ข่าว

จีนประกาศสิ้นสุดจุด'พีค'โควิด-19

จีนประกาศสิ้นสุดจุด'พีค'โควิด-19

13 มี.ค. 2563

โฆษกแดนมังกรประกาศ "จุดสูงสุด" แพร่ระบาด "โควิด-19" ในจีนสิ้นสุดลงแล้ว ด้าน "องค์การอนามัยโลก" ยกระดับระบาดใหญ่ของโลก "ทอม แฮงค์-ภรรยา" ติดเชื้อที่ออสเตรเลีย

          เมื่อวันที่ 12 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายหมี่ เฟิง โฆษกคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ของจีน แถลงข่าวในกรุงปักกิ่งว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในภาพรวมทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางและศูนย์กลางการระบาดของโรค ได้ปรับลดสู่ระดับเลขหลักเดียว โดยมีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพียง 8 รายในวันที่ 11 มีนาคม ขณะเดียวกันไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ในเมืองอื่นๆ ของหูเป่ยติดต่อกันครบสัปดาห์แล้ว โดยจีนแผ่นดินใหญ่ ยกเว้นมณฑลหูเป่ย ตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่เพียง 7 ราย โดยผู้ป่วย 6 รายเป็นผู้ป่วยที่มาจากนอกประเทศ ทั้งนี้การรักษาผู้ป่วยเป็นพันธกิจสำคัญสูงสุด พร้อมแสดงคำมั่นว่าไม่มีการผ่อนปรนหรือลดละความพยายามในการป้องกันและควบคุมโรคระบาด 

 

 

 

          ขณะที่ องค์การอนามัยโลก(ฮู) ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 จากโรคระบาด (Epidemic) เป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ของโลก (pandemic) อย่างเป็นทางการ ตามความหมายขององค์การอนามัยโลก คำว่า แพนเดมิก คือเชื้อโรคใหม่ที่ระบาดไปทั่วโลกที่ทำให้อัตราการป่วยและเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งล่าสุดโควิด-19 ได้แพร่ระบาดลุกลามไปแล้วใน 118 ประเทศทั่วโลก โดยปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อไวรัสมากกว่า 121,000 คน อีกทั้งยังคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 4,300 คน ทั้งนี้ การประกาศภาวะโรคระบาดของโลกมีหลักการเบื้องต้นอยู่ 3 ประการ คือ 1.โรคสามารถก่อให้เกิดอาการป่วยจนถึงเสียชีวิต 2.มีการติดต่อระหว่างคนสู่คน 3.การแพร่ระบาดลุกลามไปทั่วโลก

          ด้าน “ทอม แฮงค์” ดาราฮอลลีวู้ดวัย 63 ปี ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เขากับภรรยา คือ ริต้า วิลสัน ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่เกี่ยวกับชีวิตของเอลวิส เพรสลีย์ อยู่ที่ออสเตรเลีย สำหรับแถลงการณ์ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมระบุว่า “สวัสดีครับทุกคน ริต้ากับผม เดินทางมาที่ออสเตรเลีย เรารู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย มีอาการเหมือนเป็นไข้และปวดตามร่างกาย และมีช่วงหนึ่งที่ริต้า มีอาการหนาวสั่น มีไข้เล็กน้อย เพื่อความถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกต้องการ เราจึงไปพบแพทย์เพื่อตรวจไวรัสโคโรนา และผลการตรวจออกมาเป็นบวก สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือการปฏิบัติตามขั้นตอนทางการแพทย์ นั่นก็คือพวกเราจะเข้ารับการทดสอบ สังเกตการณ์ และแยกกักกันโรค หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป และขอให้ทุกคนดูแลตัวเองด้วย”

 

 

 

          มีรายงานแจ้งว่า นายฟรองค์ รีสเตอร์ รัฐมนตรีวัฒนธรรมของฝรั่งเศส ได้รับการยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และกักตัวที่บ้านเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ โดยเริ่มมีอาการป่วยหลังจากใช้เวลา 2-3 วัน ในสัปดาห์ที่แล้ว ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีผู้ติดเชื้อไวรัสที่สภาก่อนแล้ว 5 คน ได้แก่ สมาชิกรัฐสภา 4 คน ซึ่งคนหนึ่งต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูและอาการทรงตัว อีกคนออกจากโรงพยาบาลแล้ว อีกคนกักตัวอยู่ที่บ้าน นอกจากนี้ พนักงานของร้านอาหารในรัฐสภา มีอาการป่วยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ปัจจุบันฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีการติดเชื้อไวรัสมากเป็นอันดับสองในยุโรปรองจากอิตาลี โดยมีผู้ติดเชื้อ 2,284 คน และผู้เสียชีวิต 48 คน

          ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ แถลงผ่านโทรทัศน์ทั่วประเทศในคืนวันพุธ (11 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ระงับการเดินทางจากยุโรป เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่โดยให้มีผลในเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ (13 มี.ค.) ที่จะถึงนี้ และจะคงมาตรการนี้ไว้เป็นเวลา 30 วัน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ กล่าวว่า มาตรการล่าสุดนี้จะมีผลบังคับใช้สำหรับการเดินทางจากประเทศในภูมิภาคยุโรป ยกเว้นสหราชอาณาจักร ขณะที่พลเมืองชาวอเมริกัน ที่เดินทางมาจากยุโรปจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองด้วย 

