ข่าว

หวัง19โครงการมาบตาพุดมีลุ้นครม.หนุน42โครงการ

หวัง19โครงการมาบตาพุดมีลุ้นครม.หนุน42โครงการ

22 ธ.ค. 2552

ครม.หนุน 42 โครงการยื่นข้อมูลศาลเพิ่มเติมขอเดินหน้า มอง 19 โครงการมีความหวังได้ปลดล็อกสูง ส่วนอีก 23 โครงการยังต้องเสี่ยง นายกฯ แนะเอกชนควรยื่นเองแต่ละราย บอร์ดสิ่งแวดล้อมถก 24 ธ.ค.นี้ รายละเอียดอีไอเอ-เอชไอเอ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.ได้พิจารณาสถานะของ 65 โครงการที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับกิจการ พบมี 23 โครงการ ที่อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตตามปกติ จึงต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง ส่วนที่เหลืออีก 42 โครงการ เป็นโครงการที่ดำเนินการและเปิดประกอบกิจการแล้ว 11 โครงการ ก่อสร้างเสร็จแล้ว 9 โครงการ อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 22 โครงการ

 ทั้งนี้ หลังจากเอกชนนำคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ที่มีคำสั่งให้ 11 โครงการดำเนินการได้ มาเปรียบเทียบกับ 42 โครงการ คิดว่าจะมีโครงการสามารถทำเรื่องขอเสนอข้อเท็จจริงไปยังศาลว่าอยู่ในหลักเกณฑ์เดียวกัน จำนวน 19 โครงการ ซึ่งเอกชนจะเสนอต่อศาลด้วยตัวเอง ส่วนที่เหลืออีก 23 โครงการ มี 15 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หากเสนอว่าการก่อสร้างไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เอกชนก็ต้องยอมรับความเสี่ยงเองว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วจะได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการหรือไม่  แต่ต้องขอให้ศาลอนุญาตให้ก่อสร้างต่อ

 "ในส่วน 19 โครงการเอกชนต้องเสนอข้อเท็จจริงต่อศาลเอง ควรดำเนินการเป็นรายกรณี และหากศาลอนุญาตให้เดินหน้าได้บางส่วนหรือทั้งหมดปัญหาจะเบาลง ที่หนักจริงๆ คือ 7 รายที่ถูกระงับการดำเนินการไปแล้ว กำลังไล่ดูว่าจะดำเนินการเรื่องความเสียหายอย่างไร” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าของโครงการ อาจจะมีผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในปี 2553 บ้าง แต่ไม่ควรไปเหมารวมทั้งหมด ที่สำคัญต้องเร่งทำกติกาให้มีความชัดเจน เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อการลงทุนในอนาคต ยังไม่จำเป็นต้องปรับเป้าหมายทางเศรษฐกิจใหม่ เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจยังมีทั้งบวกและลบ จำเป็นต้องประเมินตามสถานการณ์ความเป็นจริงไปเป็นระยะๆ

 นายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการที่มีเหตุผลเพียงพอ ที่จะขอผ่อนผันการคุ้มครองชั่วคราวมี 19 โครงการ ซึ่งโครงการเหล่านี้สามารถนำไปเทียบเคียงกับ 11 โครงการที่ศาลอนุญาตให้ดำเนินการได้ เพราะเป็นโครงการที่ไม่มีผลกระทบรุนแรง ส่วนที่เหลืออีก 23 โครงการ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและปลัดกระทรวงพลังงาน จะหาเหตุผลในการยื่นขอผ่อนผันต่อศาล คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์ 

 ทั้งนี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจะมีการประชุมวันที่ 24 ธันวาคมนี้ จะมีการพิจารณารายละเอียดการศึกษาอีไอเอ และเอชไอเอ การรับฟังความเห็นประชาชนและประเภทกิจการที่กระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ถ้าผ่านความเห็นจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ก็จะเสนอครม.วันที่ 29 ธันวาคมนี้ ซึ่งประเภทกิจการกระทบชุมชนอย่างรุนแรงใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว โดยจะครอบคลุมประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องกิจการกระทบชุมชนอย่างรุนแรง 8 กิจการ และให้มีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยกิจการกระทบชุมชนอย่างรุนแรงตามที่มีผู้ร้องเรียน