ข่าว

สวดมนต์ไล่"โควิด"

สวดมนต์ไล่"โควิด"

19 มี.ค. 2563

เชิญชวนประชาชนร่วมผ่านหน้าจอที่บ้่าน 25 มี.ค.ปัดเป่าภัย ปชป.ชงปิดประเทศ "เจ็บแต่จบ" "บิ๊กตู่" ลั่นพร้อมทำหากรุนแรงเทียบอู่ฮั่น สธ.เผยพบติดเชื้อเพิ่ม 35 ราย สะสม 212 จี้กลุ่มเที่ยวผับ-สนามมวย 6 และ 9-10 มี.ค. กักตัว 14 วัน

ความคืบหน้าสถานการณ์ระบาดไวรัส โควิด-19 ที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นตลอด พรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้ปิดประเทศเพื่อจบปัญหาภายในเวลาสั้น

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัยแถลงข้อเสนอมาตรการระยะสั้นกู้เศรษฐกิจไทยรอดพ้นจากวิกฤติ ว่า วิกฤติในครั้งนี้เป็นวิกฤติด้านสาธารณสุข ไม่ใช่วิกฤติทางด้านการเงิน หรือด้านเศรษฐกิจ

 

 

 

หากไม่ใช้ยาแรงที่จะหยุดยั้งอาจจะกลายเป็นวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจในอนาคตได้ ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องมากังวลด้านการเติบโตหรือหดตัวของจีดีพีประเทศ แต่เป็นเวลาที่รัฐบาลต้องใช้อาวุธที่มีศักยภาพ เพื่อเตรียมเข้าสถานการณ์ระบาดระยะ 3 โดยรัฐบาลควรจำกัดการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ หรือการปิดประเทศ เนื่องจากหลายๆ หน่วยงาน รวมทั้งประชาชนเรียกร้องอยากให้มีการปิดประเทศเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศที่มีนโยบายปิดประเทศ

“ในส่วนของไทยจึงจำเป็นต้องใช้นโยบายปิดประเทศเพื่อระงับยับยั้งการระบาดอย่างมีระบบ อาจสร้างความสูญเสียระยะสั้น แต่ถือว่าเจ็บแต่จบ และสามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้อย่างดีที่สุด อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือคนไทยต้องได้รับตรวจไวรัสฟรีทุกคน โดยเฉพาะทัพหน้าหรือผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น หมอ พยาบาล หรือบุคลากรด้านสาธารณสุข ควรมีประกันสุขภาพที่ดีเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งงบกลางกว่า 7 หมื่นล้านบาทของไทยมีเพียงพอให้แก่ทัพหน้าทั้งหลายให้เขาได้ทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถในยามวิกฤติครั้งนี้” นายปริญญ์กล่าว

นายปริญญ์ กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการด้านเศรษฐกิจและการเงินเพื่อให้ไม่เกิดการสะดุดหรือหยุดชะงักไปมากกว่านี้ จำเป็นที่นโยบายด้านการเงิน และนโยบายด้านการคลังต้องเดินไปพร้อมกัน ซึ่งแบงก์ชาติได้มีการลดดอกเบี้ยให้อยู่ระดับต่ำสุดที่ประเทศไทยเคยทำคือ 1% และยังสามารถลดได้อีก 0.5% และสิ่งที่แบงก์ชาติทำได้ จึงอยากเสนอให้แบงก์ชาติเจรจาขอความร่วมมือกับแบงก์พาณิชย์ให้ลดดอกเบี้ย หรือพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกให้แก่เอสเอ็มอีอย่างน้อย 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ เชื่อว่าแบงก์พาณิชย์พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจต่างๆ ให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้

