ข่าว

ส่งออกเดือน พ.ย.กระฉูดยอดโต 17%

ส่งออกเดือน พ.ย.กระฉูดยอดโต 17%

21 ธ.ค. 2552

พาณิชย์ยิ้มออกยอดส่งออกเดือน พ.ย.โต 17.21% สินค้าเกษตรขายดีเติบโตกว่า 28% หวังเดือนสุดท้ายของปีขยายตัวไม่แพ้กัน ดันตัวเลขทั้งปีติดลบตามเป้า ส่วนปี 53 มองเติบโต 13-15%

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดส่งออกเดือนพฤศจิกายน 2552 มีมูลค่า 13,840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.21% เป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบปี โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญกลับมาเพิ่มขึ้นทุกหมวด โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 28.6% และสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญเพิ่มขึ้น 13.2% ขณะที่ตลาดส่งออกหลักก็กลับมาส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรก 5.9% และตลาดใหม่ขยายตัว 29.9% อย่างไรก็ตาม การส่งออกในช่วง 11 เดือนของปี 2552 มีมูลค่า 137,954 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ลดลง 17%

 ส่วนการนำเข้าในเดือนพฤศจิกายน 2552 มีมูลค่า 12,782 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ลดลง 2.2% ส่งผลให้ดุลการค้าเดือนพฤศจิกายน เกินดุลการค้า 1,058 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 11 เดือนของปีเกินดุล 18,578 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าตัวเลขการส่งออกในเดือนธันวาคมจะมีมูลค่าเกินกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ น่าจะทำให้ตัวเลขการส่งออกทั้งปีเป็นไปตามคาดหมายที่ประเมินไว้ว่าจะติดลบประมาณ 13-15% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้ากว่า 18,577 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากดูตัวเลขการส่งออกในรายไตรมาส พบว่า 3 ไตรมาสแรกตัวเลขการส่งออกติดลบ แต่ไตรมาสสุดท้ายของปีตัวเลขส่งออกจะกลับมาเป็นบวก 7%

 "จากแนวโน้มการส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าตัวเลขการส่งออกในปี 2553 น่าจะมีอัตราขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10-15% หรือคิดเป็นมูลค่าเกือบ 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยยังเชื่อมั่นสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมหลายรายการของไทยยังเป็นที่ต้องการของประเทศคู่ค้า" นางพรทิวากล่าว

 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ส่งออกหลายกลุ่มเป็นห่วงว่าอาจจะเป็นปัจจัยกระทบต่อภาคการส่งออก ได้แก่ ความไม่ชัดเจนและนโยบายด้านการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการลงทุนในมาบตาพุด ปัญหาการเมือง ซึ่งหากการเมืองไม่เกิดความวุ่นวายก็จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกมากนัก รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน โดยผู้ส่งออกไม่อยากให้ค่าเงินบาทสูงกว่าค่าเงินในภูมิภาค เฉลี่ยอยากให้อยู่ในระดับ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และในปีหน้าภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียน กรมส่งเสริมการส่งออกประเมินว่า การส่งออกในตลาดอาเซียนจะขยายตัวระหว่าง 15-20% โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่จะเติบโตถึง 1 ล้านล้านบาท