ข่าว

ไฟเขียวมาตรการภาษีเอื้อนำเข้า-หนุนการออม

ไฟเขียวมาตรการภาษีเอื้อนำเข้า-หนุนการออม

23 ธ.ค. 2552

ครม.อนุมัติ 4 มาตรการภาษีส่งท้ายปี ยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ 13 รายการ ยกเว้นภาษีเงินผลประโยชน์กบข.-สำรองเลี้ยงชีพ ยืดอายุมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ออกไปอีก 1 ปี คลังยันกระทบรายได้รัฐน้อย

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติมาตรการภาษี 4 มาตรการตามที่กระทรวงการคลังเสนอเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงส่งเสริมการออมระยะยาวด้วย

 ทั้งนี้ ประกอบด้วยมาตรการภาษีศุลกากรซึ่งมีการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้า 13 รายการ ในกลุ่มวัตถุดิบที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ หรือผลิตได้ปริมาณน้อยหรือคุณภาพต่ำ เช่น วัตถุดิบที่นำมาทำไส้กรองไปเสียจักรยานยนต์   โดยจะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลไม่มากนักประมาณปีละ 35 ล้านบาท

 ส่วนมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการออมเพื่อการชราภาพกรณีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.)และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถือเป็นเรื่องใหม่ โดยจะยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินหรือผลประโยชน์ที่สมาชิกได้รับไม่ว่าจะเป็นการพ้นสภาพสมาชิกจากการเกษียณอายุหรือเสียชีวิตหรือไม่ก็ตาม หรือไม่ว่าจะเป็นการขอรับทั้งจำนวนและทยอยรับรวมถึงกรณีที่มีการโอนเงินหรือผลประโยชน์จากกบข.ไปกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือโอนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหนึ่งไปอีกกองหนึ่งก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยเช่นเดียวกัน

 ขณะที่มาตรการใหม่เพื่อช่วยเหลือคนพิการ จะให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ของนายจ้างหรือเจ้าของผู้ประกอบการที่รับคนพิการเข้าทำงานรวมถึงที่มีการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ โดยสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายที่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายและค่าจ้าง เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้ดีขึ้น ขณะที่ผู้พิการที่มีรายได้ยังเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ

 นอกจากนั้น ครม.ยังมีมติให้ยืดอายุมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และโครงสร้างองค์กรออกไปอีก 1 จากเดิมที่จะหมดอายุในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 เพื่อให้การปรับปรุงโครงสร้างหนี้และองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ลดลง โดยไตรมาสที่ 2 ปีนี้เอ็นพีแอลลดลง 23,300 ล้านบาท