
ชาวสัตหีบปกป้อง"หินลูกช้าง"ขวางนายทุนทำลาย
กำนัน ผู้ใหญ่ แกนนำชาวบ้าน พื้นที่นาจอมเทียน สัตหีบ ออกมารวมพลังแสดงจุดยืน ขัดขวางนายทุนห้ามเข้าพื้นที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สู้ไม่ถอยปกป้อง หินลูกช้าง หินศักดิ์สิทธิ์คู่ท้องถิ่นตั้งแต่บรรพชน แสดงอภินิหาริย์ให้เห็นใช้เรือลาก รถแบล็คโฮ 5 คัน รุมขุด เจา
จากกรณีที่ได้มี บริษัท ไอยรา แมนเนจเม้นท์ บางเสร่ จำกัด ทำหนังสือขออนุญาต นายวิทยา ไชยานุกูลกิตติ หัวหน้าสำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 6 สาขาพัทยา เพื่อขอปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายหาด แต่ได้มีการนำเครื่องมือหนัก รถแบล็คโฮ เรือลาก เรือบรรทุกท้องแบน เข้ามาทำการขุด เจาะ บรรทุกก้อนหิน ดิน ทรายออกไปทิ้งในทะเล และมีการรื้อถอน เคลื่อนย้ายหินโสโครกธรรมชาติขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ออกไปจากพื้นที่เดิม
ซึ่งถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายสภาพแวดล้อม ทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างร้ายแรง ส่งผลให้ราษฎรขาดวงจรชีวิตในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการประมง การท่องเที่ยว ทำให้ นายสมศักดิ์ ทับกลัด กำนันตำบลนาจอมเทียน พร้อมผู้ใหญ่บ้าน ราษฎรได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีกับนายทุน และ ร้องเรียนกับ นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้สั่งระงับการดำเนินการเร่งด่วน
โดยหนังสืออนุญาตดังกล่าวอาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ทางราชการพิจารณาลงโทษทางวินัยกับ นายวิทยา ไชยานุกูลกิตติ ด้วย หลังจากที่ นายวิทยา ไชยานุกูลกิตติ หัวหน้าสำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 6 สาขาพัทยา ได้ทำหนังสือระงับการปรับภูมิทัศน์ ทำให้นายทุนได้มีการขนย้ายเครื่องมือหนัก รถ เรือ ออกนอกพื้นที่จนหมด ทำให้ประชาชนในพื้นที่ดีใจ ทำพิธีรับขวัญหินลูกช้าง ด้วยการนำช้างไปที่ก้อนหิน ถวายเครื่องสังเวย และขอพรให้ประกอบกิจการท่องเที่ยว ประมงดีเหมือนเดิม ตลอดจนสาปแช่งนายทุนที่เข้ามาทำลายทรัพยากรธรรมชาติในที่แห่งนี้
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ ( 7 มี.ค.52 ) ผู้สื่อข่าวพบว่า นายสมศักดิ์ ทับกลัด กำนันตำบลนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้ใหญ่บ้าน และแกนนำชาวบ้านจำนวนมาก ได้เดินทางเข้ามาสังเกตการณ์ภายในพื้นที่ชายหาดหินลูกช้าง ซึ่งได้สร้างความรันทดใจอย่างมาก เมื่อพบว่านายทุนได้ทำลายสภาพเดิม มีร่องรอยการขุดเนินดินหายไปอย่างน่าใจหาย ก้อนหินธรรมชาติเดิมชายหาดหายไปเกือบทั้งหมด
และที่ชาวบ้านไม่พอใจอย่างมากก็คือมีการขุด ทำลายก้อนหินลูกช้างแต่โชคดีที่ไม่สำเร็จ พร้อมกับได้ประกาศจุดยืน จะต่อต้าน คัดค้าน ขัดขวาง นายทุนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติถ้าเข้ามาทำลายสภาพแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติบริเวณชายหาดนี้อีก อีกทั้งจะช่วยกันอนุรักษ์ และรักษาหินลูกช้างไว้ให้นานเท่านาน
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อไม่นานได้มีการนำรถแบล็คโฮเข้ามาขุดก้อนหิน บริเวณชายหาดใส่รถบรรทุกออกไป และทราบว่าได้นำเอาไว้เก็บไว้ที่ใด จึงได้แจ้งความจนมีการระงับไม่ให้ดำเนินการอีกต่อไป แต่ด้วยความพยายามของนายทุนที่รับจ้างชาวต่างประเทศปรับพื้นที่จาก หาดก้อนหินให้เป็นชายหาดทราย จึงได้ไปขออนุญาต การขนส่งทางน้ำที่ 6 สาขาพัทยา ปรับพื้นที่อีกครั้ง
ในที่สุดก็เป็นการทำลายสภาพแวดล้อมทางทะเล ในฐานะที่เป็นพ่อบ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นมิอาจทนมองการทำลายบ้านเมืองได้ จึงต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อขัดขวาง ระงับการดำเนินการทั้งหมดอีกด้วย และขณะนี้แกนนำชาวบ้านได้รวมพลังกันออกมาปกป้องพื้นที่ไม่ให้นายทุนเข้ามาทำลายสิ่งแวดล้อม และหินลูกช้างศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป



