
วิธีเลือก "เก้าอี้นั่งเครื่องบิน" เลี่ยงโคโรนาไวรัส
โดย ทีมข่าวรายงานพิเศษ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
“โคโรนาไวรัส 2019” แพร่พิษทำเศรษฐกิจโลกป่วน ตลาดหุ้นเสียหายไปแล้วกว่า 150 ล้านล้านบาท เฉพาะ “ธุรกิจสายการบิน” ในประเทศไทยอาจเสียหายถึง 3.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากผู้คนกลัวการเดินทาง โดยเฉพาะต้องนั่งเครื่องบินที่โดนเตือนว่าเป็นหนึ่งในแหล่งพาหะสำคัญของเชื้อร้ายพันธุ์ใหม่นี้ ..แต่ถ้าใครมีเหตุจำเป็นต้องเดินทาง ควรเลือกที่นั่งบนเครื่องบินตรงไหน “เสี่ยงน้อยสุด?
รัฐบาลหลายประเทศจะส่งเสียงเตือนไม่ให้ประชาชนของประเทศตัวเองเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่จำเป็น แต่การทำธุรกิจสมัยนี้ หลายคนต้องเดินทางไปประชุมต่างประเทศ หรือมีเหตุจำเป็นต้องไปทำธุระหรือซื้อทัวร์ไว้แล้วไม่สามารถยกเลิกได้
จึงเกิดคำถามว่าวิธีขึ้นเครื่องบินแบบปลอดภัย ต้องทำอย่างไร เพราะแม้แต่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของ “โคเรียนแอร์ไลน์” ที่ป้องกันตัวเต็มที่ ก็ยังติดเชื้อไวรัสได้ สื่อมวลชนเกาหลีใต้รายงานข่าวนี้เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2563 โดยไม่ระบุว่าเป็นเที่ยวบินอะไร
เวบไซด์ของ “เนชั่นแนล จีโอกราฟิก” www.nationalgeographic.com ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับ การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาบนเครื่องบิน และการเลือกที่นั่งให้ปลอดภัยสุดควรทำอย่างไร
กล่าวโดยสรุปคือ บทความข้างต้นอธิบายถึงวิธีการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนารวมถึงไวรัสไข้หวัดใหญ่ มักติดมาจากผู้ป่วยหรือผู้ที่ติดเชื้อไวรัสแล้วไม่ป่วยแต่เป็นพาหะ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีอาการไอ จาม ทำให้ไวรัสติดออกมากับละอองน้ำลาย เมือก เสมหะของเหลวอื่น ๆ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยแพทย์ชิคาโกระบุว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มักแพร่ติดต่อไปยังคนที่อยู่บริเวณนั้นในระยะไม่เกิน 6 ฟุตหรือ 1.8 เมตร และอยู่นานกว่า 10 นาทีขึ้นไป เพราะยิ่งอยู่นานหลายนาที โอกาสจะไปจับหรือสัมผัสโดนละอองของเหลวมีสูงมาก จากนั้นก็มักเอามือที่โดนเชื้อโรคไปสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก ฯลฯ
สำหรับอุปกรณ์ผิวสัมผัสสี่ยงติดเชื้อโรคต่าง ๆบนเครื่องบินได้แก่ เบาะที่นั่งเครื่องบิน และ อุปกรณ์ถาดวางอาหารด้านหน้าเก้าอี้ โดยเฉพาะ “ไวรัส” ชนิดที่แพร่ระบาดผ่านระบบทางเดินหายใจ มีหลายชนิดที่เกาะติดมีชีวิตในสภาดแวดล้อมข้างนอกร่างกายมนุษย์ได้นานหลายวัน
ทั้งนี้ “องค์การอนามัยโลก” กำหนดว่า หากพบผู้ติดเชื้อไวรัสที่กำลังระบาดบนเครื่องบิน ผู้โดยสารที่นั่งบริเวณใกล้เคียงภายใน 2 แถวหน้าและ2 แถวหลังของผู้ติดเชื้อต้องโดนตรวจสอบหรือเรียกตัวมาตรวจร่างกายด้วย เพราะถือเป็นระยะที่เชื้อไวรัสกระจายไปถึง อย่างไรก็ตามมีการโต้แย้งว่า การเฝ้าระวังเพียงแค่ระยะ 2 แถวที่นั่งอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป เพราะตัวอย่างจาก “ไวรัสโคโรนาซาร์ส” (SARS) หรือ โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง มีการระบาดเมื่อปี 2003 นั้น ผู้โดยสารบนเที่ยวบินจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ที่พบว่าติดเชื้อบนเที่ยวบินลำดังกล่าว นั่งอยู่ไปไกลกว่า 2 แถวของคนแพร่เชื้อ
