
นายกฯ"อภิสิทธิ์"ไม่ถือสาเสื้อแดงปาขวด-รองเท้าแตะเข้าใส่
เสื้อแดงกว่า 200 ดักไล่ "อภิสิทธิ์" ขณะลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ท่ามกลางกำลังอารักขาเข้มนับ 1,000 นาย แต่หวิดเอาไม่อยู่ ขวดน้ำ-รองเท้าแตะปลิวว่อน แต่ยังอุตส่าห์อ้อนว่าปู่เป็นเขยลพบุรี "สุเทพ-ชวน" ก็เจอไล่ แดงหวิดปะทะเหลืองที่โคราช
หลังประกาศระดมพลคนเสื้อแดงไว้หลายพันคน พร้อมถุงปลาร้า เพื่อต้อนรับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่ จ.ลพบุรี แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายจริงๆ บรรยากาศมิได้ดุเดือดดังคำประกาศ แต่ทำให้การลงพื้นที่ครั้งแรกของนายกฯ ชุลมุนวุ่นวายไม่น้อย
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 มีนาคม คณะของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงวัดโบสถ์ ต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อปพร. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กว่า 1,000 นาย คอยดูแลรักษาความปลอดภัย โดยมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะของผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ คอยสั่งการการรักษาความปลอดภัย โดยนายกฯ ได้ทักทายประชาชนก่อนจะเข้าไปกราบสักการะร่างหลวงพ่อพริ้ง ที่วิหารหลวงพ่อพริ้ง
จากนั้นนายกฯ ได้กล่าวปราศรัยกับประชาชนว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มาพบกับประชาชน เคยมา จ.ลพบุรี หลายครั้ง แต่หลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ประมาณ 3 เดือน พี่น้องคงทราบว่าปัญหาบ้านเมืองมีมาก จึงไม่ค่อยเดินทางออกต่างจังหวัด แต่ตอนนี้เริ่มมีเวลา นโยบายต่างๆ เริ่มเดินหน้า จึงได้ลงพื้นที่ ซึ่ง จ.ลพบุรี ตนมีความผูกพัน เพราะปู่และพี่น้องปู่ทั้ง 3 คน ล้วนแต่งงานกับสาวลพบุรีทั้งสิ้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า รู้สึกเกรงใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ลพบุรีอย่างมาก เนื่องจากมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยประกาศว่าจะใช้ความรุนแรงปาสิ่งของเข้าใส่ ก็สร้างความหนักใจให้เจ้าหน้าที่ แต่คิดว่าถ้าทำความเข้าใจปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายได้ เพราะตนมาทำงาน ไม่ได้มาคิดทะเลาะกับใคร เข้าใจว่าการเมืองจะบังคับให้คิดเหมือนกันไม่ได้ ความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา ขอให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ขอให้อยู่ในกติกา เพราะตนมาอย่างถูกต้องตามระบบรัฐสภา ที่ ส.ส.ส่วนใหญ่เลือก เชื่อว่าผ่านไปสักระยะสัญญาณต่างๆ คงจะดีขึ้น
ต่อมา เวลา 09.20 น. คณะของนายกฯ เดินทางถึงสถานีอนามัยบ้านดงตาล ต.งิ้วลาย อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อพบปะประชาชน ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุลพบุรี
เสื้อแดงกว่า 200 ฮือไล่นายกฯ
ขณะที่บริเวณถนนด้านหน้าสถานีอนามัยบ้านดงตาลมีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงประมาณ 200 คน ปักหลักตะโกนขับไล่นายกฯ พร้อมตีนตบ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่กว่า 1,000 นาย ซึ่งตั้งแถวป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมข้ามถนนเข้ามาในสถานีอนามัย ทั้งยังนำรถขนผู้ต้องหามาขวางถนน เมื่อนายกฯ มาถึงผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวป้องกันของเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ขบวนรถไม่สามารถเคลื่อนไปได้ นายกฯ จึงลงจากรถ และเดินเข้าไปในสถานีอนามัย โดยผู้ชุมนุมพยายามขว้างขวดน้ำใส่แต่ไม่โดนนายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเกิดเหตุชุลมุนนายกฯ มีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ก็เดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ ก่อนจะรีบเดินขึ้นไปพักบนสถานีอนามัย แต่ผู้ชุมนุมก็ยังพยายามผลักดันเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ามายังสถานีอนามัย และตะโกนขับไล่นายกฯ ตลอดเวลา หลังจากนายกฯ พักประมาณ 20 นาที ก็มาบันทึกเทปรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่บริเวณด้านหลังสถานีอนามัย
