ข่าว

ติ่ง มัลลิกา ส่งทนายแจ้งความเอาผิดอัจฉริยะให้ข้อมูลเท็จ

ติ่ง มัลลิกา ส่งทนายแจ้งความเอาผิดอัจฉริยะให้ข้อมูลเท็จ

17 มี.ค. 2563

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ได้มอบอำนาจให้ทนายความ ดำเนินคดีกับอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ระบุว่า เป็นผู้ให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการส่งออกหน้ากากอนามัย

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ได้มอบอำนาจให้ทนายความ บริษัท สำนักกฎหมาย K.A.T. ดำเนินคดีกับอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ 

 

 

               ระบุว่า เป็นผู้ให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการส่งออกหน้ากากอนามัย โดยมีการให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก ด้วยการระบุตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ซึ่งนางมัลลิกาเป็นหนึ่งในจำนวนที่ได้รับการแต่งตั้ง

               โดยแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหรือฐานความผิดเรื่องหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 หรือความผิดตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่อศาลที่มีอำนาจ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

             ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในหลักความซื่อสัตย์สุจริต เมื่อมีการกล่าวหา ทางพรรคก็สนับสนุนให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ดำเนินการให้ถึงที่สุด ทำความจริงให้ปรากฏว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งพรรคก็มีการตรวจสอบภายในอยู่ โดยข้อบังคับพรรคระบุไว้ชัดว่า บุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่รักษาชื่อเสียง นำความเสื่อมเสียมาสู่พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่มีการปกป้อง ซึ่งความผิดร้ายแรงสูงสุดคือการพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค อย่างไรก็ตามจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งจะต้องฟังข้อเท็จจริง

         ด้านนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกระแสข่าวที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนหน้ากากอนามัย   ว่า เท่าที่ทราบเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทแล้ว และวันนี้ก็ไปแจ้งความดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งในประเด็นดังกล่าวผู้ที่เกี่ยวข้องจะมาชี้แจงอีกครั้ง

    นอกจากนี้นายจุรินทร์ยังกล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ศุลกากรมีการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ ส่งออกหน้ากากอนามัย ที่เขตท่าเรือแหลมฉบัง ต.ทุ่งศุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่า ได้รับแจ้งจากปลัดกระทรวงพาณิชย์ว่ามีตำรวจประสานงานมาว่า นายกฯ สั่งให้ไปดำเนินการโดยประสานมายังกระทรวงพาณิชย์ให้ส่งตัวแทนไปตรวจสอบ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งผู้แทนจากกรมการค้าภายใน และกรมศุลกากรไปตรวจสอบ พร้อมกับผู้ส่งออกที่เป็นเจ้าของหน้ากากอนามัยดังกล่าว เพื่อไปพิสูจน์ว่ามีใบอนุญาตในการส่งออก เมื่อมีการส่งออกจริงแล้ว ของที่อยู่ข้างในเป็นหน้ากากอนามัยที่ได้รับอนุญาตตรงตามสเปก มีลิขสิทธิ์ มีมาตรฐานให้ส่งออกได้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการสั่งให้ไปเปิดตู้แล้วตรวจสอบ ซึ่งการเปิดตู้ครั้งนี้ทำให้นายกฯ ตนเอง และประชาชนที่มีข้อสงสัยจะได้คลายข้อสงสัย ทั้งนี้ที่มีข่าวปรากฏออกไปว่าหน้ากากในตู้ไม่ได้มาตรฐานนั้น ไม่โทษสื่อ เพราะอาจจะเกิดความสับสนได้

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า จะขอความเห็นจาก ครม.ว่าควรจะมีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ 1 ชุด ที่มีผู้ว่าและรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพาณิชย์จังหวัด ดำเนินการในเรื่องของการกักตุนสินค้าและขายเกินราคา ขณะที่ในส่วนกลางเป็นหน้าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ซึ่งจะมีหน้าที่ดำเนินการจับกุม หากมีการกักตุนสินค้าและขายเกินราคา