
หนีโทษ-หอบขุมทรัพย์...เผ่นเขมรปฏิบัติการชิงตัว"แก๊งหมูสกปรก"
การกระชากหน้ากากแก๊ง "หมูสกปรก" มิจฉาชีพไฮโซ ที่ลักลอบเข้าไปลักทรัพย์ในหมู่บ้านคนรวยเมื่อต้นปี 2552 แม้จะสามารถจับกุมได้ยกแก๊ง แต่ว่ากันว่าทรัพย์สินของกลางอีกจำนวนไม่น้อยยังถูกซุกซ่อนไว้อย่างดี ตำรวจติดตามตรวจยึดมาได้แค่บางส่วน และเป็นส่วนที่อาจจะเรียกว่า
แก๊งหมูสกปรกมี "ณัฐ ชาหอม" วัย 30 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง "หทัย ไชยวัณณ์" นักแข่งรถชื่อดัง วัย 38 ปี เจ้าของฉายา "หมูสกปรก" "พีรวัตร ตะวันธรงค์" อายุ 23 ปี "กีรติ กุมพล" อายุ 30 ปี และ "สุภัทร เนินวิเชียร" วัย 29 ปี ทั้งหมดมักจะเลือกหมู่บ้านโครงการใหญ่ๆ ของคนรวยๆ ในการลงมือ เช่น หมู่บ้านธารารมณ์ หมู่บ้านนวธานี และหมู่บ้านนันทวัน เป็นต้น
โดยเฉพาะครั้งหลังสุดลงมือเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2551 เข้าไปลักทรัพย์ในบ้านเลขที่ 39/2 หมู่บ้านธารารมณ์ ซอย 2 แยก 9 ซอยรามคำแหง 9 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ได้เงินไปทั้งสิ้น 200 ล้านบาท ก่อนจะมาถูกจับกุมเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2552 !?!
ระหว่างการพิจารณาคดีทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทำให้ณัฐและสุภัทรได้รู้จักกับ "ชัชวาล โง้วกิมเซ้ง" อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่มีคดีติดตัวมากมาย ทั้งคดีฉ้อโกงทรัพย์ท้องที่ สน.บางพลัด และ สน.ทุ่งมหาเมฆ คดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนท้องที่ สน.พระโขนง และคดีลักรถที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเพิ่งได้รับการประกันตัวในชั้นศาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
กระทั่ง 8 โมงครึ่ง วันที่ 21 ธันวาคม 2552 ก็เกิดปฏิบัติการชิงตัวนักโทษ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ณัฐกับสุภัทร ด้วยฝีมือของชัชวาล ที่นัดแนะกันไว้ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากการวางแผนร่วมกันระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ แม้จะต้องคดีลักทรัพย์ แต่ก็เกิดขึ้นหลายกรรมหลายวาระ อาจจะถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต กับทรัพย์สินที่ได้จากการลักทรัพย์ที่เก็บซุกซ่อนไว้มีจำนวนมากพอช่วยให้หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศได้สบายๆ จึงสมคบคิดกันหลบหนี
อย่างไรก็ดี ณัฐให้การต่อเจ้าหน้าที่ภายหลังหลบหนีไม่สำเร็จ โดยอ้างว่า ตัวเขากับสุภัทรมาขึ้นศาลจังหวัดตลิ่งชันหลายครั้ง จนรู้ว่ารถขนผู้ต้องขังจะจอดที่หน้าศาล แล้วเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะคุมตัวผู้ต้องหาไปที่ห้องควบคุมชั้นล่าง จึงอาศัยจังหวะนี้ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย แล้วจะอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปขึ้นรถที่ชัชวาลเตรียมมารับ
แผนการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายของพวกเขาง่ายๆ คือ ใช้หลอดยาดม ตลับยาหม่อง พันด้วยเทปและสายไฟ ทำเหมือนเป็นวัตถุระเบิด พอก้าวลงจากรถก็ขว้างออกไป พร้อมกับตะโกนว่า "ระเบิด ระเบิด ระเบิด" เพื่อให้เกิดความชุลมุน แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตั้งสติได้ เมื่อรู้ว่าเป็นระเบิดปลอมจึงตามตะครุบตัวณัฐกับสุภัทรเอาไว้ได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และตำรวจกำลังสอบสวนว่า ผู้ต้องหานำวัตถุเหล่านี้มาจากไหนและด้วยวิธีใด
ส่วนรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีเขียว ทะเบียน ทะเบียน ภก 3598 กรุงเทพมหานคร ที่ชัชวาลนำมาใช้ในปฏิบัติการชิงตัวผู้ต้องหานั้น แรกๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่าเป็นของ "สัมฤทธิ์ ลอยบุญ" พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต หลังเกิดเหตุตรวจสอบกลับไปที่ทำงานก็พบว่าเขายังคงทำงานอยู่ตามปกติ เมื่อตรวจสอบประวัติต่างๆ แล้วไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง และได้รับคำตอบเกี่ยวกับรถคันดังกล่าวว่าถูกยึดไปตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา
รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน ภก 3598 กรุงเทพมหานคร ถูกบริษัท สหการประมูล ยึดไว้ และปัจจุบันก็ยังจอดอยู่ที่บริษัท ที่สำคัญคือเป็นรถสี "น้ำตาล" ?!!
เมื่อตรวจสอบหมายเลขเครื่องและหมายเลขตัวถังก็พบว่า ตรงกันทั้งสองคัน ยกเว้นสีเท่านั้นที่แตกต่างกัน ในจุดนี้ตำรวจเชื่อว่าน่าจะเป็นการโคลนนิ่งรถ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า แก๊งหมูสกปรกนั้น ทำอู่ซ่อมรถด้วย จึงน่าจะทำปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อใช้ก่อเหตุโดยเฉพาะ
ยังดีที่ปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่เช่นนั้น ทั้งณัฐ สุภัทร และชัชวาล อาจจะหลบหนีไปเสวยสุขอยู่กับเงินก้อนโตที่เก็บซ่อนเอาไว้ ณ ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินกว่าประเทศกัมพูชา ที่กำลังมีปัญหาอยู่กับไทยก็เป็นได้ !?!