จี้ช่วยค่าครองชีพประชาชน

ขณะที่มาตรการด้านค่าครองชีพ กระทรวงการคลังต้องฉีดวัคซีนแรง โดยการลดภาษีให้นิติบุคคลลงอีก 5-10% ซึ่งเป็นการลดเพียงเฉพาะปีนี้เท่านั้น ส่วนด้านพลังงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ภาคประชาชน รัฐต้องลดหรือยกเว้นการนำเงินเข้ากองทุนน้ำมันชั่วคราว เพื่อลดภาษีและราคาน้ำมัน เพราะถึงแม้ราคาเนื้อน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง แต่ภาษีน้ำมันยังมีอัตราเท่าเดิม ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกไม่ได้ลดตามลงไปด้วยตามสัดส่วน และสำคัญอยากให้ลดแวต 7% ลดลงอีก 1% เพราะเชื่อว่าประชาชนทุกคนกำลังมีภาระด้านการจ้างงาน ซึ่งส่วนนี้จะช่วยประชาชนได้อย่างมากเลยทีเดียว

“อยากนำเสนอกลไกที่จะสร้างทักษะสมรรถนะ เรียนรู้ออนไลน์ทักษะต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมหลังจากผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นฟูกลับมาได้โดยเร็ว ทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันที่อยากนำเสนอให้รัฐอัดยาแรงเพื่อนำพาคนไทยทุกคนผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน แบบเจ็บแต่จบ อาจใช้เวลา 3-5 สัปดาห์ ทุกๆ อย่างก็น่าจะผ่านไปได้แน่นอน” นายปริญญ์ กล่าว

เช่นเดียวกับ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า “รัฐบาลจะมีข้อมูลและรู้สถานการณ์โรคระบาดดีที่สุด แต่เราในฐานะประชาชนก็แสดงความเห็นได้ หากรัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ใจผมหนักไปในทางให้ปิดประเทศเสียด้วยซ้ำ หยุดการเคลื่อนที่ หยุดการเดินทางของประชาชนสักระยะ”

พร้อมปิดประเทศถ้าถึงเวลา

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่าวันนี้เรากำลังทำงานในระดับที่ 3 ซึ่งคำว่าระยะที่ 3 กับระดับ 3 นั้น แตกต่างกัน ระยะที่ 3 เป็นคำที่องค์การอนามัยโลก (ฮู) เป็นผู้กำหนด เป็นการแพร่กระจายระหว่างคนที่ 2 คนที่ 3 และต่อๆ ไป แต่วันนี้ประเทศไทยยังอยู่ในขั้นตอนที่สามารถควบคุมได้พอสมควร แต่เมื่อใดที่ขั้นตอนถึงตรงนั้นก็ต้องไปถึงระยะที่ 3 อย่างแน่นอน วันนี้จึงได้ให้แนวทางเตรียมมาตรการในระดับที่ 4 สำหรับเตรียมการรองรับการยกระดับเป็นระยะที่ 3 ส่วนมาตรการระดับที่ 3 ได้ออกเป็นมาตรการแล้ววานนี้ (17 มี.ค.) ซึ่งก็ต้องรอดูว่าจะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญวันนี้เรากำลังเตรียมการระยะที่ 3 ซึ่งมาตรการระดับที่ 4 ที่ได้สั่งการในวันนี้ให้มีการเตรียมการในเรื่องของสถานที่ ทั้งเตียง สถานที่ปัจจุบัน และสถานที่ต่อไปที่อาจจะใช้คือ โรงพยาบาลทหาร โรงพยาบาลเอกชน และบางโรงพยาบาล แม้กระทั่งโรงแรมบางแห่งก็ต้องใช้เป็นสถานที่กักตัวเพิ่มเติมขึ้น เพราะเมื่อถึงเวลายกระดับเป็นการแพร่ระบาดในระยะที่ 3 มันจะยุ่งกันใหญ่ถึงขั้นปิดประเทศกันในขณะนั้น

"สิ่งที่ทำในปัจจุบันผมไม่ได้เรียกว่าปิด เรียกว่าเป็นมาตรการเข้มข้น แต่ถ้าใช้คำว่าปิดประเทศมันวุ่นวายไปหมดหรือปิดจังหวัด ถ้าปิดจังหวัดจริงคนก็เข้าออกไม่ได้ รถยนต์ต่างๆ ก็เข้าไม่ได้ ก็จะเหมือนกับอู่ฮั่นที่เคยทำที่ปิดเมือง เราคงยังไม่ต้องการขนาดนั้น ทั้งคนทั้งรถ เครื่องบินเข้าออกไม่ได้ แล้วจะอยู่กันไหวหรือ ถ้าสถานการณ์ยังไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ถ้าถึงขนาดนั้นจริง ผมก็ต้องปิดอย่างที่ว่า แล้วอาหารการกินจะอยู่กินกันอย่างไร ก็ต้องเตรียมมาตรการกันอีก ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะไปคนละทางสองทาง” นายกฯ กล่าว