จากนั้นเวลา 11.05 น. นายกฯ นั่งรถออกจากสถานีอนามัยบ้านดงตาล เมื่อขบวนรถเคลื่อนฝ่าฝูงชน กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ชุมนุมด้านหน้าสถานีอนามัยได้ปาขวดน้ำพลาสติก ตีนตบ และรองเท้าแตะ ใส่ขบวนรถนายกฯ พร้อมตะโกนขับไล่ตลอดทาง ส่งผลให้คณะของนายกฯ ตัดสินใจยกเลิกภารกิจที่ จ.ลพบุรี ในช่วงบ่ายทั้งหมด และเดินทางกลับ กทม.ทันที
มีรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงดังกล่าวถูกระดมมาจากหลายพื้นที่ ทั้ง จ.ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี สระบุรี ประมาณ 200 คน โดยส่วนใหญ่เป็นมวลชนในสังกัดของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น
"มาร์ค" ไม่ตกใจม็อบ ลงพื้นที่ทำงานต่อ
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงภารกิจการลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ซึ่งมีคนเสื้อแดงมาขับไล่ว่า ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี เข้าใจว่าบังเอิญที่นี่มีนัดประชุมเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เลยมีคนจากทั้งสิงห์บุรีและอยุธยามารวมกัน เมื่อทราบว่าตนมาก็อยากแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ต้องการแสดงออกว่าหวงแหนประชาธิปไตย ก็เปิดโอกาสให้แสดงออก โดยไม่กระทบการทำภารกิจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมอยู่ในกรอบของกฎหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าขณะนี้ทุกอย่างในส่วนของตนที่เข้ามาเรียบร้อยดี ตอนเข้ามาลงรถจากข้างหน้าเลย เพื่อจะได้เห็นว่าเขาชุมนุมกันอยู่ ก็ไม่มีอะไร
เรื่องการปาขวดน้ำใส่นั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมไม่ทราบรายละเอียด เพราะตอนที่เข้ามาไม่มีเหตุการณ์อะไร เขาจะไปขว้างตอนไหนนั้นผมไม่เห็น"
เมื่อถามว่าตกใจหรือไม่ที่กลุ่มเสื้อแดงมาชุมนุมต่อต้าน นายอภิสิทธิ์ตอบว่าไม่ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย ต้องขอบคุณที่ว่าเหตุการณ์ค่อนข้างราบรื่น และบังเอิญทราบจากผู้สื่อข่าวเท่านั้นว่ามีการขว้างขวดน้ำ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
เมื่อถามว่า การพูดคุยกับประชาชนวันนี้ คิดว่าประชาชนเข้าใจนโยบายของรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าดีขึ้นมาก เพราะก่อนหน้านี้ 1-2 สัปดาห์มีความสับสนอยู่มาก แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามีความมั่นใจมากขึ้น เข้าใจขั้นตอนต่างๆ มากขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะตามมา เช่น เรื่องเรียนฟรี ที่จะเริ่มดำเนินการในเดือนพฤษภาคมนี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องเร่งลงพื้นที่ให้มากที่สุด และวันที่ 18 มีนาคม ก็จะเดินหน้ารณรงค์เรื่องปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่องของ กอ.รมน.ที่ตนเป็นประธาน
ตอก "ทักษิณ" ได้เป็นนายกฯ เพราะ ส.ส.เลือก
ผู้สื่อข่าวถามกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ว่า นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ เพราะพันธมิตร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ได้เป็นนายกฯ เพราะ ส.ส.ส่วนใหญ่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเลือกตนเป็นนายกฯ
