยากจะฟ้องตนก็เชิญ “ ขอให้เจอกันในคุกกันทั้งสอง จะได้เตะกันสะดวกหน่อย ” ทั้งนี้ ประเด็นนี้จะเป็นเรื่องนี้ที่นำมาพูดในการชุมนุมใหญ่เดือน ม.ค.และขอยืนยันว่า เราจะไม่มาชุมนุมเป็นครั้งที่สองอีก ”

 เมื่อถามว่าจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการชุมนุมล้มรัฐบาลให้ได้ หากรัฐบาลไม่ล้มจะไม่เลิกชุมนุมหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ในการชุมนุมเดือน ม.ค.จะเป็นการมาครั้งสุดท้าย จะไม่มาเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน