
กรณ์โบ้ยถามผู้ว่าฯกทม.-อดีตเลขาฯปัญหารอยร้าว
กรณ์ โบ้ย ถาม ผู้ว่าฯกทม.-อดีตเลขาฯปัญหารอยร้าว อ้างดูแลเฉพาะ ส.ส.กทม. แจงปัดรู้เห็นเปลี่ยนตัวเลขาฯผู้ว่ากทม. ด้าน สุขุมพันธ์ ชี้ประเด็นทำงานไม่เข้าขาตั้งแต่ 2 เดือนแรก จึงจำเป็นต้องเปลี่ยน เตือนฝ่ายตรงข้ามให้หยุดพล่าม หากไม่หยุดก็จะพูดบ้าง
(22ธ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 18.30 น. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่ลงนามคำสั่งปลดนายชีวเวช เวชชาชีวะ ออกจากตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องของผู้ว่าฯ กทม.จะพิจารณา ตนดูแลเฉพาะส.ส.กทม. แต่งานกทม. ตนไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากผู้ว่าฯ กทม.ทำหนังสือมาถึงพรรคก็หมายความว่าตัดสินใจแล้ว โดยที่ไม่ต้องขอมติพรรคมใช่หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ว่าฯ กทม. ตนไม่เกี่ยวข้อง
ด้านม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กรณีกระแสข่าวต่างๆ ที่ออกมาขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีอะไร เพียงแต่เป็นการทำงานที่จูนคลื่นไม่ตรงกัน ไม่มีปัญหาว่าใครถูกใครผิด เพราะคนที่มาทำหน้าที่เป็นเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ไม่เหมือนกับการเป็นเลขาฯ รัฐมนตรี แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนเลขาฯ นายกฯ เมื่อทำงานไม่ตรงกันก็ต้องปรับปรุง ซึ่งเรื่องนี้นายกฯ เคยถามหลังจากตนรับตำแหน่ง 2 เดือน ซึ่งตนก็ได้เรียนไปว่าจูนคลื่นไม่ตรงกัน จึงให้โอกาสทำงานครบ 1 ปี ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอื่น
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีบุคคลใกล้ชิดของผู้ว่าฯ กทม.เข้ามาแทรกแซงการทำงานนั้น ผู้ว่ากทม. กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีเรื่องอะไรทั้งสิ้นไม่ได้มีใครผิดใครถูก ตนไม่เคยพูดว่าเขาผิด หรือเราผิด แต่ต้องเป็นคนทำงานที่จูนคลื่นกันได้ ส่วนที่มีเหตุผลอื่นอะไรนั้นไม่เป็นความจริง มีแต่เหตุผลเดียวเท่านั้นคือ เลขากับผู้ว่าฯ กทม.ต้องทำงานคลื่นตรงกัน จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวออกมาว่าผู้ว่าฯ กทม.ได้กล่าวพาดพิงการทำงานของรัฐบาลว่าล้มเหลวในหลายเรื่อง ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวว่า ไม่เคยมี ตนกล่าวพาดพิงถึงรัฐบาลเพียงครั้งเดียวคือ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้กล่าวเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นการกระเซ้าหลังอาหารค่ำช่วง 2 ทุ่มกว่าๆ และไม่มีการกล่าววิจารณ์ที่รุนแรง และเรื่องนี้ก็ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคสอบถามตนแต่อย่างใดเพราะเข้าใจตนดี
“ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็มาจากการโยงถึงกรณีนายชีวเวช และการทำงานผมก็ไม่เคยดูคนที่นามสกุล แต่ดูที่ผลงาน เพราะยึดงานเป็นหลัก โดยไม่สนใจเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้ ผมก็ไม่เคยบอกว่านายชีวเวชทำงานไม่ดี แม้แต่ครั้งเดียวว่าเขาไม่ดี เป็นคนผิดทำผิด ไม่เคยเลยครับ ผมพูดอย่างเดียวว่าเพียงแต่คลื่นไม่ตรงกัน ตั้งแต่ 2 เดือนแรกที่ทำงานแล้ว คนละคลื่นกัน เพราะตำแหน่งเลขากับผู้ว่าต้องทำงานคลื่นเดียวกัน ผมดูที่ผลงานเป็นหลัก ไม่ใช่นามสกุล ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ถ้าผมมีเลขาฯนามสกุลบริพัตรแล้วทำงานไม่เข้าทางกับผมก็ต้องให้ออกจากตำแหน่งอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว” ผว.กทม. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงหรือไม่เมื่อออกไปแล้วจะนำไปพูดในลักษณะที่ทำให้ตัวผว.กทม.เสียหาย ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ กล่าวว่า “ต้องหยุดพูดเร็วๆนี้นะครับ เพราะผมก็มีสิทธิ์พูดบ้าง ก็ดูสิว่าใครจะเชื่อใคร ก็ให้รู้กัน ปัญหาอยู่ตรงที่เดียว คือ ผมไม่ให้เลขาฯเข้าไปยุ่งเรื่องแต่งตั้งโยกย้าย และคลื่นไม่ตรงกัน แต่ไม่จำเป็นต้องนำมาแฉว่าคลื่นไม่ตรงกันในเรื่องไหน แต่ผมจะขยายความก็ได้ถ้าเขาไม่หยุดพูด” ผว.กทม. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สังคมมองว่าภาพที่ออกมาพรรคประชาธิปัตย์ กำลังเกิดความแตกแยก ผู้ว่าฯ.กทม. กล่าวว่า ไม่มีความแตกแยกวันนี้ตนก็มาพรรค ถ้าแตกแยกตนจะมาทำไม และที่ตนต้องออกไปเร็วไม่ได้ร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ของพรรคที่จัดขึ้น บนชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์เพราะต้องรีบไปตรวจผับแถว “อาร์ซีเอ”
รายข่าวแจ้งว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ได้นำบุตรชายคนโต คือ ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร ได้เดินทางมาแจกการ์ดแก่แกนนำ และส.ส.พรรคไปร่วมงานมงคลสมรส ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26 ธ.ค.นี้



