ข่าว

ระดมสมองถก "โควิด-19" ติดเชื้อพุ่งแต่เจอต้นทาง

ระดมสมองถก "โควิด-19" ติดเชื้อพุ่งแต่เจอต้นทาง

19 มี.ค. 2563

"นายกฯ" ระดมสมองถก "โควิด-19" ย้ำติดเชื้อพุ่งแต่เจอต้นทาง

 

               “บิ๊กตู่” ร่วมระดมสมองถกแก้โควิด-19 แม้พบคนติดเชื้อเพิ่มแต่สืบค้นเจอต้นทางแพร่ระบาด ขู่ย้าย "ผู้ว่าฯ" หากบริหารไม่ได้ตามนโยบายศูนย์โควิด-19 ยันนายกฯ มอนิเตอร์สถานการณ์ทุกพื้นที่ นำไปสู่การปฏิบัติที่เข้มขึ้น

อ่านข่าว "ปิดประเทศ ปิดเมือง เอกซเรย์หาผู้ติดเชื้อ" ทางรอดโควิด
https://www.komchadluek.net/news/politic/423183?utm_source=tiein&utm_medium=internal_referral

 

               กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) - วันที่ 19 มี.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สธ. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. รวมถึงผู้บริหาร สธ. และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องว่า วันนี้ได้มีการหารือร่วมกันทั้งในฝ่ายของรัฐบาล ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งปลัด สธ. อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ต่างๆ รวมไปถึงแพทย์ที่ทำงานภาคเอกชน ถือเป็นการทำงานทุกภาคส่วน 

 

               อย่างไรก็ตาม วันนี้ไม่ได้เป็นการประชุมกับส่วนราชการเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยตนต้องการให้ความเชื่อมั่นและได้รับฟังความเชื่อมั่นจากทั้งสองฝ่าย ถือว่ารับได้ ตนจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ต้องทำได้จริงในระยะต่อไป ซึ่งกระบวนการแก้ปัญหาต้องเป็นไปตามขั้นตอน เป็นไปตามกฎหมายและสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น วันนี้แม้จะพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น แต่ก็ต้องชื่นชมระบบคัดกรองการติดตามของเราที่สามารถติดตามได้มากขึ้น เรามองตรงนี้ สิ่งสำคัญที่สุดต้องทราบว่าที่หาเจอนั้นมาจากไหน เริ่มการแพร่ระบาดจากตรงไหน เช่น สนามมวย บาร์ ผับต่างๆ เหล่านี้ คือสิ่งที่เรากำลังดำเนินการต่อเนื่อง

 

               “ผมยืนยันว่าทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยงการติดโรค ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่แสดงมาแล้วและเป็นข่าว ทุกคนจะต้องได้รับการตรวจสอบคัดกรองทั้งสิ้น ต้องติดตามตัวให้ครบ และอย่างที่ได้บอกแล้วว่ารัฐบาลห้ามจัดคอนเสิร์ตในช่วงนี้ ฉะนั้น ขอความร่วมมือด้วย สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้รัฐบาลได้ประกาศมาตรการไปแล้ว 6 มาตรการ ซึ่งเป็นการให้อำนาจกับฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งสามารถกำหนดมาตรการเพิ่มเติมจากกรอบใหญ่ที่ให้ไป เช่น การปิดสถานที่ต่างๆ วันนี้ให้ไปในเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถ้าจะปิดในต่างจังหวัดก็ได้ ถ้าเป็นสถานที่ที่เข้าข่ายที่มีความเสี่ยง ผับต่างๆ

 

               ซึ่งตอนนี้ทราบว่าจังหวัดที่มีข่าวเรื่องผับใหญ่ก็ปิดไปแล้ว ก็มีอำนาจในการปิดตรงนี้ การปิด 14 วัน เมื่อจะเปิดใหม่ต้องไปตรวจสอบว่ามีความปลอดภัย ความพร้อม เพียงพอหรือไม่ ถ้ายังไม่พร้อมสามารถขยายอีกได้ นั่นคืออำนาจที่ตนได้ให้กับพื้นที่ไปแล้ว” นายกฯ กล่าว

 

               นายกฯ กล่าวอีกว่า ฉะนั้น 14 วันนี้ ตนอยากขอร้องไปยังข้าราชการระดับพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ว่าฯ คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด ประจำพื้นที่ต้องทำงานอย่างเด็ดขาด และต้องรายงานผลการปฎิบัติทุกมาตรการที่รัฐบาลออกไปแล้วให้ตนทราบทุกวัน ผ่านช่องทางของกระทรวงมหาดไทย เข้ามาที่ศูนย์ฯ โควิด-19 ซึ่งตนติดตามทุกวัน ตั้งแต่สนามบินต้นทาง สนามบินในประเทศมาสู่ในเรื่องของการคัดกรอง คัดแยก ซึ่งมีการรายงานมายังตนทุกวัน ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบและติดตามสถานการณ์ และปรับมาตรการต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น 

 

               วันนี้เรากำลังสกัดกั้นการนำเชื้อเข้ามาในประเทศ ถึงบอกว่าการเข้ามาต้องมีใบรับรองแพทย์ ประกันสุขภาพ โดยทุกคนที่เข้าประเทศไทยต้องมี ซึ่งเดิมเฉพาะ 4 ประเทศบวก 2 เขตปกครองพิเศษ แต่ทุกวันนี้ทุกประเทศที่เข้ามา ทั้งนี้ เพื่อสกัดกั้นการเข้ามาให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจะควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ และติดตามด้วยแอพพลิเคชัน

 

               เมื่อถามว่าประเทศเพื่อนบ้านของไทยเริ่มประกาศปิดพรมแดน ในส่วนของไทยจะมีมาตรการดังกล่าวเพิ่มหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทำไมต้องแปลไทยเป็นไทยด้วยไม่รู้ เมื่อกี้ตนได้พูดไปแล้วว่าต่างประเทศที่จะเข้ามาต้องมีใบรับรองแพทย์ ส่วนรอบบ้านเราจะปิดช่องทางพรมแดนหรือไม่อยู่ที่อำนาจผู้ว่าฯ เพราะได้ให้อำนาจไปแล้ว และให้รายงานตนมา

 

               เมื่อถามว่าหากเป็นคำสั่งหรือมติจากรัฐบาลจะเข้มแข็งและน่าเชื่อถือมากกว่าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หากผู้ว่าฯ ทำไม่ได้ก็ย้ายผู้ว่าฯ จะยากตรงไหน

 

               เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้เรามีสัญญาณความเสี่ยงอะไรที่สถานการณ์จะยกไปสู่ระยะที่ 3 นายกฯ กล่าวว่า ให้ถามที่ประชุมฯ ถามหมอ จะบริหารให้ตามข้อมูลของหมอ

 

               ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีตำรวจติดตามรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง มีข้อกังวลอะไรหรือไม่ นายกฯ ปฎิเสธตอบคำถาม แต่ขอให้สื่อช่วยเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ตามที่รัฐบาลได้แถลงในแต่ละวันด้วย

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมง โดยสธ.ได้เชิญบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว มาให้คำแนะนำ เนื่องจากบุคลากรเหล่านี้เคยทำงานในช่วงที่ประเทศไทยเคยมีโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก โดยรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้มาเป็นที่ปรึกษาในการช่วยแก้วิกฤติโรคระบาดโควิด-19 อาทิ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อดีตรัฐมนตรี สธ. นพ.อุดม คชินทร อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น