
"หยาดทิพย์ ราชปาน"โร่ดูของกลาง ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน"ออฟซ่า"
ศาลค้านประกัน "ออฟซ่า" หัวหน้าแก๊งโจรกรรม 200 ล้าน หวั่นหลบหนี ตำรวจกว่า 10 โรงพักขออายัดตัว ขณะที่ "หยาดทิพย์" โร่ดูของกลาง เผยบ้านย่านตลิ่งชันถูกยกเค้า นาฬิกา เครื่องเพชร มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท ส่วน "เสี่ยราชศักดิ์" พันคดีปั่นหุ้น ที่ถูกลักทรัพย์ "ดีเอสไ
ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.4 จับกุมนายณัฐ ชาหอม หรือโต้ง อายุ 32 ปี และนายสุภัทร เนินวิเชียร หรือทอม อายุ 29 ปี ร่วมกับนายหทัย ไชยวัณณ์ หรือออฟซ่า อายุ 38 ปี นักแข่งรถชื่อดัง ส่วน นายพีรวัฒน์ ตะวันธรงค์ หรือพี อายุ 23 ปี และนายกีรติ กุมพล หรือเค อายุ 30 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี ร่วมกันแก๊งลักทรัพย์ตามบ้านเรือนเศรษฐี นักการเมือง ดาราชื่อดัง ได้ทรัพย์สินกว่า 200 ล้านบาทนั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มีนาคม พ.ต.ท.ประพจน์ อนุศิริ พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.วังทองหลาง ได้ควบคุมตัวนายหทัย ไชยวัณณ์ หรือ ออฟซ่า หรือหมูสกปรก ไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาฯ ภายหลังจากควบคุมตัวครบกำหนดเวลา ซึ่งยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก อีกทั้งต้องรอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นต้องนำตัวผู้ต้องหามาฝากขังเป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม จนถึงวันที่ 18 มีนาคม พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว
ในคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 น.ส.จริยาภรณ์ ใจบุญ ผู้เสียหาย ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่บ้านธารารมณ์ แขวงและเขตวังทองหลาง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า มีคนร้ายร่วมกันงัดตู้เซฟ และใช้แก๊สติดไฟตัดประตูตู้เซฟ แล้วเอาทรัพย์สินไปหลายรายการมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้จับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเป็นคนก่อเหตุร่วมกับพวกอีก 5 คน จึงได้ร้องขอต่อศาลเพื่อออกหมายจับ โดยศาลออกหมายจับที่ 567/2552 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2552 ต่อมาผู้ต้องหาทราบว่าถูกออกหมายจับจึงติดต่อเข้ามอบตัวพร้อมกับรับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ในเคหสถาน, โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป, โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์นั้น, โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ รับของโจร ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ขณะที่ญาติของนายหทัยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 3 แสนบาท ขอประกันตัว แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่ได้ก่อเหตุตระเวนลักเอาทรัพย์สินของกลางในคดีซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านบาท หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเชื่อว่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว สั่งยกคำร้อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายสุภัทร เนินวิเชียร หรือทอม ชาว จ.ระยอง นายณัฐ ชาหอม ชาว กทม. และ น.ส.วลัยลักษณ์ ศรีประไพ อายุ 27 ปี ชาว จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาร่วมแก๊งลักทรัพย์ ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-17 มีนาคม เนื่องจากสอบสวนพยานยังไม่แล้วเสร็จ