"พอดีคุณทักษิณไม่ได้อยู่ในประเทศตอนนั้น ผมคิดว่าประชาชนก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บทสัมภาษณ์ล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อนิตยสารไทม์ มีเนื้อหาโจมตีการได้ตำแหน่งนายกฯ ของนายอภิสิทธิ์ว่า ได้เสพสุขเพราะความร่วมมือกันของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกับกองทัพ ทั้งยังชี้แจงจุดยืนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจะขอต่อสู้ทางการเมืองต่อ เนื่องจากถูกรังแกจากฝ่ายตรงข้ามจนส่งผลให้ประเทศไทยไร้ซึ่งหลักนิติรัฐ และกระบวนการประชาธิปไตย ฉะนั้นจึงต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยประชาชนคนไทย โดยเข้าไปแก้ไขปัญหาความวุ่นวาย และสงครามการเมืองในประเทศไทย
ปัดปิดเว็บประชาไท ไม่เกี่ยวหมิ่นสถาบัน
ส่วนกรณีตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมดำเนินคดีผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท รวมทั้งอีกหลายเว็บไซต์เมื่อเร็วๆ นี้ นายอภิสิทธิ์ระบุว่า เท่าที่ฟังก็เป็นเรื่องของกฎหมายความผิดทางอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อถามย้ำว่า ไม่เกี่ยวกับการจะปรับปรุงกฎหมายเรื่องหมิ่นสถาบันใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่เรียนไปแล้ว ถ้ามีการกระทำผิดกฎหมายต้องมีการดำเนินการ แต่ถ้าเห็นว่ามีกระบวนการที่ไม่ถูกต้องในการบังคับใช้กฎหมายก็ร้องเรียนมาได้ ยินดีจะทำ แต่คงไม่ใช่ลักษณะที่ว่าใครอยากจะทำผิดอะไรก็ได้ แล้วก็มาเรียนร้องไม่ให้เป็นความผิด อย่างนั้นคงทำไม่ได้ ยืนยันว่าจะพยายามไม่ใช้มาตรการในการปิด แต่เจ้าของเว็บไซต์จะต้องเป็นผู้ดูแลไม่ให้เกิดข้อความที่ผิดกฎหมายขึ้นในเว็บไซต์ ถ้าสามารถแก้ไขได้เร็วก็จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
"สุเทพ" เจอโห่ไล่ที่นครนายก
เมื่อเวลา 08.45 น. วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เดินทางไปตรวจราชการที่ จ.นครนายก ท่ามกลางการอารักขาของตำรวจภูธรจังหวัดนครนายกกว่า 500 นาย โดยเน้นย้ำไม่ให้มีการลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์
กระทั่งเวลา 13.00 น. คณะของนายสุเทพเดินทางถึงศาลาการเปรียญวัดป่าขะ ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อเยี่ยมศูนย์เรียนรู้ชมชนบ้านทุ่งกระโปร่ง และแหล่งเรียนรู้ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านประมาณ 1,000 คน คอยต้อนรับ แต่ก่อนนายสุเทพจะก้าวลงจากรถโฟล์กตู้สีดำ ทะเบียน ภพ 7 มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน มารอโห่ไล่ พร้อมตะโกนด่าอย่างหยาบคาย แต่นายสุเทพยังเดินลงจากรถ และเดินเฉียดเข้าไปหากลุ่มเสื้อแดง พร้อมกับยิ้มให้ ท่ามกลางการอารักขาอย่างเข้มงวด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพได้ฟังบรรยายสรุปประมาณ 50 นาที จึงเดินทางกลับ โดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด
"ชวน" เจอเสื้อแดงด่าที่ขอนแก่น
ก่อนเที่ยงของวันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาปราศรัยพิเศษพบปะชาว จ.ขอนแก่น ที่ตลาดศรีเมืองทอง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยกว่า 1,000 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ขบวนรถยนต์ของนายชวนจะเดินทางมาถึงตลาดศรีเมืองทอง มีกลุ่มเสื้อแดง 15 คน มายืนถือป้ายประท้วงที่บริเวณทางเข้าตลาดศรีเมืองทองทั้ง 2 ประตู เพื่อไม่ให้ขบวนรถของนายชวนขับผ่านเข้าไปยังตลาดศรีเมืองทอง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย สามารถควบคุมกลุ่มเสื้อแดงเอาไว้ได้ และเปิดทางให้นายชวนขึ้นเวทีปราศรัยในเวลาต่อมา
นายชวนกล่าวบนเวทีปราศรัยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพพระ ซึ่งเป็นญาติของภรรยานายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ อดีตรองประธานวุฒิสภา และ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มาในนามรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ขณะนายชวนกล่าวปราศรัยได้ประมาณ 15 นาที มีผู้หญิงในกลุ่มคนเสื้อแดงคนหนึ่งพยายามเดินฝ่ากลุ่มชาวบ้านที่นั่งฟังการปราศรัย แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดเอาไว้ ทำให้หญิงเสื้อแดงคนดังกล่าวไม่พอใจ ได้ใช้ตีนตบไล่นายชวน พร้อมร้องตะโกนด่านายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ชาวบ้านที่นั่งฟังการปราศรัยรุมโห่ไล่หญิงคนดังกล่าว และมีชาวบ้านคนหนึ่งปรี่เข้าไปหวังทำร้ายร่างกาย แต่ถูกตำรวจกันเอาไว้ได้ ก่อนจะเข้าควบคุมตัวหญิงคนดังกล่าวออกไป
มท.1 ชี้ปาของใส่นายกฯ ละเมิดสิทธิ
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคนเสื้อแดงขว้างปาสิ่งของใส่นายกฯ ขณะลงพื้นที่ว่า “ถ้าทำอย่างนั้นจริงก็ถือเป็นการละเมิดสิทธิ”
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามเรื่องการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังขยายวงกว้างในขณะนี้ นายชวรัตน์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น กล่าวเพียงว่า “เป็นเรื่องอ่อนไหว เซนซิทีฟ”
เตรียมฟันเว็บหมิ่นสถาบันอีกชุด
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.สัดส่วน และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวชี้แจงกรณีปิดเว็บไซต์ประชาไทว่า พรรคยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เลือกปฏิบัติ และไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของนายกฯ ที่ระบุว่า กฎหมายในบทบัญญัติที่ว่าด้วยการหมิ่นสถาบันต้องบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม และเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่จะปกป้องสถาบัน และไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
"กรณีเว็บไซต์ประชาไท ทางพรรคพยายามสอบถามรายละเอียดว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ เพราะทราบว่า ขณะนี้มีกระบวนการจัดทำเว็บไซต์หมิ่นสถาบันทั้งในและต่างประเทศ โดยมีคนอยู่เบื้องหลังเพื่อนำไปสู่เงื่อนไขของความขัดแย้ง ซึ่งกรณีของเว็บไซต์ประชาไทก็ต้องดูว่ารายละเอียดมีความผิดอย่างไร และจะสาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังได้หรือไม่ นอกจากนี้ รัฐบาลก็มีคำสั่งให้ดูแลอย่างใกล้ชิดว่ามีเว็บไซต์ที่มีเจตนาเข้าข่ายเช่นเดียวกันอย่างนี้หรือไม่ เพราะทราบมาว่ามีอยู่หลายเว็บไซต์ที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไปหากเข้าข่ายการหมิ่นสถาบัน" นพ.บุรณัชย์ กล่าว
ส่วนกรณีมีนักวิชาการเสนอให้มีการแก้กฎหมายหมิ่นสถาบัน นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า พรรคไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการอ้างใช้สิทธิเสรีภาพ แต่ส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นขบวนการ มีวาระซ่อนเร้น ทั้งนี้ อยากให้นักวิชาการมาทบทวนและหารือร่วมกัน เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ใช้แนวทางเจรจา แก้ปัญหาม็อบ
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มคนเสื้อแดงไปรอขับไล่รัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องว่า ถือเป็นเรื่องดีที่ไม่มีความรุนแรง และกลุ่มต่างๆ ก็ได้แสดงออกตามกรอบของกฎหมาย แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า ยังมีบางพื้นที่ที่อาจนำไปสู่การกระทบกระทั่ง เช่น ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีลักษณะการชุมนุมโดยใช้แกนนำไม่มากมาดักปาขวดน้ำใส่รัฐมนตรี ส่วนนายกฯ ที่ไป จ.ลพบุรี ค่อนข้างเรียบร้อย ทั้งนี้ พรรคอยากให้รัฐมนตรีทุกคนที่ลงพื้นที่ได้สัมผัสความเดือดร้อนของประชาชนใกล้ชิดมากกว่านี้ และเสนอให้ ส.ส.ทุกคน ไม่ว่าฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล เสนอปัญหาในพื้นที่ต่อรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นโดยตรงต่อรัฐบาล
"การชุมนุมของ นปช. เชื่อว่าคนที่มาชุมนุมมีเจตนาบริสุทธิ์ จึงอยากให้ช่วยกันพูดคุยกับแกนนำที่ยังปฏิเสธการเจรจาทุกรูปแบบ ให้ลดท่าทีแข็งกร้าว และมาร่วมกันหารือกับคนที่มีความเป็นกลาง เพื่อร่วมกันปฏิรูปการเมือง ซึ่งวันที่ 9 มีนาคม หวังว่ากรรมการสถาบันพระปกเกล้าที่จะประชุมกัน จะรับเป็นเจ้าภาพเรื่องแนวคิดของนายกฯ ที่จะให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้ขับเคลื่อน และพรรคยืนยันว่า วันนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะปฏิรูปแบบใด แต่การเจรจาหารือจะช่วยลดความขัดแย้งการเผชิญหน้า และขับเคลื่อนร่วมกันไปได้" นพ.บุรณัชย์ กล่าว
เย้ยสังคมสนใจ "แม้ว" น้อยลง
ส่วนการโฟนอินและให้สัมภาษณ์โจมตีรัฐบาลของอดีตนายกฯ นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า พรรคไม่ให้ความสำคัญ เพราะเป็นเพียงการชิงพื้นที่ข่าวเท่านั้น เชื่อว่าสังคมเข้าใจและให้ความสำคัญต่อ พ.ต.ท.ทักษิณน้อยลง เพราะที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์นั้น กระทบความน่าเชื่อถือของประเทศ ทั้งกระบวนการยุติธรรมและความเป็นประชาธิปไตย และยิ่งมีการพูดถึงสงครามกลางเมือง หรือเอาความจงรักภักดีมาอ้างก็เพื่อดำเนินการทางการเมือง ซึ่งประชาชนรู้ทันว่าเป็นการสร้างความขัดแย้งเพื่อให้เกิดการขัดแย้งนอกสภาจนนำไปสู่การล้มรัฐบาล
"กษิต"ประสาน ตปท.เอาผิด"ใจ"
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคลื่อนไหวโจมตีสถาบัน โดยพยายามโยงเป็นเรื่องการเมืองภายในว่า นายใจอยากให้ประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ เป็นเรื่องของนายใจ แต่ถ้าจะมาล้มประเทศไทยที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ เราก็ต้องต่อสู้กัน หากจะบ่อนทำลายประเทศไทยเราก็ต้องดำเนินการกับนายใจ และต้องขอร้องต่างประเทศไม่ให้ปล่อยให้นายใจใช้ประเทศของเขาเป็นเวทีล้มล้างประเทศไทย ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะประสานประเทศต่างๆ เพราะเชื่อว่าประเทศต่างๆ คงจะได้อ่านสิ่งที่นายใจให้สัมภาษณ์ที่อยากให้ประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ ใครที่ไปร่วมกับนายใจถือว่าพยายามจะล้มล้างประเทศ
เสื้อแดงยำทหารมอบตัวแล้ว 4 ราย
ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมทนายความ ได้พาผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ ทหารสังกัดกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งเข้ามาสอดแนมการชุมนุมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้แก่ นางนฤมล วรุณรุ่งโรจน์ นายกิตติศักดิ์ จีนขจร อายุ 33 ปี นายศรชัย ศรีดี อายุ 29 ปี และนายประจวบ บุญสันเทียะ อายุ 31 ปี เข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต และพนักงานสอบสวน โดยมีกลุ่มเสื้อแดงมาชูป้ายให้กำลังใจกว่า 30 คน
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจ โดยพาบุคคลที่ถูกระบุว่ามีความผิดตามหมายจับเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นตนมองไม่เห็น เพราะคืนเกิดเหตุมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนอีก 2 คนที่เหลือแกนนำจะพยายามติดตามตัวมามอบตัวต่อตำรวจ อย่างไรก็ตาม อยากขอใช้สิทธิของประชาชนถามว่า ในส่วนคดีของพันธมิตรที่ทำร้ายตำรวจไปถึงไหนแล้ว
ขณะที่ พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ได้ไม่นาน แต่ยืนยันว่าจะให้ความยุติธรรมทุกฝ่าย เรื่องคดีที่เกิดขึ้นได้ให้ฝ่ายสืบสวนเข้าไปตรวจสอบแล้ว และขอบคุณกลุ่ม นปช.ทุกคนที่อยู่ในกฎกติกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสี่คนเสร็จสิ้น ทั้งหมดขอให้การในชั้นศาล พร้อมยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว โดยพนักงานสอบสวนได้พิจารณาให้ประกันตัวในวงเงินประกันคนละ 1 หมื่นบาท และนัดมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง
เสื้อแดงนัดชุมนุมขอนแก่น 8 มี.ค.
นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการ “ความจริงวันนี้” เปิดเผยว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ จ.ขอนแก่น ในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคมนี้ จะเป็นการชุมนุมใหญ่ในต่างจังหวัด โดยแกนนำคนเสื้อแดง และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะไปขึ้นเวทีปราศรัยทุกคน เป็นการชุมนุมขับไล่รัฐบาลด้วยเหตุผล และจะเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ธรรมดา แต่ยืนยันว่าจะยึดหลักอหิงสา
“ที่สำคัญ เวลา 19.00 น.เศษ พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินเข้ามาเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและทิศทางของบ้านเมือง และจะเป็นในลักษณะซีรีส์ต่อเนื่องกับการชุมนุมใหญ่ที่จะจัดขึ้นในอีกหลายจังหวัด และถ่ายทอดสดผ่านดี สเตชั่น” นายวีระกล่าว
ระดม ตร.1,000 นาย รับมือเสื้อแดง
ความคืบหน้าในการจัดรายการความจริงวันนี้สัญจรที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 8 มีนาคม มีกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งใน จ.ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียงหลายร้อยคนมาจัดเตรียมสถานที่จัดงานตั้งแต่เย็นวันที่ 7 มีนาคม
พ.ต.อ.ฉลอง ภาคภิญโญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า ขณะนี้ได้สั่งระดมกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 1,000 นาย และกองร้อยควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย 400 นาย มาประจำการตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 8 มีนาคม เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเปิดเวทีปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างเต็มที่ แม้จะมีคำยืนยันจากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะชุมนุมอย่างสันติวิธีก็ตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามตลาดในเขตเมืองขอนแก่นมีกลุ่มคนสื้อแดงประมาณ 20 คน ใช้ผ้าโพกหัวป่าวประกาศเชิญชวนประชาชนให้ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณถนนหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่นในวันที่ 8 มีนาคม เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านรัฐบาล ขณะที่เครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชั่นจังหวัดขอนแก่น ได้ทิ้งใบปลิวแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ไปตามถนนสายต่างๆ ในเมืองขอนแก่น เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม มีจุดมุ่งหมายเพื่อคนคนเดียวเท่านั้น คือ พ.ต.ท.ทักษิณ
ตร.นับพันเข้มคอนเสิร์ต พธม.-ฉะกันเล็กน้อย
ส่วนการจัดคอนเสิร์ตการเมืองสัญจร ครั้งที่ 5 ของกลุ่มพันธมิตร ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ในเย็นวันที่ 7 มีนาคม ซึ่งจะมีแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คน ได้แก่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสุริยะใส กตะศิลา และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข พร้อมทีมโฆษก และแกนนำพันธมิตรรุ่น 2 จะเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้ประสานขอกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน พร้อมอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชนครบมือ ทั้งกระบอง โล่กำบัง และหมวก รวมทั้งรถควบคุมผู้ต้องขัง จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 3 เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณด้านนอกสถานที่จัดงานจำนวน 3 กองร้อย รวม 450 นาย รวมทั้งสุนัขตำรวจในการดมกลิ่นหาวัตถุระเบิด
