
เร่งดันรถไฟทางคู่5เส้นทางคมนาคมใช้งบ6.6หมื่นล้าน
คมนาคมดันรถไฟทางคู่ตั้งเป้าเริ่มปีตั้งแต่ปี 53 ประเดิม 5 เส้นทางเร่งด่วนช่วง 5 ปีแรก ใช้งบ 6.6 หมื่นล้านบาท หวังเพิ่มขนส่งทางรางเป็นปีละ 37 ตัน
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็น "เปิดทางคู่สู่อนาคต...รถไฟไทย" โครงการรถไฟทางคู่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงกิจการรถไฟ โดยกระทรวงคมนาคมต้องการให้โครงการนี้เกิดอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ระบบทางคู่ เพื่อรองรับทั้งระบบรถไฟฟ้าและรถจักรดีเซลในรางเดียวกัน เพื่อช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างโครงการและใช้งบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท ได้อย่างคุ้มค่า
ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 เห็นชอบโครงข่ายการพัฒนาทางคู่ ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทาง ระยะทางรวม 767 กิโลเมตร วงเงิน 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างทางคู่ทั้ง 5 เส้นทาง จะส่งผลให้โครงข่ายทางคู่เพิ่มขึ้นเป็น 1,228 กิโลเมตร ในปี 2558 สามารถเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางเป็นปีละ 37 ล้านตัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนปีละ 12 ล้านตัน
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า โครงการทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทางในช่วง 5 ปี แรก ได้แก่ 1.ลพบุรี-นครสวรรค์ ระยะทาง 113 กิโลเมตร วงเงิน 7,860 ล้านบาท 2.มาบกะเบา-นครราชสีมา ระยะทาง 132 กิโลเมตร วงเงิน 11,640 ล้านบาท 3.ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร วงเงิน 13,010 ล้านบาท 4.นครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร วงเงิน 16,600 ล้านบาท และ 5.ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร วงเงิน 17,000 ล้านบาท
“สนข.จะเลือกช่วงที่สำคัญที่สุดมาออกแบบและพัฒนาก่อน 3 เส้นทาง ระยะทางรวม 410 กิโลเมตร คือ ลพบุรี-นครสวรรค์ มาบกะเบา-นครราชสีมา และนครปฐม-หัวหิน เพราะมีศักยภาพในการรองรับปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า และยังเชื่อมโยงสู่การขนส่งระบบอื่นๆ เพื่อการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศ และมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม โดยทั้ง 3 เส้นทางนี้สามารถก่อสร้างได้ภายในปี 2554” นางสร้อยทิพย์กล่าว



