ข่าว

ป่วยเพิ่ม33รายรวมเจ้ากรมทบ.

ป่วยเพิ่ม33รายรวมเจ้ากรมทบ.

17 มี.ค. 2563

สธ.เผยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มในไทยอีก 33 ราย ยันเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกติดเชื้อด้วย 1 ใน 5 เสือ ทบ.มีความเสี่ยงสูง นครบาลสั่งกัก 51 ตร.สายสืบ ใกล้ชิดรอง สว.ป่วยติดไวรัส ขณะที่บุรีรัมย์ประกาศปิดเมืองสู้

          เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวที่ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 16 มีนาคม ว่า วันนี้มีผู้ป่วยเพิ่ม 33 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มผู้ป่วยสัมผัสเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่ยืนยันก่อนหน้านี้ คือกลุ่มมีอาการป่วย ที่อยู่ใกล้ชิดกับคน เช่น ในสนามมวย สถานบันเทิง ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 17 คน โดยส่วนหนึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ อีกส่วนหนึ่งทำงานใกล้ชิดคนต่างชาติ ทำให้ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 147 ราย 

 

 

 

          วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มอบหมายให้ พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก แถลงความชัดเจนกรณีที่ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 กองทัพบกมีบุคลากรที่ติดเชื้อเป็นรายแรกคือ พล.ต.ราชิต จึงต้องดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศและให้คำแนะนำ เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน
          ทั้งนี้ พล.ต.ราชิต มีอาการไข้ 1 วัน และไปเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 13 มีนาคม โดยพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากนั้นได้เข้ามารายงานตัวเพื่อเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และได้ทำการตรวจอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พบว่าผลการตรวจอย่างเป็นทางการมีการติดเชื้อชัดเจน จากนั้นยังได้ส่งผลเลือดไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผลออกมาเวลา 19.00 น. ของวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ปรากฏกว่าติดเชื้อโควิด-19 แน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการแยกโรคที่โรงพยาบาล สำหรับครอบครัวของ พล.ต.ราชิต ไม่พบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่จะต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วันตามมาตรฐาน พร้อมกันนี้ยืนยันว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พล.ต.ราชิตไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ รวมถึงประเทศฝรั่งเศสตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้
          พล.อ.ณฐพนธ์ กล่าวอีกว่า มาตรการสำคัญเมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้นในกองทัพบกจะต้องทำการวินิจฉัยและจัดเข้าสู่กระบวนการรักษาผู้ป่วยด้วยความระมัดระวัง ปัจจุบันใช้ห้องแยก อุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากรตามมาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ทุกประการ ขณะที่ขั้นดำเนินการสอบสวนโรคต้องค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดย้อนหลังไป 14 วัน นับตั้งแต่เริ่มมีอาการ จากนั้นก็ใช้วิธีการติดต่อโดยตรงกับบุคคลดังกล่าว เพื่อนำมาแยกตัวและกักบริเวณไว้ 14 วัน ซึ่งพบว่ามีผู้อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงสูงที่เป็น 1 ใน 5 เสือกองทัพบก ผู้บังคับบัญชาระดับสูงและข้าราชการผู้ร่วมปฏิบัติงาน จำนวน 36 นาย โดยปัจจุบันได้สั่งการให้พักกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วันแล้ว รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องและครอบครัวผู้ที่มีความใกล้ชิด จำนวน 60 ราย เช่น พลขับ เจ้าหน้าที่ที่โดยสารร่วมกันไปในรถ และคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบการทำงาน และในสถานที่เสี่ยงจะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างมีประสิทธิภาพทุกคนโดยไม่เว้นใคร หรือจะยศอะไร โดนหมดทุกคนที่เข้าร่วมประชุมด้วยกัน และมีระยะห่างไม่เกิน 4.5 เมตร ภายใน 15 นาที ยืนยันว่าสามารถควบคุมได้ทั้งหมดแล้ว หากพบอาการไข้ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป
          ขณะเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส. บช.น. ได้มีหนังสือเลขที่ 0015(สส.)41/104 เรื่องกําหนดมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึง ผบก.สส. บช.น. โดยในหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับ รองสารวัตร กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ได้เข้ารับการตรวจ เนื่องจากมีอาการเป็นไข้ เจ็บคอ ซึ่งจากการตรวจปรากฏว่าผลเป็นบวก ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ เนื่องจากวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม เวลาประมาณ 19.00 น. ได้ไปรับประทานอาหารในงานวันเกิดกับเพื่อนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากนั้นเวลา 21.30 น. ได้เดินทางไปเที่ยวดื่มกินย่านทองหล่อ จนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 8 มีนาคม กระทั่งวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม เวลาประมาณ 13.00 น. รองสารวัตรคนดังกล่าวได้เดินทางไปตรวจที่สถาบันป้องกันและควบคุมโรคเขตเมืองบางเขน จากนั้นเวลา 22.00 น. วันเดียวกัน ได้รับแจ้งผลการตรวจทราบว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คาดว่าติดเชื้อไวรัสมาจากเพื่อนตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม
          ต่อมา พล.ต.ต.สันติ ชัยรามัย ผบก.สส.บช.น. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้สั่งปิดที่ทำการในส่วนของ กก.สส.3 บช.น. และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บช.น. ทั้งหมด 51 นาย กักตัวเองอยู่ในที่พัก เป็นเวลา 14 วัน หากใครเริ่มมีอาการที่เข้าข่ายก็ให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลของรัฐ หรือหากต้องการทราบผลที่รวดเร็ว สามารถเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลรามคำแหง ซึ่งจะทราบผลภายใน 6 ชั่วโมง จากนั้นต้องนำผลตรวจแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ตนเองจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของ กก.สส.3 บช.น. ทั้ง 51 นาย กักตัวเองอยู่ในที่พัก ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 1, 2, 4 และกองวิเคราะห์ มาช่วยเสริมกำลังในการปฏิบัติงานในส่วนของกองกำกับการ 3 เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่องาน

 

 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า กรณีมีกระแสข่าวแพร่สะพัดทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ระบุว่าเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม. ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสถานี โดยมีการปิดสถานีดับเพลิงดังกล่าว งดออกระงับเหตุ พร้อมกับมอบหมายให้สถานีดับเพลิงแห่งอื่นรับผิดชอบงานแทน และให้เจ้าหน้าที่กักตัว 14 วัน เพื่อรอผลตรวจอย่างละเอียด ล่าสุดวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ามีการปิดสถานีดับเพลิงดังกล่าวจริง และให้เจ้าหน้าที่กักตัว 14 วัน เพื่อรอผลตรวจอย่างละเอียด
          ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงภายในสถานีดับเพลิงบางอ้อว่า ผู้ที่ติดเชื้อมีเพียงคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงคือสนามมวย เมื่อกลับมาทราบข่าวว่าสนามมวยคือพื้นที่เสี่ยง จึงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกลาง รอผลตรวจ 2 วัน กระทั่งผลตรวจออกมาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พบว่าติดเชื้อ จึงถูกกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกลาง จากนั้นทางโรงพยาบาลได้ประสานสำนักอนามัยให้ส่งเจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดภายในสถานีดับเพลิงบางอ้อทุกห้อง รวมทั้งห้องของผู้ติดเชื้อด้วย และมีการตรวจวัดไข้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดประมาณ 40 คน และไม่พบว่าผู้ใดมีไข้ แต่ก็ให้กักตัวไว้ 14 วัน
          รายงานข่าวระบุว่า สำหรับคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญการ สังกัดสถานีดับเพลิงบางอ้อ โดยสถานที่ที่คาดว่าได้รับเชื้อเป็นสนามมวยราชดำเนิน ซึ่งเข้ารับการตรวจหาเชื้อวันที่ 12 มีนาคม มีผลเป็นบวก จากนั้นวันที่ 13 มีนาคม ทางโรงพยาบาลส่งผลให้ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อยืนยัน กระทั่งวันที่ 15 มีนาคม ได้รับการยืนยันผลว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19
           ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 14.03 น. นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากใกล้ชิดกับกลุ่มติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสนามมวยลุมพินี ได้โพสต์ข้อความผ่านไลน์กรุ๊ปนักข่าวกระทรวงคมนาคม โดยระบุว่า ผลการตรวจออกมาแล้วปลอดภัย โดยใบรายงานผลไวรัสวิทยา จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ปรากฏว่า มีผลออกมาเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่ยังคงต้องถูกกักตัวในสถานพยาบาลดังกล่าวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด
          นอกจากนี้เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 มีนาคม นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน แถลงเปิดใจ ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการแล้ว หลังมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีย้ายไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเจ้าตัวแถลงถึงผลงานที่ผ่านมา อาทิ บริหารราคาพืชผลการเกษตร ก็ดำเนินการได้ด้วยดีเสมอมา แต่มีประเด็นที่ร้อนแรงคือ เรื่องการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ก่อนจะยืนยันว่าตอนนี้ยื่นหนังสือลาออกต่อปลัดกระทรวงพาณิชย์แล้ว ที่ผ่านมาได้ทำงานแบบทุ่มเทสูงสุด แต่ความสามารถมีไม่ถึง เลยขอพิจารณาตัวเอง ส่วนการโยกย้ายก็ไม่มีการรู้ล่วงหน้า ไม่ระแคะระคายเรื่องนี้เลย ส่วนประเด็นก็คาดว่า น่าจะเป็นเพราะเรื่องหน้ากากอนามัย
          นายวิชัย กล่าวว่า ตั้งแต่ดูเรื่องหน้ากากอนามัย ไม่เคยมีนักการเมืองมายุ่งเกี่ยว ซึ่งกระบวนการตั้งแต่ผลิต ปล่อยออก ก็มีเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วน ทหารเฝ้าติดตามตั้งแต่ออกจากโรงงาน ไปสู่ปลายทาง
           ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ประกอบด้วย สาธารณสุขจังหวัด, ปศุสัตว์จังหวัด, ฝ่ายกฎหมาย, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเร่งด่วน เพื่อหามาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เพราะยังมีประเด็นที่ขัดแย้งกันของคณะกรรมการ ระหว่างการใช้มาตรา 22 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ คือการเฝ้าระวัง และการใช้มาตรา 35 คือการบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตามพระราชบัญญัติโรคติดต่ออย่างเฉียบขาด
          การประชุมใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีการลงมติ โดยทุกคนเห็นต้องกันว่าควรจะใช้มาตรการแบบเฉียบขาด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพ ถึงแม้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในจังหวัดบุรีรัมย์ก็ตาม