          การเคลื่อนไหวนี้ของทางการสหรัฐมีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐประกาศจำกัดเที่ยวบินจากประเทศจีนและอิหร่านไปแล้ว ผู้นำสหรัฐยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะพิจารณาปรับเปลี่ยนมาตรการจำกัดการเดินทางดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้มีข้อมูลล่าสุดระบุตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหรัฐว่ามีจำนวนกว่า 1,200 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 36 คน

          ขณะเดียวกัน มิวเรียล เบาเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ประกาศภาวะฉุกเฉินและสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในกรุงวอชิงตัน เมืองหลวงของสหรัฐ หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 6 รายในวันเดียว เป็น 10 ราย โดยนายกเทศมนตรีเบาเซอร์ กล่าวว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินจะทำให้กรุงวอชิงตันสามารถร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางสหรัฐได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสั่งการเพื่อใช้มาตรการควบคุมราคาสินค้าและการกักตัวเพื่อดูอาการด้วย ทั้งนี้คำประกาศนี้มีขึ้นหลังจากพบว่ามีผู้ที่ติดเชื้อในกรุงวอชิงตันโดยที่ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศหรือพื้นที่เสี่ยง

 

 

 

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขสเปน แจ้งว่ายอดผู้ติดเชื้อในสเปนเพิ่มขึ้นทะลุ 2,000 รายแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 47 ราย ทำให้สเปนกลายเป็นประเทศที่มีสถานการณ์ร้ายแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในยุโรปรองจากประเทศอิตาลี สั่งให้ปิดโรงเรียนทั้งหมดในกรุงมาดริดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และมีการฉีดฆ่าเชื้อในระบบขนส่งสาธารณะในกรุงมาดริดทุกวัน และสั่งห้ามเที่ยวบินทั้งหมดที่มาจากประเทศอิตาลี

          มีรายงานข่าวจากกลุ่มเซ็นทรัล แจ้งว่า ได้สั่งปิดให้บริการ “ห้างรีนาเชนเต” ทั้งหมด 9 สาขา ใน 8 เมือง ในประเทศอิตาลี เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า คาดว่าจะเปิดบริการอีกครั้งราววันที่ 3 เมษายน หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคเกาหลีใต้ (KCDC) สรุปตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 7,869 คน เสียชีวิต 66 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งแกะรอยและสกัดการแพร่เชื้อแบบกลุ่ม หลังพบการระบาดภายในศูนย์คอลเซ็นเตอร์แห่งหนึ่งในกรุงโซล ทั้งนี้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันในเกาหลีใต้เคยพุ่งสูงถึง 909 คน ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ดังนั้นแนวโน้มการแพร่ระบาดปัจจุบันจึงถือว่าชะลอตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ดี ทางการเกาหลีใต้เตือนว่าระยะเวลาไม่กี่วันข้างหน้าถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการต่อสู้เชื้อไวรัส และรัฐบาลจะทุ่มสรรพกำลังเป็น 2 เท่าเพื่อยับยั้งการระบาดจากผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่

          มีรายงานว่า นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซีย เปิดตัวกองทุนพิเศษเพื่อช่วยบรรเทาภาระของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเปิดรับเงินบริจาคเงินจากประชาชนซึ่งรัฐบาลประเดิมบริจาค 1 ล้านริงกิต หรือกว่า 7,449,000 บาท ให้กองทุนดังกล่าวสำหรับยอดผู้ติดเชื้อในมาเลเซียสูงขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วถึง 3 เท่า โดยอยู่ที่ 149 ราย จากสัปดาห์ที่แล้วมีเพียงกว่า 50 ราย โดยสถานการณ์ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วงเทียบเท่ากับสิงคโปร์และยังลามไปถึงบรูไนเพราะพบผู้ติดเชื้อที่มีผลตรวจเป็นบวกเพิ่งเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียที่มีผู้เข้าร่วมนับหมื่นคนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่ารัฐบาลอินเดียประกาศระงับวีซ่าท่องเที่ยวของพลเมืองต่างชาติทุกสัญชาติเพื่อสกัดการระบาดโดยจะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม-15 เมษายน ยกเว้นเฉพาะวีซ่าสำหรับนักการทูตเจ้าหน้าที่สหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ ลูกจ้างและผู้ร่วมโครงการ ส่วนวีซ่าท่องเที่ยวของพลเมืองต่างชาติที่อยู่ในอินเดียแล้วก็จะถูกระงับด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ทุกคนรวมถึงพลเมืองอินเดียซึ่งเดินทางมาจากหรือมีประวัติการเยือนจีน อิตาลี อิหร่าน เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส สเปน และเยอรมนี ย้อนหลังจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ต้องถูกกักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน ขณะเดียวกันยังระงับการออกวีซ่าแก่พลเมืองจากฝรั่งเศส สเปน และเยอรมนี เพิ่มเติมจากที่ระงับการออกวีซ่าแก่พลเมืองจากจีน อิตาลี อิหร่าน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไปก่อนหน้านี้แล้วขณะที่ปัจจุบันอินเดียมีผู้ป่วยจำนวน 62 คน และผู้เสียชีวิต 1 คน