ข่าว

วันเดียว11รายติดโควิดเป็นกลุ่มครั้งแรก

วันเดียว11รายติดโควิดเป็นกลุ่มครั้งแรก

13 มี.ค. 2563

สธ.พบติดเชื้อเป็นกลุ่มครั้งแรกในประเทศ 11 ราย จากการดื่มเหล้า-สูบบุหรี่ร่วมกัน ขณะที่ "เซ็นทรัลเวิลด์-ผับดัง" เร่งทำความสะอาดฆ่าเชื้อเพื่อความปลอดภัย ด้าน "บิ๊กตู่" ถกเลิก "ฟรีวีซ่า-วีโอเอ 18 ประเทศ" สะดุด อธิบดีกรมการกงสุลเผยต้องรอเข้าครม.สัปดาห์หน้า

               เมื่อวันที่ 12 มีนาคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทยว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 11 คน ในกลุ่มสังสรรค์ทั้งหมด 15 คน เบื้องต้นพบว่าหนึ่งคนในกลุ่มสังสรรค์เป็นชาวฮ่องกง ซึ่งมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

               ทั้งนี้ สธ.ได้รับรายงานผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ประวัติว่าเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้พบปะกลุ่มเพื่อนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงที่มาเที่ยวเมืองไทย หลังจากนั้น 4 วันเริ่มป่วยด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ไอ ในขณะที่มีอาการป่วยอยู่นั้นได้นัดสังสรรค์กับเพื่อนสนิทอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 27 และ 29 กุมภาพันธ์ โดยมีพฤติกรรมดื่มสุราแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน หลังจากนั้นวันที่ 4 มีนาคม ผู้ร่วมสังสรรค์เริ่มทยอยป่วย 7 คนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยตรวจพบการติดเชื้อ 11 คนจากทั้งหมด 15 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 6 คน ช่วงอายุ 25-38 ปี ทำให้ผู้ป่วยสะสมในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 70 รายแล้ว

 

 

               “ถือเป็นครั้งแรกในการเจอผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการติดต่อของคนกลุ่มนี้คือการดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน และอยู่ด้วยกันเป็นเวลานานในที่แคบ" นพ.สุขุมกล่าว และว่า ส่วนคนที่เหลือ 4 คนไม่ป่วยและไม่ติดเชื้อ เนื่องจากไม่ได้ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ร่วมกับกลุ่มเพื่อน ด้าน สธ.ได้ติดตามครอบครัวและเพื่อนที่ไม่ได้ร่วมกลุ่มสังสรรค์เบื้องต้น 70 คน ผลการตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อจึงไม่พบหลักฐานว่าเกิดซูเปอร์สเปรดเดอร์เนื่องจากเป็นการติดเชื้อในกลุ่มเพื่อนสนิทที่ร่วมวงสังสรรค์ยังไม่ออกนอกกลุ่ม ทั้งนี้การพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญ เพราะหากป่วยแล้วไม่กักตัวจะส่งผลกระทบต่อคนใกล้ชิดและครอบครัว ทำให้เสี่ยงติดเชื้อ รวมถึงการไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่นในช่วงที่มีโรคระบาดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของผู้อื่นและสังคม ซึ่งจะช่วยป้องกันและชะลอการเข้าสู่ระยะ 3 ของการแพร่ระบาดได้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไทยยังอยู่ในระยะ 2 ของการระบาด

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้โพสต์ข้อมูลกลุ่มผู้ติดเชื้อทั้ง 11 คน ซึ่งไปกินดื่มสังสรรค์ในผับย่านทองหล่อและภายในร้านในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ 

               มีรายงานว่า โลกออนไลน์ได้เผยแพร่แชทในกลุ่มเพื่อนและคนรู้จักของ 11 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ไปเที่ยวร้านผับและห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยต่างซักถามและคุยกันว่าไปหลายสถานที่ซึ่งอาจมีความเสี่ยงกระจายเชื้อ แต่ในส่วนเซ็นทรัลเวิลด์และย่านทองหล่อไม่ได้เข้าไปใช้บริการ

