ข่าว

อภิสิทธิ์รับไม่พอใจสร้างสมานฉันท์-ไฟใต้-ทุจริต

อภิสิทธิ์รับไม่พอใจสร้างสมานฉันท์-ไฟใต้-ทุจริต

22 ธ.ค. 2552

นายกฯยอมรับยังไม่พอใจเรื่องการสร้างสมานฉันท์ในชาติ การแก้ปัญหาไฟใต้ ปัญหาการทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง ฟุ้ง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โครงการประกันรายได้ และการจัดระบบสวัสดิการถือเป็นโครงการที่สอบผ่าน

(22ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เเถลงข่าวหลังการประชุมครม.ถึงประเมินผลงานของครม.ที่จะมีการแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปี ในวันที่ 23 ธ.ค.ว่า ครม.มีการหารือพูดคุยกันตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทุกหน่วยงานก็ได้ส่งข้อมูลมาซึ่งขณะนี้ทางทำเนียบฯกำลังรวบรวมอยู่ ซึ่งคิดว่า จะใช้เวลาในการแถลงผลงานประมาณ 30-40 นาที ส่วนการซักถามคงให้ถามในวันอื่น จะได้มีเวลาไปคิดคำถาม ส่วนจะมีการแถลงและให้ข้อมูลอะไรบ้างนั้น ก็ขอให้รอฟังในวันที่ 23 ธ.ค.นี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลงานที่นายกรัฐมนตรีไม่พอใจจะมีการแถลงด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมพูดได้ วันก่อนผมก็พูดไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ถ้าถามผมว่า มีงานด้านไหนพอใจไม่พอใจก็คงต้องแยก บางเรื่อง เช่นการแก้ปัญหาภาคใต้ ไม่มีใครมีสิทธิ์ที่จะพอใจผลที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะความรุนแรงยังมีอยู่ถึงจะลดลงแต่ก็ยังมีอยู่ และอยู่ในระดับที่ผมยังไม่พอใจ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมไม่พอใจในตัวนโยบาย ผมยังมีความเชื่อว่านโยบายที่ทำอยู่เป็นนโยบายที่ถูกต้อง แต่ต้องเดินหน้าให้เร็วขึ้น เดินหน้าเป็นรูปธรรมมากขึ้น"

 ส่วนโครงการที่สะดุดไปด้วยเหตุที่มีปัญหาเรื่องการทุจริต เช่น ชุมชนพอเพียง หรือโครงการไทยเข้มแข็งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขที่ยังช้าอยู่ ก็ต้องบอกว่า ยังไม่พอใจเพราะถ้าอยากให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ โครงการก็ต้องเดินหน้าได้แล้ว แต่เราก็พร้อมที่จะหยุดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสชัดเจน ก็เป็นสิ่งที่เราชั่งน้ำหนักดูและต้องรักษาความสมดุลไว้ โครงการไหนถ้ามีข้อมูล ข้อครหาว่า ทุจริตจะต้องตรวจสอบให้โปร่งใสก่อนค่อยเดิน เราก็พร้อมที่จะทำเพราะเราต้องการรักษามาตรฐานในเรื่องความโปร่งใสด้วย

 เมื่อถามว่า โครงการที่พอใจและภูมิใจในการเข้ามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี มีอะไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีหลายโครงการ อย่างเช่นโครงการประกันรายได้ การผลักดันเรื่องการเรียนฟรี การทำระบบสวัสดิการซึ่งเยอะมาก ทั้งเรื่องเบี้ยยังชีพ เบี้ยคนพิการที่กำลังเริ่มในเดือน เม.ย.ปี 53 การ ผลักดันกองทุนเงินออม กำลังสมทบเงินในกองทุนสวัสดิการชุมชน งานเหล่านี้ เขาถือว่า เป็นนโยบายที่หลายคนพูดมานานแต่ไม่ได้ทำ และที่เราทำก็ไม่ได้ทำเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่กำลังวางระบบไว้สำหรับอนาคตด้วย รวมทั้งภาพรวมของเศรษฐกิจ ภาพรวมของประเทศที่เดินหน้ามาในช่วงปีกว่าๆ เขาก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ได้ทำให้เราได้แก้ไขปัญหาที่รุนแรงมากในช่วงที่เขาเข้ามาทำหน้าที่ได้ระดับหนึ่ง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีพอใจในเรื่องการสร้างความสมานฉันท์ในชาติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผม ไม่ได้พอใจเรื่องสถานภาพว่า ยังมีความขัดแย้งอยู่ แต่สิ่งที่ผมได้ยืนยันและปฏิบัติให้เห็นคือ รัฐบาลแม้ว่าจะมีผู้ไม่เห็นด้วย และขัดแย้งเราไม่ใช้ความรุนแรง และเราให้โอกาส สิทธิและเสรีภาพ อีกทั้งเราไม่ปล่อยให้ปัญหาความขัดแย้งมาเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจะเห็นได้ จากการที่เราทำงานในสภาซึ่งแม้จะขลุกขลักแต่ก็ผลักดันงานออกมา รวมถึงนโยบายสำคัญ ๆ