ในท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเห็นว่าการะทำของผู้ต้องหามีลักษณะเป็นกลุ่มแก๊ง กระทำผิดอีกหลายคดี หลายท้องที่ มีผู้เสียหาย และทรัพย์สินที่เสียหายจำนวนมาก หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงจะหลบหนี ซึ่งชั้นสอบสวน นายสุภัทร และนายณัฐ ผู้ต้องหาที่ 1-2 ให้การรับสารภาพ ส่วน น.ส.วลัยลักษณ์ให้การปฏิเสธ
ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ สน.วังทองหลาง มีประชาชนผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายโจรกรรมทรัพย์สินประมาณ 50 คน มาดูทรัพย์สิน โดยเจ้าหน้าที่ใช้วิธีนำรูปถ่ายทรัพย์สินจากโรงจำนำที่ไปตรวจสอบมาให้ผู้เสียหายดู รวมทั้งทรัพย์สินบางส่วนที่เคลื่อนย้ายมาจาก กก.สส.บก.น.4
ต่อมา น.ส.หยาดทิพย์ ราชปาล ดารานักแสดงชื่อดัง ได้มาตรวจดูทรัพย์สินพร้อมกับมารดา ซึ่งคาดว่าจะมีทรัพย์สินของตัวเองที่ถูกโมยไป โดย น.ส.หยาดทิพย์กล่าวว่า บ้านที่ย่านตลิ่งชันถูกคนร้ายลักทรัพย์เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2551 ทรัพย์สินที่หายส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาและเครื่องเพชร รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท
"หลังจากดิฉันดูทรัพย์สินแล้วก็ยังไม่พบและยังไม่มีของชิ้นใดที่มีลักษณะรูปพรรณคล้ายกับของดิฉันที่หายไป รวมทั้งในรูปถ่ายด้วย วันนี้ก็มีความหวังว่าจะเจอทรัพย์สินที่หายไป หลังจากนี้อีก 2-3 วัน จะกลับมาตรวจดูทรัพย์สินใหม่อีกครั้ง" น.ส.หยาดทิพย์ กล่าว
พ.ต.อ.สมิต เชิงสะอาด ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวว่า ได้จัดระบบให้ผู้เสียหายตรวจดูทรัพย์สิน โดยให้ดูทั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ รูปถ่ายจากโรงรับจำนำ และทรัพย์สินบางส่วนที่ย้ายมาจาก กก.สส.บก.น. 4 ซึ่งของกลางทั้งหมดที่ย้ายมามีกว่า 300 ชิ้น ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องประดับ และนาฬิกา สำหรับผู้เสียหายหลังจากตรวจสอบแล้วพบว่ามีทรัพย์สินรายการใดคล้ายของตัวเองและแน่ใจว่าใช่ก็จะเอาทรัพย์สินของจริงมาให้ตรวจสอบ หลังจากนี้จะนำตู้กระจกมาใส่ของกลาง เพื่อให้มีการจัดวางอย่างเป็นระบบ และสามารถป้องกันการสูญหาย
"สำหรับการสืบสวนจะให้ฝ่ายสืบสวน บก.น.4 ดูแล ทั้งนี้มีสถานีตำรวจกว่า 10 โรงพัก มาติดต่อขออายัดตัวผู้ต้องหาไปบ้างแล้ว สำหรับโทษความผิดในคดีลักทรัพย์ในเคหสถานจะมีโทษจำคุก 3-7 ปี ส่วนกลุ่มผู้ต้องหามีการแจ้งความไว้ประมาณ 50 คดี ซึ่งมีอัตราโทษเพิ่มขึ้นไปอีก ส่วนทางโรงรับจำนำที่กลุ่มคนร้ายนำทรัพย์สินที่โจรกรรมไปจำนำไว้ก็อาจจะมีโทษในฐานรับของโจรด้วย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ" พ.ต.อ.สมิต กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.อาณัฐ เกล็ดมณี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (รอง ผบก.น.4) กล่าวถึงกรณีที่ นายราชศักดิ์ สุเสวี อายุ 60 ปี ประธานกรรมการบริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) หรือพีพี ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับรับเหมาและอุปกรณ์ก่อสร้าง นักเล่นหุ้นรายใหญ่ ถูกเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบ เพราะมีความเกี่ยวโยงกับการปั่นหุ้น ว่า ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ประสานงานมา โดยกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) ไม่มีอำนาจสอบสวนในเรื่องนี้แต่อย่างใด
พ.ต.อ.อาณัฐกล่าวว่า ทรัพย์สินที่คนร้ายเข้าไปโจรกรรมตู้เซฟภายในบ้านของนายราชศักดิ์ เลขที่ 39/2 หมู่บ้านธารารมณ์ ในท้องที่ สน.วังทองหลาง เมื่อปี 2551 นั้น มีทรัพย์สินเป็นธนบัตรรัฐบาล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50 ล้านบาท ธนบัตรสกุลต่างชาติ 10 ล้านบาท เครื่องประดับประเภทสร้อยทอง สร้อยเพชร แหวนทอง นาฬิกา พระเครื่อง รวม 40 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปทั้งสิ้นประมาณ 100 ล้านบาท