               กระทั่งต่อมาร้านชงเจริญ กรู๊ฟ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Chongjaroen Groove ออกแถลงการณ์ว่า “จากที่มีข่าวโดยมีการกล่าวอ้างถึงร้านชงเจริญ​และร้านค้าที่ให้บริการลักษณะเดียวกันในพื้นที่ต่างๆ​ ทางร้านกำลังตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของแหล่งข่าว ความน่าเชื่อถือและ​บุคคลที่ถูกกล่าวถึงว่ามีตัวตนจิงหรือไม่อยู่นะคะ....ปัจจุบัน​ทางร้านป้องกันคัดกรอง​ผู้ใช้บริการ​เบื้องต้น​มาสักระยะนึงแล้ว ทั้งวัดไข้​ด้วยเครื่องวัด​อุณหภูมิ ทำความสะอาดภายในร้านและกว่า 50% เป็นลูกค้าที่จองเข้ามาก่อนเข้าใช้บริการ ทางร้านจึงพอ​ทราบข้อมูลเบื้องต้น​ทั้งชื่อ​และ​เบอร์ติดต่อ​ของผู้ใช้บริการมากว่า 50% แต่เพื่อประโยชน์ของคนหมู่มาก ขอความร่วมมือจากคุณลูกค้าที่มีความเสี่ยง​หรือไม่แน่ใจให้งด​ใช้บริการที่ร้านจนกว่าจะพ้นระยะ​ฟักตัวของโรคหรือผ่านการตรวจมาแล้วก่อนนะคะ”

               ทั้งนี้เพจยังระบุอีกว่า เนื่องจากมีกระแสข่าวเกี่ยวกับโควิด-19 กับ CTW, และ Groove จึงออกมาตรการฉุกเฉินเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยและเพื่อความเชื่อมั่น ความไว้วางใจของผู้ใช้บริการร้านค้าทั้งหมด มีมติให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในทันที ด้วยการหยุดให้บริการทุกร้านอย่างเร่งด่วน 11 มี.ค. 23.00 น. CTW., Groove, และชงเจริญ กรู๊ฟ

               ขณะเดียวกันเซ็นทรัลเวิลด์ออกแถลงการณ์ว่าจากการพูดถึงในโซเชียลมีเดียกรณีมีกลุ่มผู้ติดเชื้อเดินทางมาที่โซน Groove ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์นั้น ทางศูนย์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับร้านชงเจริญ สรุปว่าทางร้านได้สอบถามกับหนึ่งในผู้ที่ติดเชื้อและได้รับการยืนยันว่าทุกคนในกลุ่มไม่ได้มีใครมาที่โซน Groove เซ็นทรัลเวิลด์ ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม ขณะที่รอข้อมูลการตรวจสอบ ในคืนวันที่ 11 มีนาคม เซ็นทรัลเวิลด์ได้ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทันทีที่ทราบข่าว และในวันนี้(12มี.ค.)จะดำเนินการป้องกันเพิ่มเติม ดังนี้ 1.ร้านชงเจริญปิดให้บริการ 1 วันในวันนี้ (12 มี.ค.) เพื่อฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออีกครั้งจากที่ฉีดพ่นไปแล้วเมื่อคืน 2.ทางศูนย์จะทำการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วทั้งโซน Groove รวมไปถึงอาคารสำนักงานบริเวณล็อบบี้ ชั้น 1 และชั้น 3 และที่จอดรถใต้ดิน ภายในคืนนี้อีกครั้งจากที่ฉีดพ่นไปแล้วเมื่อคืน และ 3.ทุกร้านในโซน Groove ที่ได้ทำความสะอาดครั้งใหญ่เรียบร้อยแล้วเมื่อคืนนี้ จะสามารถเปิดให้บริการตามปกติในวันนี้ ยกเว้นร้านชงเจริญที่จะเปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้(13มี.ค.)

