
"บิ๊กอ๊อด" ปิดใจซีเกมส์ล้มเหลวเตรียมปรับปรุงผู้บริหารสมาคม
ประธานโอลิมปิกไทย "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เปิดใจ ผลงานไทยในซีเกมส์ล้มเหลว เตรียมตั้งคณะกรรมการวิเคราะห์สาเหตุเพื่อหาทางแก้ไข ชี้ระยะเวลาเก็บตัวนักกีฬา 6 เดือนน้อยเกินไป
ต้องเพิ่มเป็น 9 เดือนหรือ 1 ปี แม้ใช้งบถึง 100 ล้าน รัฐบาลก็ต้องหามาให้ พร้อมจี้ผู้บริหารสมาคมที่ผลงานน่าผิดหวังให้เร่งปรับปรุง หากทำไม่ได้ก็ให้ลาออกไป
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้เปิดการแถลงข่าวถึงผลงานของนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาว ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงไป ซึ่งแม้คณะนักกีฬาไทยจะคว้าตำแหน่งเจ้าเหรียญทองได้สำเร็จ แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในความล้มเหลวของหลายๆ ชนิดกีฬา ที่ทำผลงานได้ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ โดยกล่าวว่า หลังจากเดินทางกลับจากประเทศลาว ได้ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องของผลงานของนักกีฬาไทยในซีเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งก็ขอยอมรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดว่าเป็นไปตามนั้น โดยหากจะกล่าวลึกไปกว่านั้นแล้ว ข้อบกพร่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นยังถูกกล่าวถึงไม่หมดด้วยซ้ำไป
"จากผลงานในซีเกมส์ที่หลายสมาคมกีฬาทำผลงานได้ต่ำกว่าเป้า ทำให้เราต้องรีบหาจุดบกพร่องที่เกิดขึ้นโดยเร็ว มีการประเมินสถานภาพอย่างตรงไปตรงมา ผมได้รับนโยบายมาจาก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลเรื่องกีฬาชาติ ท่านเห็นว่าเราจะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องปรับแนวทางการดำเนินงานของสมาคมกีฬาที่ตกต่ำ และสร้างพัฒนาของทุกสมาคมกีฬาให้มีความต่อเนื่อง เนื่องจากในอีก 3 ปีข้างหน้า เรายังไม่งานใหญ่รออยู่อย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่ เอเชี่ยนเกมส์, ซีเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์"
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในวันพุธที่ 23 ธ.ค.นี้ จะเสนอไปยังที่ประชุมคณะกรรมการเร่งรัดพัฒนากีฬาและนันทนาการ ที่มี นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน เพื่อขอแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาประเมินผลงาน และวิเคราห์การดำเนินการของการบริหารการกีฬาของไทยทุกระบบ ไล่ตั้งแต่การเตรียมนักกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), โอลิมปิกไทย, สมาคมกีฬา และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หาข้อดีและข้อเสีย จุดแข็ง จุดอ่อน นำมาแก้ไขปรับปรุง และเสนอแนวทางในการพัฒนา รวมไปถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ ว่าต้องมีขั้นตอนวิธีการอย่างไร
"ในส่วนของโอลิมปิกไทย จะเสนอกรรมการเข้าไป 5 คน มีตัวผมเอง, พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์, นายธนา ไชยประสิทธิ์, นพ.วารินทร์ ตัณฑศุภศิริ และ พล.อ.บัญชา มรินทร์พงษ์ ส่วนของ กกท. น่าจะมีผู้ว่าการ นายกนกพันธุ์ จุลเกษฒ และทีมงานที่ติดตามดูแลทุกสมาคมกีฬา นอกจากนั้นก็เป็นผู้แทนของสมาคมกีฬา ที่หลักๆ อยากได้ กรีฑา, ฟุตบอล มาเป็นแกน รวมไปถึงสื่อมวลชนสายกีฬาอีกด้วย ส่วนตัวประธานนั้นถ้าจะให้ดีท่านชุมพลน่าจะลงมาดำเนินการเอง แต่หากไม่พร้อมผมก็พร้อมจะรับหน้าที่นี้"
ประธานโอลิมปิกไทย ยังกล่าวอีกว่า การดำเนินการหาข้อบกพร่องเพื่อทำการปรับปรุงหลังจากเสร็จซีเกมส์นี้ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการกีฬาไทย ที่มีการตั้งทีมงานขึ้นมาดำเนินการทันทีหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันรายการใหญ่ระดับนานาชาติ แต่เนื่องจากครั้งนี้ผลงานของทัพนักกีฬาไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เรียกได้ว่ามากที่สุดตั้งแต่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมซีเกมส์ด้วยซ้ำ หลายสมาคมกีฬาทำผลงานได้น่าผิดหวัง ไม่ว่า ฟุตบอล หรือ คาราเต้-โด ทุกคนต้องคิดให้ตรงกันว่านี่ไม่ใช่การซ้ำเติม แต่เป็นการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก
"ผมยังยืนยันเหมือนเดิมว่า การเตรียมนักกีฬาไทยเข้าร่วมซีเกมส์นับจากนี้ ระยะเวลาเตรียมนักกีฬา 6 เดือนที่เคยทำมาถือว่าน้อยเกิดไป ตอนนี้คงต้องเพิ่มเวลาเป็น 9 เดือน หรือ 1 ปี ซึ่งแม้จะใช้งบประมาณมากขึ้น เป็น 100 ล้านบาท รัฐบาลก็ต้องหามาให้ เพราะที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า ความสำเร็จของนักกีฬาไทยในซีเกมส์เป็นการเพิ่มความสุขให้กับคนไทย ส่วนการประเมินผลงานที่ออกมานั้น บางสมาคมที่ไม่มีผลงาน หรือมีผลงานย่ำแย่อาจต้องมีผลต่อการจัดงบประมาณในปีต่อไป ซึ่งก็ต้องยอมรับ จะบอกว่าเดิมสมาคมกีฬามีงบน้อยอยู่แล้ว หากถูกตัดงบจะทำให้งบยิ่งน้อยลงไปอีกไม่ได้ อย่างนี้อย่าเข้ามาทำเลยดีกว่า เมื่อเข้ามาทำงานก็ต้องอย่าเอาเปรียบนักกีฬา หากไม่ดีก็ต้องปรับปรุง หากไม่ปรับปรุงก็ต้องเปลี่ยนตัวผู้บริหาร หากเราไม่ทำเสียตอนนี้ ซีเกมส์ครั้งหน้าที่อินโดนีเซีย อย่าว่าแต่เจ้าเหรียญทองเลย จะให้ได้อันดับที่ 2 ก็ยังลำบาก เพราะเวียดนามเริ่มมาแรงขึ้นเรื่อยๆ" พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว



