ข่าว

อภิสิทธิ์สั่งสรุปรายงานจับอาวุธ35ตันก่อนปีใหม่

อภิสิทธิ์สั่งสรุปรายงานจับอาวุธ35ตันก่อนปีใหม่

22 ธ.ค. 2552

"นายกฯ"จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปรายงานอาวุธสงคราม 35 ตัน วันจันทร์หน้า ชี้อาวุธทั้งหมดจะทำลายหรือจะเก็บ ต้องรอฟังยูเอ็น.ก่อน “ผบ.ทอ.” แจงมีหน้าที่เพียงเป็นผช.เจ้าพนักงานดูแลอาวุธ ยัน ไม่มีอำนาจเรื่องอนุญาตลงจอด ระบุข่าวทำสับสน ปฏิเสธโต้นักการเมืองที่ป

เมื่อเวลา 14.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องเทศกาลปีใหม่และความคืบหน้าเรื่องการจับเครื่องบินขนอาวุธ 35 ตัน ได้ที่ดอนเมือง โดยเรื่องนี้จะเร่งให้ทำรายงานเสนอต่อรัฐบาลและจะได้ส่งรายงานองค์การสหประชาชาติต่อไป

 เมื่อถามว่าจะทำลายอาวุธทั้งหมดหรือยึดไว้ใช้บางส่วน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องรายงานองค์การสหประชาชาติก่อน

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์กล่าวในที่ประชุมว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำงานและสรุปรายงานความคืบหน้าเรื่องการจับอาวุธ 35 ตันให้ ครม.รับทราบก่อนสิ้นปี

 เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวจากสื่อต่างประเทศว่า อิหร่านคือประเทศปลายทางของการขนอาวุธครั้งนี้ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่เลย ไม่มีการเชื่อมโยงประเทศใดเลย ไม่มีการพาดพิงถึงประเทศใดเลย เราเพียงต้องการทำให้เรียบร้อยเพื่อสรุปรายงานที่สมบูรณ์ให้รัฐบาล และรัฐบาลจะได้ชี้แจงข้อมูลกับประชาชน แต่ในชั้นนี้ขอเรียนกับประชาชนว่าเราไม่ได้กระทำอะไรที่กระทบกระเทือนประเทศอื่น ไม่ต้องการให้ประเทศใดมาโกรธประเทศไทย

 เมื่อถามว่า รายงานนี้จะสรุปให้เสร็จสิ้น เพราะเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย นายสุเทพ กล่าวว่า คงเรียบร้อย หน่วยงานที่ประชุมอยู่ก็ไม่มีใครเห็นเป็นอื่น

 เมื่อถามว่า หมายความว่าก่อนเทศกาลปีใหม่นั้นจะมีการแถลงข่าวชี้แจงที่มาที่ไปของการจับกุมอาวุธในครั้งนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลได้รับข้อมูลที่สมบูรณ์แล้วก็จะชี้แจงให้ทราบ

 เมื่อถามว่า ขั้นตอนการจับกุมและปฏิบัตินั้นเป็นไปตามขั้นตอนขององค์การสหประชาชาติหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า แน่นอน เราทำตามมติองค์การสหประชาชาติทุกอย่าง และเมื่อได้รับรายงานแล้วก็ต้องชี้แจงต่อองค์การสหประชาชาติต่อไป

 เมื่อถามว่า หากรายงานสรุปว่าเจ้าหน้าที่หรือคนไทยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะทำอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า อย่าคาดการณ์แบบนั้นเพราะมันไม่มีเลย

 เมื่อถามว่า มีรายงานบางเรื่องจากกองปราบปรามมารายงานหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น ทุกคนรับคำสั่งจากนายอภิสิทธิ์

 นายอภิสิทธิ์  กล่าวภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)  ว่า ในวันนี้( 22 ธ.ค.) ที่ประชุมสมช.ไดมีการหารือเรื่องอาวุธสงครามจำนวน 35 ตัน กับวางมาตรการรักษาความปลอดภัยใช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ถึงนี้  โดยปัญหาเรื่องอาวุธสงคราม ตนได้มอบหมายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่งรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดมายังรัฐบาล เพื่อที่รัฐบาลจะได้รายงานทั้งหมดไปยังยูเอ็นเพื่อได้รับทราบต่อไป ทั้งนี้ตนยังไม่ขอยืนยันว่าอาวุธสงครามดังกล่าวจะมีการทำลาย หรือเก็บไว้ใช้ เพราะเราจะต้องรายงานให้ยูเอ็นทราบก่อน

ผบ.ทอ.แจงมีหน้าที่เพียงเป็นผช.จับขนอาวุธ

 ที่หอประชุม 80 ปีกองทัพอากาศ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานบรรยายพิเศษเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงกรณีที่การจับเครื่องบินต่างชาติบรรทุกอาวุธสงคราม ว่า หลังจากเครื่องบินที่ขนอาวุธลงจอดที่สนามบินดอนเมืองเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจจึงทราบพบว่า บรรทุกอาวุธมาจำนวนมาก ข่าวที่ออกมาทำให้บางทีประชาชนสับสนเกี่ยวกับการดำเนินการ มีการพูดถึงความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ

 โดยขั้นตอนการขออนุญาตอากาศยานที่บินเข้ามาในประเทศ หรือมาลงที่สนามบินนั้นเป็นความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางอากาศ ส่วนสำหรับการติดต่อขอลงจอดเป็นเรื่องของวิทยุการบิน ทั้งนี้ กองทัพอากาศเกี่ยวข้องเรื่องนี้ เมื่อได้รับการติดต่อช่วยเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการตรวจและเก็บรักษาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับมิติต่างประเทศ จึงเป็นอำนาจอัยการสูงสุดในการดำเนินการสอบสวน ซึ่งได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่จากกองปราบปรามเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน ดังนั้นรายละเอียดต้องสอบถามเจ้าพนักงานที่มีอำนาจ เจ้าของคดี

 “เครื่องบินที่จอดเป็นพื้นที่ของบริษัทท่าอากาศยานไทย คนส่วนมากจะเข้าใจสนามบินดอนเมืองอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ ทั้งพื้นที่ของสนามบินทางวิ่ง 2 ทางวิ่ง บริเวณท่าอากาศยานในและนอกประเทศด้านตะวันตก อยู่ในความรับผิดชอบการท่าอากาศยานไทยทั้งหมด ไม่ใช่พื้นที่ของกองทัพอากาศ” ผบ.ทอ.กล่าว

 เมื่อถามว่า อยากฝากบอกอะไรกับนักการเมืองบางคนที่ไม่ตรวจสอบหลักฐาน ในการออกมาพูด พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า นักการเมืองที่ออกมาพูดอยู่ทุกวัน เขาคงมีวัตถุประสงค์อยากให้เกิดเป็นประเด็นปัญหา แต่ไม่อยากแสดงความคิดเห็นเพราะอาจถูกโยงเป็นประเด็นทางการเมือง ไม่อยากวิจารณ์เขา เมื่อถามว่า ก่อนเครื่องบินมาลงเรารู้ล่วงหน้าหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า เครื่องบินที่จะบินผ่านราชอาณาจักรไทยต้องส่งแผนการบิน ดังนั้นกรมการขนส่งทางอากาศต้องพิจารณาแล้วมีจุดหมายปลายทางไปที่ใด และต้องแสดงเครื่องบินบรรทุกอะไรมาหรือไม่

 ทั้งนี้ กองทัพอากาศไม่ได้ทราบมาก่อนว่ามีเครื่องบินบรรทุกอะไรมาลง แต่เราทราบภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ และเห็นว่าพบสิ่งผิดปกติจึงร้องขอให้กองทัพอากาศเข้าไปดำเนินการตรวจ นอกจากนี้ ทางกองปราบปรามทำหนังสือถึงกองทัพอากาศให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานและเป็นผู้เก็บรักษา จึงมีหน้าที่เก็บรักษาอย่างเดียวคงไม่ออกไปให้ข้อมูลหรือชี้แจงในรายละเอียดเพราะอาจมีผลต่อรูปคดี

 ส่วนในเรื่องการทำลาย พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า คงเป็นไปตามที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคงได้ให้ข่าว เราต้องพิจารณาในแง่มติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ตนยังไม่ได้อ่านในรายละเอียด แต่ทราบว่าเป็นมติข้อที่ 1874 มีหลายมาตรา หลายวรรคที่เกี่ยวข้อง ทางรัฐบาลผู้มีอำนาจต้องตรวจสอบในการดำเนินการมตินี้มีสิ่งที่ทางประเทศไทยต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง เพราะการทำลายเนื่องจากเป็นอาวุธขั้นตอนทำลายต้องมีมาตรการที่รัดกุม และมีมาตรการที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง และต้องทราบมติหรือผลการพิจารณาว่าคดีนี้สิ้นสุดหรือยัง

 เมื่อถามว่า เป็นห่วงประเทศไทยอาจถูกล้างแค้นจากพ่อค้าอาวุธหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ไม่มีใครคาดการณ์ได้ แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐคือต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนในประเทศ เมื่อถามว่า ลักลอบขนอาวุธเกี่ยวข้อง วิคเตอร์ บุต พ่อค้าอาวุธสงครามที่ถูกจับได้ในประเทศไทย พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า ไม่ทราบ วิคเตอร์ บุต เป็นผู้ค้าอาวุธสงคราม ส่วนจะมีเครือข่ายโยงใยอย่างไรเป็นหน้าที่ตำรวจต้องสอบสวนต่อไป