               ส่วนมาตรการเข้มของไทยเพื่อป้องกันการระบาดระยะที่ 3 ภายในประเทศ โดยยกเลิกฟรีวีซ่าของอิตาลี เกาหลีใต้ และฮ่องกง และวีซ่าหน้าด่านอีก 18 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น ล่าสุดยังไม่สามารถประกาศเป็นทางการได้เพราะสะดุดเรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยเช้าวันนี้ (12 มี.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ได้เรียกประชุมโดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือคาดว่าจะเป็นการสรุปความชัดเจนถึงมาตรการยกเลิกการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival (VOA) กับ 18 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจ และการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือฟรีวีซ่าของประเทศมีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เกาหลีใต้ อิตาลี และฮ่องกง ชั่วคราว

               ต่อมา นายชาตรี เปิดเผยภายหลังประชุมว่า มาตรการที่ออกมาของรัฐบาลเมื่อวานนี้ (11 มี.ค.) ขอยืนยันว่าวันนี้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แม้เมื่อวานนี้ในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์จะมีมติออกมาแล้วก็ตาม ยังคงต้องทำตามขั้นตอนก่อน โดยจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 17 มีนาคม โดยเฉพาะประเทศกลุ่ม ผ.30 ซึ่งเป็นมาตรการที่ไทยให้แต่ฝ่ายเดียวเพราะการให้หรือยกเลิกจะสามารถทำได้ทันที เมื่อต้องมีมาตรการคัดกรองโรคอย่างเข้มงวด เช่นเดียวกับ 80 ประเทศที่ทำในลักษณะเดียวกัน ส่วนประเทศที่ยังมีเรื่องความตกลงระหว่างกันนั้นเช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และรัสเซีย ยังคงต้องกลับมาศึกษารายละเอียดขั้นตอนปฏิบัติให้รอบคอบก่อน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะอยู่ในเงื่อนไขการยกเลิกวีซ่าหรือไม่

               ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า นายกฯ เห็นควรให้ยกเลิกไปแล้วเมื่อวานนี้ โดยจะมีผลวันที่ 13 มีนาคม-30 กันยายนนี้ อย่างไรก็ตามไทยไม่ได้ปิดประเทศ

               พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงมาตรการเลิกสถานที่กักกันตัวว่า ไม่แน่ใจว่าการสื่อสารของตนอาจไม่ดีหรือไม่ ที่แถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลสั่งปิดศูนย์กักตัวที่สัตหีบ จ.ชลบุรี วันนี้ขอยืนยันว่าไม่มีการปิดศูนย์ดังกล่าว เพียงแต่มีการปรับมาตรการเฝ้าระวังให้ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงกลับไปเฝ้าระวังอาการอยู่ที่บ้านตามภูมิลำเนา อย่างไรก็ตามถ้าสื่อสารไม่ถูกต้องก็ขอโทษด้วย สำหรับมาตรการควบคุมในภูมิลำเนานั้นมีครอบครัวดูแลโดยกำนันผู้ใหญ่บ้านมีอำนาจดูแลด้วย นอกจากนี้ยังให้บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อเฝ้าระวัง โดยแพทย์มั่นใจว่าแนวทางนี้มีประสิทธิ์ภาพ

               วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยม รพ.ราชวิถี ว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังสามารถควบคุมได้ แม้จะมีการขยายจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ซึ่งหลายกรณีเกิดจากการรวมกลุ่มกันและไม่ระมัดระวังดื่มน้ำในแก้วเดียวกัน ดูดบุหรี่มวนเดียวกัน ดังนั้นช่วงนี้ต้องระมัดระวังทั้งนี้การแก้ปัญหาจะแก้ได้ด้วยความรักความสามัคคี ด้วยการช่วยเหลือ เข้าใจซึ่งกันและกัน อย่านำปัญหาความขัดแย้งมาทำให้บานปลาย

