
เล็งเอาผิดรพ.ปล่อย แมทธิว กลับบ้านไม่รายงาน(ฉบับเต็ม)
สธ.เล็งเอาผิด รพ.ปล่อย "แมทธิว" กลับบ้านไม่รายงาน กรมควบคุมโรค ชี้โทษ จำคุกและปรับ เผยผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 7 ราย รอวินิจฉัยอีก 36 ราย เผย ผู้ป่วยดารา เป็นเคส 82 ชื่นชมกล้าบอกข้อมูล เตือนใครใกล้ชิด 11-13 มี.ค. พบแพทย์ ชี้ เสี่ยงติดสูง ยัน ผู้ป่วยรักษาฟรี
14 มี.ค.2563-ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพิ่ม 7 ราย รายแรกเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ป่วยสังสรรค์ในผับที่ประกาศพบ 11 คนก่อนหน้านี้ หญิงไทยอายุ 63 ปี เป็นมารดาของคนป่วยกลุ่มก้อนนี้ นับเป็นรายที่ 76
รายที่ 2-5 เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน โดยมีหญิงไทยอายุ 57 ปี กลับจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 มี.ค. มีไข้ ไอ มีเสมหะ นับเป็นผู้ป่วยลำดับที่ 77 รายต่อมาเป็นหญิงอายุ 30 ปี เป็นลูกสาวผู้ป่วยลำดับที่ 77 โดยมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท ให้ประวัติว่ามีเพื่อนเดินทางมาจากเกาหลีใต้ เริ่มป่วยวันที่ 9 มี.ค.ด้วยอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 78 รายต่อมา เป็นสามีผู้ป่วยลำดับที่ 78 เป็นชาวญี่ปุ่นอายุ 33 ปี เริ่มป่วยวันที่ 9 มี.ค. ด้วยอาการไข้ ไอ มีเสมหะ นับเป็นผู้ป่วยลำดับที่ 79 และผู้ป่วยรายต่อมาเป็นเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ เริ่มป่วยวันที่ 9 มี.ค. ด้วยอาการไข้ ไอ มีเสมหะ นับเป็นผู้ป่วยรายลำดับที่ 80
ส่วนผู้ป่วยลำดับที่ 81 เป็นนักเรียนหญิงอายุ 20 ปี เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ต่อมาวันที่ วันที่ 27 ก.พ. เริ่มป่วยด้วยอาการไข้ ไอ หายใจเหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ มีเสมหะ รักษาตัวที่บ้านไม่ดีขึ้น จึงเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชนเมื่อวันที่ 11 มี.ค. และผู้ป่วยลำดับที่ 82 คือนักแสดงชายไทย อายุ 41 ปี มีค่ายมวย เริ่มป่วยวันที่ 11 มี.ค. ด้วยอาการไข้ ไอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีประวัติมีเพื่อนเดินทางมาจากต่างประเทศ รักษาตัวอยู่รพ.ราชวิถี
จากการติดตามผู้สัมผัสเสียงสูงในกลุ่มก้อนเหล่านี้มีผู้เข้าเกณฑ์ต้องสอบสวนโรค 36 ราย และตามผู้ใกล้ชิดอีกราวๆ 100 ราย โดยสรุปประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 82 ราย ผู้ป่วยหนัก 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย รักษาหายแล้ว35 ราย ยังรักษาอยู่ใน รพ. 46 ราย ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวัง 5,713 ราย ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 4,014 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในรพ. 1,699 ราย ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าประเทศไทยตรวจน้อยเลยเจอผู้ป่วยน้อยนั้นขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะประเทศไทยตรวจมากกว่าสหรัฐอเมริกา 20 เท่า และมากกว่าอีกหลายประเทศ หลายเท่า
"จากบทเรียนที่ได้พบว่าประวัติกลับจากต่างประเทศ ทำงานใกล้ชิดคนต่างชาติ ส่วนพื้นที่เป็นกรุงเทพในที่เจริญ แถวฝั่งตะวันออกของกรุงเทพเป็นส่วนใหญ่ หรือหมู่บ้านที่มีคนต่างชาติ เมื่อกลับมาแล้วมีพฤติกรรมไปสังสรรค์กับคนใกล้ชิด คนในครอบครัว โดยไม่ได้ระวังตัวเอง ทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นกลุ่ม เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่อยากบอกประเทศเสี่ยงแล้ว แต่ถ้ากลับจากต่างประเทศไม่ว่าจะยุโรป อเมริกา เอเชีย หรือที่ไหนก็อย่าประมาท ขอให้แยกตัว 14 วัน งดสังคม แยกข้าวของเครื่องใช้ ไม่ออกไปที่มีคนหนาแน่น หากมีไข้ ทางเดินหายใจ ปวดเมื่อยให้รีบไปพบแพทย์" นพ.สุขุม กล่าว และว่า โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย สบส.ประกาศเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ถ้าผลเป็นบวกการรักษาได้ทุกรพ.ไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า ระยะเวลาที่จะมีความเสี่ยงสำหรับคนอื่น คือเมื่อคนป่วยเริ่มมีอาการ สำหรับคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยลำดับที่ 82 เริ่มป่วย 11 มี.ค. ดังนั้น ตั้งแต่ 11-13 ขอให้ระวังและแยกตัวจากคนอื่น แยกของใช้ ยกเว้นคนมีไข้ ทางเดินหายให้มาพบแพทย์ มีบางส่วนที่เข้ามาขอตรวจ ซึ่งยังไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากติดเชื้อจะมีระยะประมาณ 5-7 วัน ดังนั้นแม้ตรวจครั้งแรกไม่พบก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ติดเชื้อ เพราะต้องติดตาม 14 วัน ขณะนี้ กำลังรวบรวมรายชื่อ ส่วนใครสัมผัสก่อนวันที่ 11 มี.ค. ค่อนข้างปลอดภัย
เมื่อถามว่ากรณีของดาราที่ป่วยนั้นมีการให้ข้อมูลว่าตรวจแล้วแพทย์ให้กลับมาที่บ้านถือว่าขัดแย้งกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ นพ.สุขุม กล่าวว่า ต้องตรวจสอบว่ารพ.นั้นเป็นไปตามมาตรฐานสถานพยาบาลหรือไม่ เพราะมีการอบรมซักซ้อมความเข้าใจแล้ว ถ้ามีไข้ ป่วย สงสัยถึงส่งตรวจแล้วมีผลตรวจยืนยัน กลับไม่ดูแลผู้ป่วยก็ต้องมาดำเนินการ
นพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า มีการประกาศให้ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ผู้ป่วยฉุกเฉิน ทุกรพ.ต้องรับเข้าสู่การดูแลตามระบบ ยกเว้นเกินศักยภาพต้องประสานกรมควบคุมโรคในการรับส่งต่อ ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงเข้าเกณฑ์ จะเข้ากลไกการจ่ายค่ารักษาให้ แต่ถ้าแค่กังวล แล้วไปขอตรวจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ทั้งนี้ ตามกฎหมายเมื่อผู้ป่วยเข้ามาสถานพยาบาลต้องซักประวัติที่จุดคัดกรอง แล้วแยกไปที่ห้องแยกโรค จากนั้นต้องแจ้งกรมควบคุมโรคภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อรหัสการส่งแล็บเพื่อตรวจหาเชื้อ โดยตลอดเวลาที่ทำกระบวนการเหล่านี้ผู้ป่วยต้องอยู่ที่รพ. กลับบ้านไม่ได้ จนกว่าผลจะออกมาเป็นลบ หากปล่อยปละ ละเลย ให้คนไข้กลับบ้าน ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะมีโทษทั้งจำ และปรับ
ทั้งนี้ หากออกแลบมาว่าเป็นลบ แพทย์จะรักษาอาการป่วยที่เป็นอยู่ และเมื่อกลับบ้านแล้วจะให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติตัว ส่วนถ้าผลออกมาเป็นบวก จะต้องตรวจยืนยันเพิ่มอีก 2 แลบ เมื่อผลตรวจยืนยันว่าเป็นบวกตรงกัน รพ.ต้องเก็บประวัติคนไข้ และคนที่เกี่ยวข้อง แจ้งผู้เชี่ยวชาญกรมควบคุมโรคเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ควบคุมโรคต่อไป
ขณะที่ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับการแจ้งหรือการรายงานโรคของสถานพยาบาลและห้องปฏิบัติการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กำหนดให้รพ.ที่ให้การดูแลผู้ป่วยแค่สงสัยก็จะต้องรายงานมาที่กรมควบคุมโรคภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งกรมได้พยายามกำชับรพ.ทุกแห่ง ทั้งรพ.รัฐและเอกชน หากรพ.ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทางกรมควบคุมโรคก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไป
กรณีนี้จะต้องรายงาน 2 ส่วน คือ 1.รพ. แค่สงสัยแค่คิดที่จะตรวจตัวอย่างก็ต้องแจ้งภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งกรมควบคุมโรคจะไปดำเนินการกับรพ.ที่ไม่ได้แจ้งต่อไป และ2.ห้องปฏิบัติการที่รับตัวอย่างมาตรวจก็จะต้องแจ้งกรมควบคุมโรคภายใน 3 ชั่วโมง เช่นกัน ดังนั้นในระยะแรกเราได้พยายามกำชับ ทั้งรพ.และห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจได้ และระยะต่อไปจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดหากที่ใดรับตรวจแล้วไปรายงานมาที่กรมควบคุมโรค เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้เราสามารถติดตามผู้ป่วยและสถานการณ์ได้รวดเร็วเป็นจริงตามสถานการณ์รายวัน