พ้อผมเองก็เหนื่อยเหมือนกัน

“ผมเองก็เหนื่อยเหมือนกันนะ ที่คนทุกคนเข้าหาผมได้ในทุกๆ ช่องทาง อีกทั้งผมไม่ใช่ไปเสพแต่โซเชียลอย่างเดียว ไม่รู้ว่าใครเอาไปเขียนในโซเชียลก็มีคนคัดกรองมาให้ผม แต่ละวันผมก็มีงานอื่นอยู่ ไม่ใช่แค่โควิด-19 เพียงอย่างเดียว” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่าจากการที่มาเลเซียปิดประเทศทำให้คนไทยในมาเลเซียเดินทางกลับประเทศ ได้รับรายงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าทุกวันนี้คัดกรองหมดเตรียมการมาหลายวันแล้ว ส่วนหนึ่งทางมาเลเซียให้ขึ้นทะเบียนและอยู่ที่นั่นไม่ต้องออกมา ส่วนที่เดินทางกลับได้สั่งตรวจแยกคัดกรองเหมือนกับสนามบิน และจุดตรวจถาวรทั้งหมด ส่วนที่เล็ดลอดชายแดนทางช่องทางธรรมชาติ ทหารต้องควบคุมเข้าระบบคัดกรองให้หมด

สั่งตรวจเข้มปิดสถานบริการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้เริ่มวันแรกของมาตรการปิดพื้นที่เสี่ยงใน กทม.และปริมณฑลเป็นการชั่วคราว 14 วัน ได้รับความร่วมมือดีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังติดตามอยู่ ก็โอเคเพราะเป็นประกาศออกไปแล้ว โดยมีคณะกรรมการควบคุมในระดับจังหวัดและกทม.อยู่แล้ว ตรวจหมด และได้ตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอไปแล้ว ประชาชนเข้าไปแจ้งได้ เมื่อถามว่ากรณีที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวมารวมตัวกันเพื่อขอต่อใบอนุญาตซึ่งจะหมดอายุวันที่ 31 มีนาคมนี้ ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงถึงการแพร่ระบาด นายกฯ กล่าวว่า เรามีระบบบริการผ่านทางออนไลน์ที่กำลังดำเนินการและมีมาตรการอยู่ ขณะนี้ได้มีการขยายเวลาให้แล้ว

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดได้มอบหมายให้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ พิจารณางดออกใบอนุญาตการจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ กัดปลา ชกมวย แข่งม้า ชนโค ตั้งแต่วันนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง และในส่วนของกรณีที่เจ้าพนักงานได้ออกใบอนุญาตไปก่อนหน้านี้แล้ว ขอให้ได้แจ้งกับผู้ได้รับอนุญาตในการงดจัดให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวด้วย

ทส.ปิดสวนสัตว์-ฟื้นอุทยานฯ

วันเดียวกัน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ได้ประสานงานกับองค์การสวนสัตว์ในการขอปิดสวนสัตว์ทุกแห่ง 14 วัน ตามแนวทางของที่ประชุมครม. นอกจากนี้ได้สั่งการไปยังอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้สั่งการไปยังทุกสำนักที่ดูแลอุทยานแห่งชาติทุกแห่งเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมีจำนวนน้อยมากและบางแห่งไม่มีเลย จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะฟื้นฟูธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ปิดแต่ให้ดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงสถานที่และสิ่งแวดล้อมเพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาลหลังจากที่โควิด-19 ผ่านพ้นไป ดังนั้นเราจะใช้เวลาว่างในช่วง 2-3 เดือนนี้ให้เป็นประโยชน์ และเป็นการใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นส่วนหนึ่งด้วย

 

 

 

 

ชวนปชช.สวดมนต์ปัดเป่าภัย

ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 25 มีนาคม สมเด็จพระสังฆราชพร้อมพระสงฆ์อีกหลายวัดในกรุงเทพฯ ร่วมสวดบทรัตนสูตร ปัดเป่าภัยพิบัติและโรคร้าย สร้างขวัญกำลังใจ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสวดผ่านการถ่ายทอดสด ขอให้ประชาชนร่วมสวดมนต์หรือชมการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน ซึ่งจะมีบทสวดขึ้นให้ทางหน้าจอ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด แต่หากประชาชนมีความศรัทธาที่จะเข้าร่วมจะจัดสถานที่ให้ภายในวัด แต่จะต้องอยู่ห่างกัน 1 เมตร และผ่านการคัดกรองก่อนเข้าวัดด้วย สำหรับวัดสำคัญในต่างจังหวัด อาทิ วัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปเป็นจำนวนมากเบื้องต้นยังไม่มีคำสั่งปิดวัด แต่มีคำสั่งให้ทำความสะอาดวัดเพื่อป้องกันโรค รวมถึงถวายหน้ากากอนามัยแด่พระสงฆ์ด้วย ส่วนในอนาคตจะมีมาตรการคัดกรองหรือจำกัดจำนวนคนเข้าวัดหรือไม่ ต้องประเมินตามสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง

มีรายงานว่าคริสตจักรหลายแห่งในประเทศไทย ได้ออกประกาศมาตรการลดการแพร่ระบาด คือ1.เรื่องการงดจัดกลุ่มแคร์ตามบ้าน เพื่อความปลอดภัยของเจ้าของบ้านและสมาชิกแคร์เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด จึงเสนอมาตรการดังต่อไปนี้1.ให้งดจัดกลุ่มแคร์ทั้งหมดจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยหากปรารถนาจะจัดแคร์ ทางทีมผู้นำขอเสนอให้จัดแคร์ผ่านระบบโซเชียลมีเดียเป็นต้น ซึ่งมีบางกลุ่มได้เริ่มทำแล้ว2.เรื่องการงดการนมัสการที่คริสตจักรวันอาทิตย์โดยจะไม่มีการนมัสการที่คริสตจักรตั้งแต่อาทิตย์ที่ 22 มีนาคมเป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นทางคริสตจักรจะมีการไลฟ์สดการนมัสการและเทศนา เวลา 10.00-11.30 (รอบเดียว) สามารถดูผ่านช่องทางเฟซบุ๊กของคริสตจักร โดยกดลิงค์https://web.facebook.com/MahapawnBKK/

กองทัพบิ๊กคลีนนิ่งกรุงเทพฯ

ที่กองบัญชาการกองทัพบกพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) และกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก (วศ.ทบ.) และสั่งการเพิ่มมาตรการตรวจโควิด-19 มีจุดคัดกรองภายใน บก.ทบ.พร้อมทั้งให้แต่ละหน่วยทหารพิจารณาตามความเหมาะสมในการวางมาตรการเส้นทางเข้าพื้นที่ทหาร ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบถามและบันทึกข้อมูลของกำลังพลและครอบครัว ตั้งแต่เวลา 20.00-05.00 น. ของทุกวัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบ สืบค้นย้อนหลังได้หากมีการสัมผัสหรือใกล้ชิดต่อเชื้อโควิด ขณะเดียวกันให้สนับสนุนภารกิจรัฐบาลในการต่อสู้กับโควิด-19 และช่วยประชาชนป้องกันโควิด-19 ตามพื้นที่ต่างๆ ด้วยการจัดกำลังพล รถยนต์บรรทุกน้ำผสมสารฆ่าเชื้อเพื่อล้างสิ่งปนเปื้อนบนทางเท้า บนถนน รอบกรุงเทพฯทั้ง 50 เขต เริ่มวันที่ 19-31 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 01.00-05.00 น.

หลังจากครม.มีมติเห็นชอบให้สถานบริการในเขตกทม. และปริมณฑลหยุดบริการเป็นเวลา14 วัน ตั้งแต่ 18-31 มีนาคม เป็นต้นไป ซึ่งรวมถึงโรงหนัง-สถานบันเทิง ผับบาร์ ร้านนวดไทย นวดโบราณ ที่เป็นร้านที่เข้ากฎหมายว่าด้วยสถานบริการให้ปิดทั้งหมด ล่าสุดโรงภาพยนตร์เอสเอฟ ซีเนม่า ก็ได้ร่อนจดหมายแจ้งปิดสาขาทั้ง 22 แห่งทั่วประเทศชั่วคราว เช่นเดียวกับบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ปิดบริการชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน

ปิดนมัสการหลวงพ่อโสธร

ขณะที่ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า พระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ได้มีบัญชาด้วยความห่วงใยพุทธศาสนิกชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงของดการเข้าสักการะหลวงพ่อโสธรในพระอุโบสถเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 19-31 มีนาคมนี้ รวมทั้งงดจัดงานอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากน้ำ (งานกลางเดือน 5) ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน เพื่อลดความแออัด และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งเป็นการคุมเข้มตามมาตรการสาธารณสุขไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย เพราะขณะนี้ในพื้นที่พบผู้ติดเชื้อแล้ว 2 ราย คือ นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา กับภรรยา และยังมีกลุ่มเสี่ยงเป็นผู้ใกล้ชิดหรือผู้ที่ไปร่วมกิจกรรมกับบุคคลทั้งสอง ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ให้กักตัวในบ้านพักเพื่อสังเกตอาการ 14 วัน

เชียร์นายกฯกล้าตัดสินใจ

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในภาวะวิกฤติเราทุกคนต่างต้องการผู้นำที่กล้าตัดสินใจ เข้มแข็ง เด็ดขาด ดังที่ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" มีมาโดยตลอด แน่นอนว่าการจะนำพาประเทศก้าวพ้นวิกฤติให้ได้เป็นเรื่องที่ท้าทายและไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากเริ่มต้นปีใหม่มาไม่ทันไร ประเทศไทยเราเจอวิกฤติต่างๆ โถมกระหน่ำอย่างมากมาย และแนวโน้มการแพร่ระบาดไวรัสหลังจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด หรือที่ใครหลายๆ คนกำลังเฝ้าระวังการยกระดับเข้าสู่ระดับ 3 แน่นอนว่าวิกฤติครั้งนี้เป็นเรื่องที่เราคนไทยทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน แต่บทบาทสำคัญก็คงหนีไม่พ้นรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่จะต้องถือธงนำในการกอบกู้สถานการณ์ครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่การดูแลสุขภาพประชาชนให้ปลอดภัย การพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด เหนือสิ่งอื่นใด จะต้องเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาโดยเร็ว และต้องควบคุมสถานการณ์การสื่อสารในภาวะวิกฤติให้ได้ ดังนั้นหากทุกการตัดสินใจของท่านนายกฯ ในฐานะผู้นำ เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางแล้ว ขอให้ท่านกระทำด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจ เพื่อนำพาประเทศเดินหน้าต่อไปและผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ให้ได้ #สู้สุดใจไปด้วยกัน #เราจะผ่านมันไปด้วยกัน #ลงชื่อให้นายกกล้าตัดสินใจเข้มแข็งเด็ดขาด

 

 

 

 

แนะเร่งค้นหากลุ่มเสี่ยงทั่วปท.

ที่พรรคเพื่อไทย(พท.) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรองประธานกรรมาธิการงบประมาณฯ แถลงว่า รัฐบาลต้องตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อยุติปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยค้นหาและตรวจรักษากลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะแต่ผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนไม่กี่หมื่นคน หากจ่ายค่ารักษาให้ประมาณ 5 หมื่นคน คนละ 1 แสนบาท ก็จะใช้เงินประมาณแค่ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้คุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลจะไม่ใช้จ่ายงบประมาณเอง ก็ควรอนุญาตให้ท้องถิ่นสามารถค้นหาและจ่ายเงินรักษาดูแลกลุ่มเสี่ยงให้อยู่ที่บ้านไม่ต้องเดินทางปะปนกับประชาชนทั่วไป และต้องดูแลที่เขาต้องขาดรายได้เป็นเวลา 14 วันด้วย ทั้งนี้รัฐบาลควรปรับเปลี่ยนแผนงบประมาณด้านการอบรมสัมมนา ด้านการเดินทางไปต่างประเทศ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าวัสดุคุรุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นลง เพราะกิจกรรมเหล่านี้ในปีนี้คงไม่ได้ใช้แน่นอน ถ้ายังใช้การจัดซื้อจัดจ้างเหมือนปกติอยู่ สุดท้ายจะไม่มีเม็ดเงินกลับเข้ามาอย่างแน่นอน เมื่อถึงปลายปีเม็ดเงินก็อาจจะไม่พอใช้ นอกจากนี้อยากให้ลดการซื้ออาวุธลง เพราะตอนนี้สงครามไม่ได้อยู่บนภาคพื้นดิน แต่เป็นไวรัสที่มาทางอากาศ

ด้าน น.ส.จิราพร สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสนอให้ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อยุติการแพร่ระบาดโดยด่วนและเร่งคัดกรองเข้มข้นด่านชายแดนกว่า 97 แห่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

ขอนแก่น-ภูเก็ตปิดตามด้วย

ส่วนมาตรการปิดพื้นที่เสี่ยงป้องกันการระบาด มีรายงานแจ้งว่า นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ประกาศปิดสถานบริการ สนามมวย สนามกีฬา สนามชนไก่ ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ โรงมหรสพ และเลื่อน/งดกิจกรรมที่มีคนหมู่มากในพื้นที่เป็นเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 18-31 มีนาคมหากฝ่าฝืนมีความผิดตาม 35(1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นเดียวกับนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มีคำสั่งปิดสถานบริการในพื้นที่เป็นเวลา 14 วันเช่นกัน

ติดเชื้อเพิ่ม35รวม212ราย

ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยสะสม 212 ราย เพิ่มขึ้น 35 ราย จำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยที่พบก่อนหน้านี้ 29 ราย แบ่งเป็น เกี่ยวข้องกับสนามมวย 13 ราย เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงย่านทองหล่อ 4 ราย สัมผัสกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ 12 ราย ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย กลับจากต่างประเทศ 1 ราย โดยเดินทางกลับจากกัมพูชา ทำงานสัมผัสกับชาวต่างชาติ 6 ราย ส่วนอีก 1 รายกำลังรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยที่มีอาการหนักเพิ่ม 2 ราย จากสุราษฎร์ธานี และเพชรบูรณ์ โดยรายแรก เป็นชายไทย อายุ 49 ปี อยู่หอผู้ป่วยวิกฤิติ รพ.สุราษฎร์ธานี รับยาต้านไวรัส และรายที่ 2 ชายชาวเบลเยียม อายุ 67 ปี มีภาวะปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจและรับยาต้านไวรัสที่เพชรบูรณ์

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า จะสังเกตว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเพิ่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นคนหนุ่มสาววัยทำงาน โดยมีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ร่วมกิจกรรมสังสรรค์ บางคนไม่ลดกิจกรรมทางสังคม เมื่อป่วยไม่ยอมกักตัวอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจะทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดขยายวงจนเข้าสู่สภาวะควบคุมโรคลำบาก ย้ำว่าทุกคนต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ.อย่างเคร่งครัด

“ขอให้ผู้ที่เข้าไปยังสนามมวยลุมพินีและสนามมวยราชดำเนิน ในวันที่ 6 มีนาคม และผู้ที่เข้าไปยังสถานบันเทิง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงระหว่างวันที่ 9-10 มีนาคม ช่วงที่มีการพบผู้ป่วยยืนยัน ขอให้สังเกตอาการตัวเอง 14 วัน หากมีไข้ มีอาการไอเจ็บคอ มีน้ำมูก หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ไปตรวจรับการรักษายังสถานสาธารณสุขใกล้บ้าน หากสงสัยให้โทร 1422” นพ.สุวรรณชัยกล่าว

