
โครงการเฝ้าระวัง
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากรประมาณ 10 ล้าน ถ้านับรวมถึงบริเวณปริมณฑล มีปัญหาความปลอดภัยในด้านชีวิตและทรัพย์สิน การปล้นชิงทรัพย์ และอาชญากรรมหลายอย่าง รวมทั้งพฤติกรรมกวนเมือง เช่น กลุ่มมอเตอร์ไซค์ และกลุ่มก่อกวนอื่นๆ รวมทั้งการชุมนุมทางการเมือง
และกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงซึ่งมีปัญหาด้านการให้แสงสว่างสำหรับถนนหนทางทั่วไป เมื่อเทียบกับเมืองหลวงประเทศอื่นๆ ขนาดเดียวกันในภูมิภาคนี้ ทำให้การประกอบอาชญากรรมง่ายดาย และยากต่อการสืบสวนจับกุม ยิ่งสภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา อาชญากรรมยิ่งเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นรายงานข่าวทั่วไปและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ผลด้วยเหตุหลายประการ
กรุงเทพมหานคร โดยนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯ ได้กล่าวว่า จากการสำรวจพบจุดเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพมหานครกว่า 5,365 แห่ง พร้อมจัดอับดับ 10 จุด ในพื้นที่ของ กทม.โดยระบุว่าขณะนี้กทม.ได้ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และผู้อำนวยการสำนักงานเขต รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดไฟส่องสว่างเพื่อให้ความสะดวกแก่ชุมชน
ขณะเดียวกันยังปรับปรุงพื้นที่รกร้างบางส่วนหลังจากตรวจพบจุดเสี่ยง และได้ดำเนินการติดหลอดไฟส่องสว่างไปแล้วกว่า 4,000 ตัว และอยู่ระหว่างการจัดซื้อกล้องวงจรปิดโดยใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้าน เพื่อดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม คาดว่าจะนำมาติดได้ในเร็วๆ
นายพรเทพ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา สำนักการจราจร และสำนักเทศกิจ ยังเข้าไปดูบริเวณพื้นที่ตรวจสถานบันเทิงย่านอาร์ซีเอ เพื่อตรวจสอบระบบการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย
เมื่อคำนึงถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ แล้ว จะเห็นได้ว่ายังต้องติดตั้งกล้องทีวีวงจรปิดมากกว่าเดิมให้ทั่วถึง โดยอาจทำงบประมาณทยอยติดตั้ง ที่สำคัญต้องมีคุณภาพดี ใช้งานได้ และไม่มีปัญหาต้องแก้ตัว หากเกิดเหตุร้าย โดยอ้างว่ากล้องจุดนั้นเสียหาย เท่ากับเป็นการสูญเปล่า
สังคมเมืองจำเป็นต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย และการป้องกันอาชญากรรม ยิ่งมีการชุมนุมทางการเมืองและการใช้ความรุนแรง เผาบ้านเผาเมืองโดยกลุ่มการเมือง มวลชนเสื้อแดง ทำให้ต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหลายครั้ง มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มมวลชนและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องมีการเก็บหลักฐานเป็นภาพเพื่อดำเนินคดี
นอกจากจะต้องระวังไม่ให้กลุ่มใดจ้องแสวงหาประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว มีความจำเป็นต้องเชื่อมเครือข่ายการใช้งานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กทม. และตำรวจ รวมทั้งของภาคเอกชนด้วยเพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพ ได้ผลสูงสุด ทั้งนี้เพื่อสวัสดิภาพของประชาชนนั่นเอง