 "เอาเป็นว่า ต่างประเทศที่เคยมองปลายปีที่แล้วว่า รัฐบาลในประเทศไทยจะขยับไป ทางไหนไม่ได้เลย ปีนี้ก็ยอมรับว่า เราขับเคลื่อนแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งบางด้าน เช่น ปัญหาการว่างงานก็ทำได้ค่อนข้างจะดีเมื่อเทียบเคียงกับที่อื่นๆ ซึ่งเรามีตัวเลขการว่างงานที่อยู่จุดสูงสุดในระดับที่ที่ต่ำมากกว่าประเทศ อื่นที่เจอวิกฤต แต่ขณะนี้ก็เริ่มลดลงเร็วกว่าที่อื่น”

 เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า จะจำกัดหรือขีดวงความขัดแย้งไว้ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นการพูดถึงเรื่องของอนาคต ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำต่อ ถึงอยากชี้ให้เห็นว่า 1 ปีที่ผ่านมาแม้การทำงานจะไม่เป็นที่น่าพอใจของทุกคน และมีหลายเรื่องที่ต้องปรับปรุง แต่ถ้ามีความวุ่นวายในบ้านเมืองจากนี้ไปก็จะทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสอย่าง มาก เพราะขณะนี้ 1 ปีที่ผ่านมาก็มีการวางรากฐานที่จะเดินหน้าต่อไว้แล้ว"

 เมื่อถามว่า พอใจผลงานด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่า ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ น่าจะอยู่ที่ร้อยละ 3.5 แต่ก็ต้องมีการปรับไปตามข้อมูลที่เข้ามา อีกทั้งยังมีปัจจัยที่ยังมีความอ่อนไหวอยู่ เช่น ราคาน้ำมัน เศรษฐกิจโลก รวมถึงปัญหาภายในของเราเองด้วย

“มาร์ค”ปัดตอบเกาเหลา“ผู้ว่าฯกทม.”

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัทธ์ ผู้ว่ากทม. สั่งปลดนายชีวเวช เวชชาชีวะ ญาติสนิทนายอภิสิทธิ์ ออกจากตำแหน่งเลขานุการผู้ว่า กทม.ฯ โดยนายชีวเวช ระบุว่า ช่วงหลัง ผู้ว่า กทม.มักวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลบ่อยครั้งว่า “เรื่องนี้เป็นอำนาจของผู้ว่ากทม.”

 เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมีปัญหาภายในกับผู้ว่า กทม.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบครับ”

สุขุมพันธ์โต้ญาติมาร์คพูดโกหกอ้างแค่หยอกรัฐบาล
 
 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวตอบโต้นายชีวเวชอดีตเลขานุการผู้ว่าฯกทม. ที่ระบุว่ารู้สึกหายอึดอัดใจไม่ต้องทนฟังผู้ว่าฯกทม. ด่ารัฐบาล หลังจากถูกปลดออกจากตำแหน่งเลขาผู้ว่าฯกทม. ว่า ตนขอยืนยันว่าไม่เคยด่ารัฐบาล มีเพียงงานบรรยายเป็นภาษาอังกฤษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.เท่านั้น ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นครั้งเดียวที่ตนพูดถึงรัฐบาลในที่สาธารณะ โดยตนได้กล่าวในลักษณะหยอกเอินรัฐบาล ว่าหากตนเป็นรัฐบาลจะดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอีกแนวทางหนึ่ง เพราะรัฐบาลขาดจินตนาการในเรื่องเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องความเสมอภาคในเรื่องรายได้ ซึ่งหากตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตนจะพูดได้มากกว่านี้ ซึ่งในวันนั้นคนที่ฟังอยู่ก็หัวเราะออกมา แต่สื่อที่เอาไปลงไม่เขียนไปด้วยว่าในงานเขาหัวเราะกัน ซึ่งตนพูดไปไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่งานค่อนข้างกร่อยตนจึงอยากสร้างเสียงหัวเราะ เพราะคนที่ขึ้นพูดก่อนตนคือ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปกติก็เป็นคนที่พูดจาไม่มีคนเข้าใจอยู่แล้ว หากตนจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจริงคงจะพูดแรงกว่านั้น ใครที่มาพูดแบบนี้ถือว่าคนนั้นโกหก