ทำให้มีทีมนักวิจัยชื่อ “FlyHealthy Research Team” ทดลองศึกษาโดยสุ่มสำรวจว่าภายในห้องโดยสารของเครื่องบินนั้น ผู้โดยสารมีความเสี่ยงจะติดเชื้อไวรัสอย่างไรบ้างด้วยการสังเกตพฤติกรรมผู้โดยสารและลูกเรือในเที่ยวบินของสหรัฐ 10 เที่ยวบิน ซึ่งมีระยะเวลาในการบินประมาณ 3 ชั่วโมง จนพบว่า “ที่นั่งโดยสาร” บริเวณแถวระหว่างทางเดินตรงกลางนั้น มีโอกาสติดเชื้อสูง เนื่องจากตลอดการเดินทางจะมีผู้โดยสารอื่นเดินผ่านไปเดินผ่านมาเพื่อเข้าห้องน้ำ ถือว่าอยู่ในระยะใกล้ชิดมาก ถ้าผู้แพร่เชื้อไวรัสมีอาการไอหรือจามระหว่างเดินผ่าน ละอองฝอยอาจกระเด็นไปตกที่เบาะนั่งหรืออุปกรณ์อื่น ๆของเก้าอี้นั่งติดทางเดิน
จากงานศึกษาวิจัยเมื่อปี 2018 เกี่ยวกับการลุกออกจากที่ของผู้โดยสารว่า พบว่าร้อยละ 24 จะลุกไปเข้าห้องน้ำหรือทำกิจกรรมอื่นเพียง 1 ครั้ง และร้อยละ 38 ลุกมากกว่า 1 ครั้ง ส่วนที่เหลือไม่ลุกจากที่นั่งตลอดระยะทางบิน
และยังพบว่า “ผู้โดยสารที่นั่งติดริมหน้าต่าง” มีแนวโน้มจะลุกไปจากที่นั่งเพียงร้อยละ 43 เท่านั้น แตกต่าง “ผู้ที่นั่งติดทางเดิน” จะลุกออกไปหรือเคลื่อนที่รอบ ๆ บริเวณนั้นถึงร้อยละ 80 หมายความว่า ผู้โดยสารที่นั่งริมหน้าต่างมีโอกาสที่จะพบปะคนอื่นในเครื่องบินในที่นั่งอื่น ๆ เพียง 12 คน ส่วนที่นั่งตรงกลางจะพบปะคนอื่น 58 คน ส่วนผู้นั่งริมหน้าต่างจะพบปะใกล้ชิดคนอื่นถึง 64 คน
สรุปคือ “ที่นั่งริมหน้าต่าง” มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อไวรัสโคโรนา หรือเชื้อไวรัสอื่น ๆ น้อยกว่าที่นั่งอื่น
หากผู้แพร่เชื้อไวรัสเป็น “ลูกเรือ” หรือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ความเสี่ยงจะสูงมากขึ้นไปอีก เพราะต้องเคลื่อนไหวเดินไปมาตลอด จากการศึกษาพบว่าลูกเรือที่ป่วยมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้โดยสารในเครื่องบินลำเดียวกันถึงเกือบ 5 คน ทำให้สายการบินทุกแห่งมีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการไม่ให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเข้าทำงานหากมีอาการป่วยหรือไม่สบาย
ช่วงนี้ใครมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน หากทำได้ควรรีบจอง “ที่นั่งปลอดภัย” ไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะเทคโนโลยีซื้อตั๋วออนไลน์ปัจจุบันสามารถระบุจองที่นั่งได้เลย แต่ถ้าเป็นสายการบินโลว์คอสราคาถูก คงต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับบริการ “จองที่นั่ง” แต่ช่วงนี้อาจให้บริการเลือกที่นั่งฟรี ! เพราะจำนวนผู้โดยสารยกเลิกตั๋วเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด ฝ่ายวิจัยการตลาดของ “กสิกรไทย” วิเคราะห์ว่า จากการสั่งระงับและลดจำนวนเที่ยวบินของสายการบินหลายแห่งทั่วโลก ทำให้จำนวนผู้โดยสารหายไปเกือบ 20 ล้านคนในช่วงไตรมาสแรกของปี2563 พร้อมคาดการณ์ว่าธุรกิจสายการบินอาจสูญเสียรายได้ถึง 1.5 แสนล้านบาท
ดังนั้นจึงเป็นโอกาสทองของผู้โดยสาร ที่จะเลือกสายการบินที่ให้บริการ “จองที่นั่งริมหน้าต่างฟรี” !



