ข่าว

จับหลานแสบ...ฆ่ายึดวินสองแถวคู่แข่ง-ยิงป้าสาหัส

จับหลานแสบ...ฆ่ายึดวินสองแถวคู่แข่ง-ยิงป้าสาหัส

22 ธ.ค. 2552

ในที่สุดตำรวจปทุมธานีก็สามารถคลี่คลายคดีฆาตกรรมคนขับรถสองแถว 2 คน 2 คดี และพยายามฆ่าเจ้าของรถครั้งแล้วครั้งเล่า จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แท้ที่จริงไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นหลานชายแท้ๆ ที่เธอเลี้ยงดูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก !?!

 2 ทุ่ม 50 นาที วันที่ 16 กันยายน 2551 "บัณฑิต มีสี" คนขับรถสองแถววัย 25 ปี ถูกคนร้ายดักยิงขณะขับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน นค 3590 ปทุมธานี เสียชีวิตบนถนนในหมู่บ้านคันทรีปาร์ค โครงการ 14-15 หมู่ 3 ต.บางโพธิ์เหนือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี 

 ระหว่างที่ตำรวจกำลังสืบหาตัวมือปืนอยู่นั้นก็เกิดเหตุคนร้ายดักยิง "ทิสากร รื่นพิทักษ์" 4 นัดซ้อน ขณะขับรถสองแถวคันเดียวกันกับบัณฑิต ในหมู่บ้านคันทรีปาร์ค 14 ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระสุนฝังใน เหตุเกิดตอนตี 4 กับอีก 50 นาที วันที่ 6 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน

 น่าสนใจว่า ทั้งสองคดีน่าจะเกี่ยวพันกัน เนื่องจากทิสากรเป็นเจ้าของรถสองแถวคันเกิดเหตุ และให้บัณฑิตเช่าขับทำมาหาเลี้ยงชีพก่อนจะมาถูกยิง ทิสากรจึงต้องออกมาทำหน้าที่โชเฟอร์ด้วยตัวเองและมาถูกยิง !?!

 เรื่องร้ายๆ ดูเหมือนจะค่อยๆ จางหายไป แต่แล้ว 5 เดือนต่อมา วันที่ 6 เมษายน 2552 เวลา 4 ทุ่ม มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านทิสากรอีกครั้ง ระหว่างการสืบสวนคลี่คลายคดีจู่ๆ ก็เกิดเหตุฆาตกรรมคนขับรถสองแถวอีกคดี เมื่อเวลา 2 ทุ่ม 20 นาที วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา คนร้ายดักยิง "ปัญญา บุญปลอด" เสียชีวิตคารถสองแถวยี่ห้อนิสสัน สีขาว ทะเบียน นค 4245 ปทุมธานี ภายในซอยสวนผัก หมู่ 4 ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ไปอีกราย

 จากนั้น 2 วันให้หลังก็มีคนร้ายยิงปืนใส่บ้านทิสากร เธอนำหัวกระสุนที่ฝังอยู่ในทีวีไปแจ้งความต่อตำรวจเปรียบเทียบแล้วมาจากปืนกระบอกเดียวกันกับที่ใช้ยิงเธอกับบัณฑิต

 กระทั่ง พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ให้ความสนใจเข้ามาตรวจสอบ พร้อมสั่งให้ พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สืบสวนหาตัวคนร้ายโดยตั้งประเด็นการสอบสวนน่าจะเกี่ยวพันกับเส้นทางของรถสองแถว ซึ่งมีอยู่เพียง 2 คัน คือ ของผู้เสียหาย ส่วนอีกคันเจ้าของชื่อ นายอนุวัฒน์ จั่นจำรูญ อายุ 23 ปี เป็นหลานแท้ๆ ของนางทิสากร ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เนื่องจากมีข้อมูลว่านายอนุวัฒน์พยายามจะยึดวินสองแถวเพื่อผูกขาดรับผู้โดยสารในย่านดังกล่าว

 จากรวบรวมหลักฐานที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบสวนพยานแวดล้อมจนทราบกลุ่มมือปืน จึงขอหมายศาลจังหวัดปทุมธานีจับกุมมือปืนและคนขี่รถจักรยานยนต์ ประกอบด้วย นายอานุรักษ์ พิมพ์หอม หรือหนุ่ม อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/226 หมู่ 2 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนนายอนุวัฒน์เป็นคนยิงนายปัญญาเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีนายเอกชัย ชูแก้ว หรือบอม ซึ่งเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างมือปืนกับคนขี่รถจักรยานยนต์พาหลบหนี

 เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โซนิค สีแดงดำ ทะเบียน คจฉ 814 ชลบุรี ซึ่งนายอานุรักษ์ใช้ในการหลบหนีพร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม.

 ส่วนนายอนุวัฒน์ จั่นจำรูญ หรือโอ๊ท อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/362 หมู่ 4 ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ถูกจับกุมบริเวณปากซอยกำนันวิรัตน์ ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว โดยตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

 จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า นายเอกชัย และนายอนุวัฒน์ เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้อีก 3 คดี คือ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2551 เวลาประมาณ 20.50 น. ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด .32 ยิงนายบัณฑิต ในหมู่บ้านคันทรีพาร์ค โครงการ 14-15 หมู่ 3 ต.บางโพธิ์เหนือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีนายอนุวัฒน์ เป็นมือปืน ส่วนนายเอกชัย เป็นคนขับรถ ส่วนคดียิงนางทิสากร ขณะขับรถรับส่งผู้โดยสารในหมู่บ้านคันทรีปาร์ค ได้รับบาดเจ็บ มีนายใหม่ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) เป็นมือปืน และนายยุทธกร ผลจันทร์หลาก หรือป๊อป เป็นคนขับรถ

 ด้าน พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 กล่าวว่า คดียิงนายปัญญาถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ มีการกระทำผิดต่อเนื่อง โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และท้าทายอำนาจรัฐ ประกอบกับกลุ่มผู้ต้องหาเป็นแก๊งเด็กวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมก่อคดีในลักษณะที่รุนแรง เป็นภัยต่อสังคม

 หลังจากการแถลงข่าวเสร็จ นายอนุวัฒน์ ผู้ต้องหา ได้ขอขมานางทิสากร ซึ่งเป็นป้าแท้ๆ โดยให้อภัยหลานที่มาก่อเหตุยิงจนได้รับบาดเจ็บ

 อนันต์ วิจิตรประชา