
ศาลปกครองสั่งยกคำร้องขึ้นค่าทางด่วนโทลล์เวย์
ศาลปกครองกลาง สั่งยกคำร้องฟ้องระงับขึ้นค่าทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่มีผล 22 ธ.ค. ชี้ ขึ้นค่าผ่านทางตามสัญญา ขณะที่ทางด่วนเป็นเพียงทางเลือก ผู้ฟ้องมีสิทธิเลือกใช้ - ไม่ใช้บริการได้
(22ธ.ค.) ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางโดยนายณัฐ รัฐอมฤต ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดีระงับขึ้นค่าทางด่วนดอนเมืองโทลลเวย์ มีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ที่ นายอาทิตย์ จรูญทัด และนายสุรชัย นิวาสพันธ์ ประชาชนผู้ใช้ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ยื่นฟ้อง นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม , อธิบดีกรมทางหลวง , บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 เรื่องพิพาทสัญญาทางปกครอง กรณีมีมติให้บริษัททางยกระดับดอนเมืองฯ ปรับขึ้นค่าผ่านทางด่วนดอนเมืองฯ จากราคา 55 บาทเป็น 85 บาท ให้มีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป
ผู้ฟ้องทั้งสองเห็นว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้จ่าย ซึ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชนทางอ้อม จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งให้การต่อสัญญาระหว่างอธิบดีกรมทางหลวงกับบริษัทฯ และการที่ ครม.อนุมัติให้ขึ้นค่าผ่านทางเป็นโมฆะเนื่องจากไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และหากศาลเห็นว่าการต่อสัญญาดังกล่าวถูกต้องแล้วขอให้ศาลพิจารณาว่าการปรับขึ้นราคานั่นมีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจหรือไม่ และขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อระงับการขึ้นค่าทางด่วนไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
โดยศาลพิจารณาคำฟ้อง และคำขอ ประกอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่า ที่ผู้ฟ้องอ้างว่าประชาชนได้รับความเดือนร้อนจากการปรับขึ้นค่าทางด่วนเป็นจำนวนมากอันเนื่องมาจากการเพิ่มอัตราค่าทางด่วนที่สูงเกินไป จากข้อเท็จจริงในชั้นการไต่สวนรับฟังได้ว่า การปรับขึ้นค่าทางด่วนดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดในสัญญาระหว่างอธิบดีกรมทางหลวงกับบริษัทฯ อธิบดีกรมทางหลวงจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจกำหนดอัตราเป็นอย่างอื่นได้
นอกจากนี้ทางด่วนดอนเมืองฯ เป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนเท่านั้น หากผู้ฟ้องทั้งสองไม่ประสงค์จะใช้ทางด่วนดอนเมืองฯ ก็สามารถใช้ถนนทางปกติได้ ส่วนเรื่องการแก้ไขบันทึกข้อตกลงสัญญาสัมปทานทางด่วนดอนเมืองฯ โดยอธิบดีกรมทางหลวงมีมติขยายระยะเวลาสัมปทานให้กับบริษัทฯ ออกไปอีก 11 ปีจนเป็น 27 ปีเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญาที่อยู่ภายในขอบเขตงานตามโครงการที่อธิบดีกรมทางหลวงและบริษัทฯ ซึ่งเป็นคู่สัญญามีอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เป็นการดำเนินโครงการใหม่ ข้อเท็จจริงจึงยังไม่เพียงพอรับฟังได้ว่าการดำเนินการตามสัญญาสัมปทานดังกล่าวไม่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังไม่ใช่กรณีที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง



