
ผู้ป่วยจิตเวชกักตัว 14 วัน ระวังอย่าขาดยา
กรมสุขภาพจิต ห่วงผู้ป่วยจิตเวชที่อยู่ในระหว่างการแยกกักตัว 14 วัน ระวังอย่าขาดยา
กรมสุขภาพจิต ห่วงผู้ป่วยจิตเวชที่อยู่ในระหว่างการแยกกักตัว 14 วัน ระวังอย่าขาดยา แนะญาติช่วยดูแลติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าว ลูกชายป่วยจิตเวชทำแม่เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 17 มึ.ค.2563 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การแยกกักตนเองที่บ้านเป็นการสังเกตอาการว่าตนเองจะได้รับเชื้อหรือมีอาการป่วย โดยแยกกักจนเลยระยะเวลาฟักตัวของโรคหรือไม่มีเชื้อ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อตนเองและสังคมโดยรวม เนื่องจากจะทำให้สามารถสังเกตอาการของตนเองได้ชัดเจนและสร้างความปลอดภัยให้คนรอบข้าง
แต่หากผู้ที่แยกกักตนเองที่บ้านมีโรคประจำตัวหรือรักษาโรคทางจิตเวชอย่างต่อเนื่อง ควรเตรียมยาให้เพียงพอสำหรับช่วงการแยกกักตนเอง โดยพยายามไม่ขาดยา หากอยู่ในระหว่างการแยกกักตนเองที่บ้านและพบว่ายาที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอต่อช่วงระยะเวลาการแยกกักที่เหลือ สามารถให้ข้อมูลเรื่องอาการของตนเองกับญาติ และมอบหมายญาติเพื่อมาพบจิตแพทย์เพื่อปรึกษาและรับยาจิตเวชแทนได้ที่โรงพยาบาลจิตเวช โดยไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางมายังโรงพยาบาลด้วยตนเอง เพราะอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ตนเองและผู้ป่วยอื่นๆ
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่การระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจเป็นช่วงที่ผู้ป่วยจิตเวชมีความเครียดมากขึ้นจากความยากลำบากในการปรับตัวและความวิตกกังวลจากคนรอบข้าง ญาติและคนใกล้ชิดควรดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด พูดคุยทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ใช้เวลาร่วมกันในการแนะนำการดูแลตนเองทั้งด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิต
ทั้งนี้ในกรณีที่ผู้ป่วยจิตเวชมีอาการด้านสุขภาพจิตรุนแรงมากขึ้นในขณะที่อยู่ระหว่างช่วงการแยก กักตนเองที่บ้านนั้น ขอให้ญาติรีบโทรแจ้งไปยังสถานพยาบาลที่ทำการรักษาอยู่เดิม เพื่อประเมินความเสี่ยงและเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่หากมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมายังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลจิตเวช
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวด้วยว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยให้สถานการณ์ในขณะนี้เบาบางลงได้ โดยต้องตระหนักแต่ไม่ตระหนก ดูแลป้องกันตนเองและคนใกล้ชิดอย่างมีสติ ลดการเสพข่าวที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนก ไม่ส่งต่อและไม่แชร์ข้อความที่ดูเกินจริงและไม่ได้รับการยืนยัน ลดความเกลียดชังในสังคม และควรติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขทางช่องทางต่างๆ อย่างใกล้ชิด
หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่ สายด่วน กรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากเกิดความเครียดหรือวิตกกังวลอย่างมาก สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง



