ข่าว

เค้น"หมูบิน"รีดเบาะแสชิงตัวนักโทษ

เค้น"หมูบิน"รีดเบาะแสชิงตัวนักโทษ

21 ธ.ค. 2552

เรือนจำสอบเค้น "หมูบิน" หาเบาะแสคนร้ายก่อเหตุชิงตัวนักโทษ เผยหัวโจกโดนคดีลักทรัพย์กว่า 20 คดี ต้องโทษหนักจึงวางแผนหนี ศาลจังหวัดตลิ่งชันแถลงชิตัวนักโทษเจอโทษหนัก

(21ธ.ค.) มีรายงานจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุบุกชิงตัวนักโทษแก๊งหมูบินจากศาลจังหวัดตลิ่งชัน เรือนจำได้สั่งแยกขังนายสุภัทร เนินวิเชียร และนายณัฐ ชาหอม ผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์แก๊งหมูบิน โดยยอมรับว่า ที่ผ่านมาเรือนจำไม่ได้เข้มงวดการคุมขังผู้ต้องขังในคดีลักทรัพย์ เนื่องจากมีจำนวนมากเป็นผู้ต้องขังกลุ่มใหญ่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายชัชวาล โค้วกิ่มเส็ง ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงตัวนักโทษแก๊งหมูบิน เพิ่งได้รับการประกันตัวก่อนก่อเหตุครั้งนี้ 1 สัปดาห์ โดยระหว่างที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ นายณัฐได้ดูแลความเป็นอยู่ในเรือนจำให้กับนายชัชวาล และอาจมีการตกลงวางแผน นัดวันก่อเหตุชิงตัวระหว่างที่ถูกคุมขังร่วมเรือนนอนเดียวกัน แต่เรือนจำไม่ทราบข่าว หรือระแคะระคายความเคลื่อนไหวของผู้ต้องขังกลุ่มนี้เลย เพราะไม่ใช่ผู้ต้องขังรายสำคัญ

 อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ต้องขังที่มักจะหลบหนีระหว่างการนำตัวไปศาล เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดและลักทรัพย์ ซึ่งเป็นเพียงการวิ่งหนีทั้งโซ่ตรวน แต่ผู้คุมสามารถวิ่งตามจับกุมตัวกลับมาได้

 รายงานเปิดเผยด้วยว่า ในส่วนของนายหทัย ชัยวรรณ เจ้าของฉายา "หมูบิน" ซึ่งร่วมก่อเหตุลักทรัพย์บ้านเศรษฐีแล้วนำเงินมาแต่งรถแข่งนั้น ในวันนี้ ( 21 ธ.ค.) ไม่ได้ถูกเบิกตัวออกไปศาลเพราะไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีของศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยนายหทัยปฏิเสธว่า ไม่ทราบเรื่องการวางแผนชิงตัวผู้ต้องขัง และไม่เคยมีความคิดจะหลบหนี เพราะถูกดำเนินคดีลักทรัพย์เพียงคดีเดียว เกี่ยวข้องกับแก๊งเพียงแค่เป็นตัวกลางในการเจรจาขอไกล่เกลี่ยคดีกับตำรวจ

 ทั้งนี้ นายหทัย ต้องโทษจำคุกแค่ 2 ปี ต่างจากนายณัฐซึ่งต้องโทษหนักกว่า และยังถูกอายัดตัวในคดีลักทรัพย์กว่า 20 คดี อีกทั้งนายณัฐยังมีฐานะทางการเงินดี และสนิทสนมกับนายชัชวาลมาก่อน

 อย่างไรก็ตาม เรือนจำจะเร่งตรวจสอบประวัติการเยี่ยมญาติย้อนหลังทั้งหมด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ประทัดยักษ์ที่นายณัฐนำมาทำเป็นระเบิดปลอม ถูกส่งเข้ามาให้ผู้ต้องขังในเรือนจำได้อย่างไร และมีบุคคลใดร่วมมือกับการวางแผนชิงตัวนักโทษครั้งนี้บ้าง

ศาลจังหวัดตลิ่งชันแถลงชิตัวนักโทษเจอโทษหนัก

 ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน นายภัทรศักดิ์ ศิริสินธว์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดตลิ่งชัน แถลงข่าวกรณี มีคนร้ายบุกชิงตัวจำเลยที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันเมื่อเช้าวันนี้ว่า รถเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ นำ น.ส.วรัญญาภรณ์ เตรียมธนวัชร์ , น.ส.วลัยลักษณ์ ศรีประไพ , นายสุภัทร เนินวิเชียร , นายณัฐ ชาหอม และนายพีรวัตร ตะวันธรงค์ จำเลยคดีหมายเลขดำที่ อ.9018/2552 คดีร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน และร่วมกันรับของโจร ( แก๊งค์นายหทัย หรือ อ๊อฟซ่า ไชยวัณณ์ นักแข่งรถชื่อดังเจ้าของฉายา “ หมูสกปรก” แก๊งค์ตระเวนลักทรัพย์ตามหมู่บ้านไฮโซร่วม 200 ล้านบาท ) มาส่งเพื่อพิจารณาคดี โดยจำเลยกลุ่มดังกล่าว พยายามยื่นคำร้องขอประกันตัวหลายครั้งแล้ว แต่ที่ผ่านมาศาลไม่อนุญาต เนื่องจากเห็นว่าจำเลย มีคดีที่ในเขตศาลจังหวัดตลิ่งชัน ศาลอาญาธนบุรี และศาลอาญา รวม 20 คดี ซึ่งคดีมีอัตราโทษสูง

 นายภัทรศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากสอบสวนนายณัฐ จำเลย ซึ่งหลบหนีไปแล้วถูกจับกุมได้ภายหลัง ทราบว่านายณัฐ ร่วมกับ นายสุภัทร จำเลยอีกคน และนายชัชวาล โง้วกิมเซ้ง จำเลยคดีฉ้อโกงทรัพย์ของศาลอาญาที่ได้รับการประกันตัวไป ร่วมกันวางแผนหลบหนี

 ทั้งนี้ นายณัฐ เคยถูกนำตัวมาศาลจังหวัดตลิ่งชันแล้ว 3 ครั้งจึงรู้ถึงกระบวนการที่รถเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ จะเข้าออกศาลอย่างไร ขณะที่การวางแผน นายชัชวาล เดินทางไปเยี่ยมนายณัฐ และนายสุภัทร จำเลยทั้งสอง ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อออกอุบายทำระเบิดปลอมขึ้นมาเพื่อใช้สร้างสถานการณ์ โดยนายชัชวาล เป็นคนนำระเบิด 2 ลูกที่ทำจาก สก็อตเทปไปซุกซ่อนไว้ใต้หลังคารถเรือนจำช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมนัดแนะว่าจะขับรถสีเขียวมารับตัวเพื่อหลบหนี กระทั่งวันนี้ เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ นำจำเลยทั้งห้ามาส่งศาล แต่ไม่ได้จอดรถ ณ จุดที่ศาลวางมาตรการไว้ แต่ไปจอดรถไว้ตรงหน้าประตูทางเข้า-ออกศาล

 ขณะที่จำเลยกำลังเดินลงจากรถ นายณัฐ ได้ขวางระเบิดปลอมลงมาจนทำให้คนแตกตื่น และระหว่างที่นายณัฐ และนายสุภัทร กำลังจะหลบหนี ไปขึ้นรถที่นายชัชวาล จอดรออยู่หน้าประตู ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวไว้ได้ทัน ส่วนนายชัชวาล เมื่อเห็นเพื่อนถูกจับจึงขับรถหลบหนี ไปแต่เข้าซอยตัน ก็ทิ้งรถและวิ่งหนีไป

 เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จะมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้หรือไม่ นายภัทรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ เพราะหากราชทัณฑ์ ทำตามระเบียบที่ศาลวางไว้ ปัญหาเช่นนี้คงไม่เกิด อย่างไรก็ดีเรื่องการชิงตัวจำเลยในศาล ถือเป็นคดีอุกอาจ ที่มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 และ 191 ฐานหลบหนีระหว่างคุมขัง และกระทำการให้ผู้ถูกคุมขังหลบหนี และความผิดละเมิดอำนาจศาล

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายชัชวาล โง้วกิมเซ้ง หนุ่มแสบที่ชอบอ้างเป็นบุคคลอื่น ตระเวนเข้านอนพักที่โรงพยาบาลต่างๆ ถูกอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ยื่นฟ้อง เป็นจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 342 คดีหมายเลขดำที่ 3842/2552 ต่อศาลอาญา ในคดีฉ้อโกงทรัพย์ โดยระหว่างวันที่ 24 มิ.ย. – 3 ก.ค.52 และ 31 ส.ค.52 นายชัชชวาล ได้แสดงตนเป็นคนอื่นใช้ชื่อ “ รัตนาวุฒิ ณ ลำพูน และธีรภัทร เบญจบารมี “ หลอกลวง บริษัทดุสิตเวชการ จำกัด ประกอบกิจการโรงพยาบาลกรุงเทพ และน.พ.มงคล จิระสถาพร เพื่อเข้านอนพักที่โรงพยาบาลทั้งที่รู้ว่าไม่มีอาการเจ็บป่วย โดยเมื่อถึงกำหนดเรียกเก็บเงินนายชัชวาลได้หลบหนี ซึ่งค้างชำระค่ารักษา ห้องพัก และค่าอาหาร รวมทั้งสิ้น 128,535 บาท

 โดยวันนี้ศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐาน แต่นายชัชชวาล ไม่ศาลตามนัด มีพฤติการณ์จะหลบหนี ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้เป็นการชั่วคราว พร้อมให้ออกหมายจับนายชัชชวาล และปรับนายประกันจำนวน 90,000 บาท ตามหลักทรัพย์ที่ใช้ยื่นประกันเป็นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพของ บริษัท สหมงคล ประกันภัย

 สำหรับสำนวนคดีนายหทัย หรือ หมูบิน นั้น อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาไว้แล้วกับพวก ประกอบด้วย นายสุภัทร หรือทอม เนินวิเชียร , นายณัฐ หรือ โต้ง ชาหอม , นายพีรวัตร ตะวันธรงค์ ในคดีหมายเลขดำที่ 1660/2552 ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน หรือรับของโจร โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์