ข่าว

เงื่อนไขที่เสนอเพื่อให้ปฏิเสธ

เงื่อนไขที่เสนอเพื่อให้ปฏิเสธ

21 ธ.ค. 2552

อ่านจากพาดหัวหนังสือพิมพ์เช้าวันจันทร์คงจะมีบางคนตีความ ว่า คุณทักษิณ ชินวัตร ตอบคุณสุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่ามี 3 เงื่อนไข

 แต่จริงๆ แล้วคุณสุรยุทธ์อาจจะถามย้อนกลับคุณทักษิณว่า นี่พูดเองหรือว่าคนอื่นพูดแทน เพราะว่าคุณทักษิณฮึดมาถามคุณสุรยุทธ์วันก่อนว่า ที่คุณสุรยุทธ์บอกกับนักข่าวว่าพร้อมจะรับโทรศัพท์คุณทักษิณพูดคุยกันนั้น พูดเองหรือว่ามีใครอนุญาตให้พูด

 และวันนี้ก็มีคนพูดแทนคุณทักษิณคือ คุณนพดล ปัทมะ บอกว่าลูกพี่ยินดีเจรจาบนเงื่อนไขจริงใจต้องกลับสู่สถานะเดิมก่อน 19 กันยายน ปี 2549 ยื่น 3 ข้อก็คือ รัฐธรรมนูญปี 2540 เสร็จยุบสภายอมรับผลเลือกตั้งใหม่ ..นี่คือการฝากกันไปฝากกันมา ลงท้ายคงไม่ได้เรื่องหรอก

 เพราะว่าจริงๆ แล้วถ้าหากจะมีการสมานฉันท์เพื่อความปรองดองแห่งชาติ จะต้องมีความจริงใจในเรื่องเนื้อหา และจะต้องไม่เรียกร้องหรือวางเงื่อนไขเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะรับได้ หรือผิดกติกาโดยสิ้นเชิง

 ถ้าหากคุณทักษิณต้องการที่จะไม่ติดคุก 2 ปี หรือว่าไม่ต้องการถูกยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน แล้วมายื่นเงื่อนไขกับ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ล่ะก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่านี่คือกระบวนการยุติธรรมที่ไม่มีใครไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายไหนจะไปกดดันหรือว่าใช้อิทธิพลให้เปลี่ยนแปลงคำตัดสินของศาลได้

 เมื่อคุณทักษิณยังไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม อ้างว่าเป็นผลจากการปฏิวัติ 19 กันยายน ก็แปลว่าคุณทักษิณไม่พร้อมที่จะมาเจรจาด้วยเงื่อนไขที่จะต้องเคารพในกติกาของบ้านเมืองเสียก่อน

 ฉะนั้นคุณอภิสิทธิ์จึงบอกว่าเจรจาได้ แต่ก่อนอื่นคุณทักษิณต้องกลับมารับโทษเสียก่อน จึงกลายเป็นว่ามีเงื่อนไขล่วงหน้าทั้งสองฝ่าย

 ไปๆ มาๆ ที่คุณสุรยุทธ์บอกกับนักข่าวว่าพร้อมจะรับโทรศัพท์นั้นเป็นเพียงการแสดงความใจกว้างว่าในฐานะเป็นรุ่นพี่ รุ่นน้อง พร้อมจะพูดคุย

 แต่คุณสุรยุทธ์ก็ย้อนถามนักข่าวว่า แล้วจะคุยกันเรื่องอะไร เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นคุณทักษิณมีเงื่อนไขมากมายหลายประการ ไม่รู้ว่าจะคุยกันประเด็นไหนกันแน่ เริ่มต้นถ้าคุณทักษิณไม่เคารพในคำตัดสินของศาล ก็แปลว่าจุดเริ่มต้นการสนทนาปราศรัยหรือเจรจานั้นไม่มีเลย

 ตอนนี้ลูกบอลอยู่ฝั่งคุณทักษิณ ที่ต้องยอมรับกติกาพื้นฐานก่อนที่จะเสนอการเจรจา

สุทธิชัย หยุ่น