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีหลายฝ่ายมองว่าตนจะเป็นศัตรูกับพรรคนั้น อยากถามว่าตนจะเป็นศัตรูพรรค ปชป.ได้อย่างไร ในเมื่อตนเป็น ผอ.เลือกตั้งของพรรคถึง 3 ครั้ง หากใครพูดแบบนี้ถือว่าคนนั้นโกหกเช่นกัน ซึ่งคนๆ นั้นมีปัญหากับชีวิต โดยในวันนี้( 22 ธ.ค.) ตนจะเข้าประชุมพรรค ปชป.ในเวลา 16.00 น. แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรจะต้องชี้แจงกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค ปชป. เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะการแต่งตั้งเลขาผู้ว่าฯกทม. เป็นอำนาจของตนที่จะแต่งตั้งคนเข้ามาโดยตรง ซึ่งปัญหาตรงนี้เป็นปัญหาเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอย่างแน่นอน ส่วนคนตระกูลเวชชาชีวะจะไม่แฮปปี้กับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ ตนก็ไม่เห็นมีใครมาว่าตน เพราะเป็นเรื่องของคนๆ เดียว ท่านนายกฯ เองก็ไม่เห็นว่าอะไร เรื่องนี้นามสกุลไม่เกี่ยว ต่อให้นามสกุลบริพัตร หากทำงานไม่ได้เรื่องตนก็ไม่เอาไว้

 ด้านนายชีวเวช ระบุว่า ตนจะไม่ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้อีกแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบกับทางพรรค อีกทั้งเรื่องนี้เห็นว่าได้จบลงไปแล้ว

“ผบ.ทอ.”ชวนคนไทยสามัคคีทำสิ่งดีเพื่อประเทศชาติ

 ที่หอประชุม 80 ปีกองทัพอากาศ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานบรรยายพิเศษเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงกิจกรรมว่า เป็นการบรรยายพิเศษเพื่อให้กำลังพลข้าราชการ และเป็นแบบเดียวหน่วยงานรัฐที่ได้ทำต่อเนื่อง เราต้องการทำงานเฉลิมพระเกียรติในโอกาสเฉลิมที่พระองค์มีพระชนมายุ 82 พรรษา เราต้องการให้กำลังพลได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เทิดทูลสถาบัน เป็นข่าวดีที่ประชาชนทุกคนรู้ว่าพระองค์ท่านหายพระประชวร ระยะเวลาที่ผ่านมาคงไม่น้อยกว่า 4 ปีที่เราเกิดข้อขัดแย้ง ยังหาทางออกไม่ได้ ด้วยสิ่งที่คนไทยทุกคนดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายประชวรแล้วก็น่าจะมาสามัคคีกัน ในโอกาสปีใหม่น่าทำอะไรดีๆเพื่อประเทศไทยของเราต่อไป

เตรียมทูลเกล้าฯพรฎ.เรียกประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ

 นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป พ.ศ. 2553 ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป ตามที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอและให้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายต่อไป เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้ 1 ปี มีสมัยประชุมสามัญทั่วไปและสมัยประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ โดยให้ถือวันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกในวันเริ่มสมัยประชุมสามัญทั่วไป ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2551 เพื่อให้สมาชิกมาประชุมเป็นครั้งแรกวันที่ 21 ม.ค. 2551 ไปแล้วนั้น จึงสมควรเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสมัยสามัญทั่วไปในปี 2553 ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป ตามความในมาตรา 127 ของรัฐธรรมนูญ