
เครื่องมือหาเงิน
ข่าวดุเด็ดเผ็ดมันทลายแก๊งทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการประมูลรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ ที่ในขั้นต้นจะมีการกล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีข้าราชการตำรวจบางคน, พลเรือนบางท่าน, เอกชนบางกลุ่ม ว่ากันว่าจะล้มขบวนการหากินกับการประมูลของทางราชการรายใหญ่กันทีเดียวเชียวล่ะท่าน
สุดท้าย ก็สรุปส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นนายตำรวจใหญ่ 6 คน นอกนั้นอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินคดี
ยังมีคำถามต่อว่า แล้วที่เหลือจะลงเอยกันอย่างไร
ยิ่งช่วงนี้เกิดข่าวทำนองว่า หน่วยงานระดับกองบัญชาการใหญ่ของตำรวจกำลังหาทางตอบแทนบุญคุณ โดยมีการเรียกหัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัดมาทำความเข้าใจกันในเรื่องรายรับเป็นส่วนตัว โดยมีหลักการว่า จะมีรายได้เท่าใดไม่ต้องแจงรายละเอียด หากเกิน 1 ล้าน ส่วนที่เกินเอาไป 1 ล้าน ต้องส่งมาดูแลทุกเดือน เนื่องจากท่านไม่มีมือไม้ส่วนตัวที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์ได้ จึงต้องแสดงเอง คงได้ปั่นป่วนกันทุกพื้นที่ล่ะ
ข้าราชการประจำก็เป็นเช่นนี้แหละ เป็นเครื่องมือให้ฝ่ายการเมืองที่กุมอำนาจรัฐหรือผู้มีอำนาจเหนือกว่า แล้วสภาพเช่นนี้ ลุกลามไปทุกหน่วยงานในกระทรวงต่างๆ ในลีลาความถนัดที่แตกต่างกันออกไป
แต่สุดท้าย คือ รัฐเสียประโยชน์ ประชาชนทุกภาคส่วนเดือดร้อนทุกข์ยาก
ผู้นำรัฐชุดนี้ ก็มัวแต่โปรยยาหอมว่า รัฐบาลบริหารมาถูกทางแล้ว ปีหน้าสภาพเศรษฐกิจบ้านเราจะดีขึ้น จากการกู้เงินมาแจกแถมกันอุตลุด ผ่านโครงการต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่ โดยไม่มีแนวทางหาเงินมาใช้หนี้เงินกู้อย่างชัดเจน นอกจากกรอบภาษี และเพิ่มประเภทภาษีให้มากขึ้น ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องแบกภาระภาษีมากขึ้นกว่าเดิม
การปล่อยให้นักการเมืองที่ชั่วร้าย อาศัยข้าราชการประจำภายใต้อำนาจตน เป็นเครื่องมือทำมาหาเงินให้ตนและพวกพ้องกับกลุ่มที่มีประโยชน์ทางการเมืองร่วมกัน ทั้งที่มีข่าวฉาวถึงการทุจริตจากหลายโครงการ หลายกระทรวงกลับมีนักการเมืองแถลงหน้าตาเฉยว่า รัฐบาลนี้ดี ไม่มีการทุจริต หากมีการให้คะแนนจะให้ 100 เปอร์เซ็นต์...ทุด! (เป็นคำที่เปล่งออกออกมาแสดงความไม่พอใจหรือติเตียน)
คมพิทักษ์ราษฎร์