               ทั้งนี้เมื่อเช้าที่ผ่านมาได้ประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลร่วมกับคณะเล็กขอให้ทุกคนสบายใจว่าสิ่งที่เราได้ทำคือการยกเลิกการขอตรวจลงตราวีซ่าเพื่อเข้าประเทศที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (VISA on Arrival หรือ VOA) เป็นมาตรการที่เรามีข้อตกลงในเรื่องของ VOA อย่างเดียว ส่วนประเทศที่เราประกาศให้เป็นเขตติดโรคอันตรายไปก่อนหน้านี้คือ จีน เกาหลี อิหร่าน และอิตาลี จะต้องเข้มงวดตรวจโดยแพทย์ตั้งแต่ต้นทางมาแล้ว และเมื่อถึงสนามบินต้องผ่านการตรวจคัดแยกและดูอาการ ส่วนที่เหลือก็ให้ไปแยกกักตัวที่ภูมิลำเนา ยืนยันว่าตอนนี้เราทำครบทุกระบบ ส่วนหลายคนที่กังวลว่า 18 ประเทศจะช่วยลดกลุ่มคนที่เสี่ยงซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีการยกเลิกเที่ยวบินไปหลายร้อยเที่ยว และคนที่มาประเทศไทยในช่วง 1-2 วันภายหลังประกาศยกเลิก VOA ลดเหลือ 1,000 คน จากวันละ 6,500 คน ซึ่งมาตรการไทยค่อยๆ เข้มข้นตามระดับ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องมีมติสรุปใช้แอพพลิเคชั่นของการท่าอากาศยาน คือ AOT Airports ในการติดตามตัวกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารโดยขั้นตอนนั้นจะให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าว และลงทะเบียนเก็บข้อมูลก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่มีข้อยกเว้นโดยตัวแอพพลิเคชั่นพร้อมเริ่มดำเนินการในวันนี้ (12 มี.ค.) พร้อมกันทุกสนามบินในไทย

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าธนาคารกสิกรไทยได้ประกาศหยุดให้บริการสาขาและศูนย์บริการเดอะวิสดอมในท่าอากาศยาน ระบุว่า ตามที่ตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อ 2 ราย ที่ปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทางธนาคารถือว่าการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในภาวะแพร่กระจายจึงขอประกาศหยุดการให้บริการสาขาและศูนย์บริการเดอะวิสดอมในบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม จนกว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้น ได้แก่ 1.สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2.สาขาอาคารปลอดอากร สุวรรณภูมิ 3.ศูนย์บริการเดอะวิสดอม ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4.สาขาท่าอากาศยานดอนเมือง และ 5.สาขาท่าอากาศยานดอนเมือง 2 และให้พนักงานสาขาดังกล่าวกักตัวเองในที่พักเป็นเวลา 14 วัน

               ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ ออกแถลงการณ์สั่งพนักงานปฏิบัติงานอยู่ที่บ้านเพื่อเฝ้าระวังอาการภายใต้หลักเกณฑ์ 14 วัน หลังพบพนักงานติดเชื้อจากคนในครอบครัวที่ติดมาจากคนในประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยมีพนักงานคนดังกล่าวปฏิบัติงานอยู่ที่ชั้น 26 อาคารแสงทองธานี และเพื่อป้องกันการแพร่กระจายจึงได้ให้เพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวข้องเข้ารับการตรวจแล้ว และให้ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้าน 14 วันเช่นกัน

               วันเดียวกัน กองงานบริหารบุคคล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ออกประกาศว่า เนื่องด้วย ททท.ได้รับแจ้งจากนิติบุคคลอาคารชุด Circle Living Prototype เลขที่ 1545 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. 10400 ว่าพบผู้ติดเชื้อรายที่ 59 เป็นผู้พักอาศัยในอาคารจึงประกาศให้พนักงานและลูกจ้าง ททท. ซึ่งพำนักในอาคารดังกล่าวให้ปฏิบัติงานที่บ้านพัก เป็นเวลา 14 วัน