โคราชพบติดเชื้อไวรัส2ราย

ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงว่า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อแล้ว 2 ราย เป็นหญิงอายุ 22 ปี และ 30 ปี โดยทั้งสองเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ทั้งนี้ผู้ป่วยรายแรกเป็นนักศึกษาหญิง อายุ 22 ปี ปกติอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และเดินทางกลับมาภูมิลำเนาที่ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ยังไม่ทราบแหล่งต้นตอของการติดเชื้อ แต่ได้เฝ้ากักตัวผู้ใกล้ชิดหญิงสาวรายนี้แล้ว 52 ราย เบื้องต้นยังไม่พบการติดเชื้อเพิ่มเติม ส่วนหญิงรายที่ 2 เป็นแม่ค้า อายุ 30 ปี ทำงานขายสินค้าอยู่ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา และเดินทางกลับมาพักที่อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยเฝ้ากักตัวผู้ใกล้ชิดหญิงสาวรายนี้ 31 คน และขณะนี้ยังไม่พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน ทั้งนี้จังหวัดพิจารณาใช้มาตรการปิดร้านอาหาร สถานบันเทิง สถานบริการ รวมไปถึงสนามกีฬาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

กสม.เสี่ยงติดเชื้อผวาทั้งศูนย์ฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายบุญเกื้อ สมนึก เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีบันทึกข้อความภายในแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักกฎหมายมีอาการเป็นหวัดและเจ็บคอ เข้ารับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลโดยแพทย์ได้ให้ความเห็นว่าเข้าเกณฑ์ผู้ที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัส โดยได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่ามารดาของบุคคลดังกล่าวเดินทางกลับมาจากเกาหลี จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักกฎหมายซึ่งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวปฏิบัติงานที่บ้านพักวันที่ 18-20 มีนาคม และช่วงเย็นวานนี้ได้ฉีดพ่นเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในสำนักกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักงานกสม.ตั้งอยู่ภายในอาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติแจ้งวัฒนะ ซึ่งมีหน่วยราชการหลายแห่งตั้งอยู่ ทั้งกรมที่ดิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น ทำให้มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในอาคารดังกล่าวนับหมื่นคน และแต่ละวันมีประชาชนเข้าออกเพื่อติดต่อราชการเป็นจำนวนมากด้วย

สพฐ.เลื่อนสมัคร-สอบม.1-ม.4

นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด ศธ.04006/ ว 1150 ไปถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต โดยมติ ครม.มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤติการณ์จากโควิด-19 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) พิจารณาแล้วขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแจ้งสถานศึกษาในสังกัดให้ปิดการเรียนการสอน 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม และให้เลื่อนการรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างวันที่ 21-25 มีนาคม และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างวันที่ 21-22 มีนาคม และการสอบคัดเลือกชั้นมัยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคม และการมอบตัวนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันที่ 6 เมษายน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในวันที่ 7 เมษายน โดยเลื่อนไปจนกว่า สพฐ.จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

แฟลชม็อบหันชุมนุมออนไลน์

ที่รัฐสภา เกียกกาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และ การมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีกำหนดเปิดเวที “เสียงนักศึกษา เสียงประชาชน เสียงประเทศไทย” เพื่อรับฟังข้อเสนอของนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ออกมาจัดแฟลชม็อบทั่วประเทศ ปรากฏว่า กิจกรรมดังกล่าวงดจัดกะทันหันจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน กมธ.การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ได้นำตัวแทนนักเรียนนิสิตนักศึกษามาแถลงข่าว 

ด้านตัวแทนนักศึกษา กล่าวตอนหนึ่งว่า ยืนยันว่าที่ออกมาชุมนุมที่ผ่านมาไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลังและเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชนโดยตรงในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจากที่พวกเราได้คุยกันได้มีข้อเสนอเบื้องต้นว่า กลุ่มนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมชุมนุมแฟลชม็อบ ยืนยันว่า จะไม่จัดชุมนุมในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส แต่จะไม่หยุดเดินหน้าเรียกร้องขอให้รัฐบาลได้ทบทวนการทำงานให้ดีขึ้น โดยจะจัดการชุมนุมผ่านออนไลน์