นอกจากนี้ยังมีตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง คอยดูแลอำนวยความสะดวกด้านจราจรอีกกว่า 100 นาย ส่วนด้านในสนาม สถานที่จัดงาน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรต่างๆ อีกประมาณ 300 นาย จะร่วมกับการ์ดพันธมิตร ช่วยกันรักษาความปลอดภัย โดยจะตรวจค้นอาวุธ วัตถุระเบิด หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่จะก่อให้เกิดอันตรายกับบุคคลที่จะเข้าไปภายในสนามกีฬา
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศคอนเสิร์ตการเมืองของกลุ่มพันธมิตรในช่วงเย็นว่า มีประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก แต่จากการตรวจสอบบริเวณจุดตรวจอาวุธก่อนเข้าร่วมงาน เจ้าหน้าที่พบการพกพาอาวุธจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นมีดปอกผลไม้ปลายแหลม มีดสปาร์ต้านับสิบเล่ม โดยผู้พกพาส่วนหนึ่งเป็นการ์ดอาสาพันธมิตรและประชาชนที่เข้าร่วมงาน และอีกส่วนหนึ่งเป็นคนงานอู่ต่อรถโดยสาร เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดอาวุธและบันทึกประวัติผู้ที่พกพาอาวุธ ก่อนจะปล่อยให้เข้าร่วมกิจกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 17.30 น. เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เมื่อกลุ่มคนของแผ่นดินลูกหลานย่าโมประมาณ 20 คน ได้ตั้งเวทีปราศรัยโจมตีพันธมิตรและขับไล่รัฐบาล โดยมีกลุ่มพันธมิตรมาปักหลักอยู่บริเวณหน้าร้านข้าวต้มนายตี๋ โรงแรมโพธิ์ทอง ประมาณ 40 คน ห่างจากเวทีประมาณ 150 เมตร จากนั้นได้ด่าทอกันไปมา รวมทั้งขว้างปาขวดน้ำใส่กัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังกว่า 200 นาย มาระงับเหตุ ทั้งสองฝ่ายจึงแยกจากกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
พท.พร้อมอภิปราย ไม่เลื่อนยื่นญัตติ
ความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวถึงความพร้อมในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขอยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อนวันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่มี ส.ส.บางคนออกมาเสนอ เพราะล่าสุดแกนนำและคณะทำงานได้ยืนยันว่ามีความพร้อมอย่างมากในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พร้อมทั้งตัวบุคคลอภิปรายและหลักฐานข้อมูล โดยวันที่ 9-10 มีนาคมนี้ จะสรุปรัฐมนตรีที่จะยื่นอภิปราย และประเด็นต่างๆ พร้อมสรุป ส.ส.ที่จะร่วมอภิปราย เบื้องต้นจะมีไม่ต่ำกว่า 20 คน โดยจะแบ่งประเด็นการอภิปรายให้ต่อเนื่อง พร้อมแบ่งช่วงที่เป็นประเด็นสำคัญที่มั่นใจว่าจะล้มรัฐบาลได้
ในส่วนของผู้อภิปรายหลักๆ เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าทีม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ เป็นต้น โดยจะอภิปรายเปิดทุกประเด็น และจะอภิปรายสรุปในตอนท้าย ในส่วนของวันเวลาการอภิปรายขึ้นอยู่กับความพร้อมของรัฐบาล คาดว่าจะใช้เวลาอภิปรายไม่เกิน 2 วัน
นายสุรพงษ์กล่าวเสริมว่า การที่มี ส.ส.ออกมาเสนอให้เลื่อนการยื่นญัตติออกไปนั้น คงต้องการให้รอเก็บหลักฐานให้มากกว่านี้ แต่คณะทำงานและ ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นว่า หากล่าช้าไปกว่านี้รัฐบาลอาจจะไปทำลายหลักฐาน เพราะเท่าที่มีหลักฐานในขณะนี้ถือว่ามีความชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้มีพฤติกรรมทุจริต แม้บางเรื่องจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นการเผอเรอที่ทำให้เห็นธาตุแท้ของรัฐบาลชุดนี้
จากปัญหาชีวิตที่รุมเร้าทั้งตกงานและภรรยาหนีไป



