
ถกค่าจ้างล่มซ้ำขวางกทม.ปริมณฑลขึ้น4บาท
ถกค่าจ้างล่มซ้ำสอง นายจ้างขวางกรุงเทพ-ปริมณฑล ขึ้น 4 บาท ซัดปลัดแรงงานให้ข่าวชี้นำทำคนผิดหวัง นัดลงมติใหม่ 24 ธ.ค. ตอน 4 ทุ่ม ขณะที่ 64 จังหวัดไฟเขียวให้ปรับ 1-8 บาท สูงสุดอยุธยา 8 บาท น่าน- พะเยา-เลย ต่ำสุด 1 บาทส่วน 4 บ.ปรับขึ้นถึง 20 จังหวัด
(21ธ.ค.)นายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์ กรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (บอร์ดค่าจ้าง) ที่มีนางจันทวรรณ ทองสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน โดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ว่า การประชุมขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 2553 ยังไม่สามารถได้ข้อยุติทำให้ไม่สามารถลงมติได้ เนื่องจากกรรมการค่าจ้างฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างถกเถียงกันที่จะให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างกรุงเทพฯและปริมณฑล 4 บาท ทั้งที่ข้อเสนอจากอนุกรรมการค่าจ้างทั้ง5จังหวัด(กทม.-ปริมณฑล) เสนอขอปรับให้ขึ้น 4 บาท ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้คณะกรรมการค่าจ้างฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างไปหาข้อสรุปอีกครั้ง เพื่อให้การปรับขึ้นค่าจ้างปีนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
นายปัณณพงศ์ กล่าวยืนยันว่า กรรมการค่าจ้างฝ่ายนายจ้างไม่ได้มีเจตนาซื้อเวลา เพราะอย่างไรการปรับขึ้นค่าจ้างปีนี้จะต้องประกาศให้มีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2553 อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามปัญหาที่ไม่สามารถได้ข้อสรุปในการปรับค่าจ้างถึง 2 ครั้ง เกิดจากมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งในส่วนของฝ่ายการเมืองและข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะการที่นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ให้ข่าวล่วงหน้าเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่าจะมีการปรับขึ้นค่าจ้าง 70 จังหวัด ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคพาเหรดกันขึ้นราคาล่วงหน้าไปก่อนหน้านี้ ทั้งที่คณะกรรมการค่าจ้างกลางยังไม่มีมติด้วยซ้ำ ดังนั้นทำให้การประชุมของบอร์ดค่าจ้าง เมื่อไม่สามารถได้ข้อยุติ ส่งผลให้คนที่คาดหวังเกิดความผิดหวัง
ด้านนายทวี เตชะธีราวัฒน์ บอร์ดค่าจ้างฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า สาเหตุที่การพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากบอร์ดค่าจ้างฝ่ายนายจ้างยืนยันมติเดิมในการประชุมครั้งที่แล้ว ไม่เห็นด้วยกับการที่บอร์ดค่าจ้างฝ่ายลูกจ้างขอขึ้นค่าจ้าง 4 บาทเท่ากันทั้งหมด ขณะที่ฝ่ายนายจ้างเสนอให้ลดค่าจ้างของสมุทรปราการลงมาเหลือ 2 บาทเท่ากับกรุงเทพและปริมณฑลที่เหลือแทน โดยอ้างเหตุผลเดิมๆ เรื่องของเศรษฐกิจไม่ดี และอัตราเงินเฟ้อติดลบ แต่ฝ่ายลูกจ้างไม่ยอม
“อนุกรรมการค่าจ้าง จ.สมุทรปราการขอปรับขึ้นมา 6 บาท แต่พอผ่านมายังคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างขั้นต่ำให้ปรับขึ้นแค่ 4 บาทเท่านั้น ขณะที่กรุงเทพและจังหวัดที่เหลือ ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี ปรับขึ้นเพียง 2 บาท ทำให้ฝ่ายลูกจ้างขอให้มีการปรับค่าจ้างขึ้น 4 บาทเท่าสมุทรปราการ เพราะที่ผ่านมากว่า10ปี กรุงเทพและปริมณฑลจะขึ้นเท่ากันทั้งหมด” นายทวีกล่าวและว่าการประชุมค่าจ้างนัดหน้าเพื่อพิจารณาในส่วนของกรุงเทพและปริมณฑลจะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 24 ธ.ค.เวลา 22.00น.และหากยังไม่ได้ข้อสรุปอีกก็จะต้องใช้วิธีโหวตคะแนนเสียงกัน ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นฝ่ายลูกจ้างก็ต้องทำใจยอมรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการปรับขึ้นค่าจ้างปี 2553 ในส่วนของจังหวัดที่ได้ข้อสรุปแล้วมี 64 จังหวัด ให้ปรับขึ้นตั้งแต่ 1 - 8 บาท คือ ปรับขึ้น 1 บาท จำนวน 7 จังหวัด อาทิ น่าน จากวันละ 151 บาท เป็นวันละ 152 บาท , พะเยา จากวันละ 150 บาท เป็นวันละ 151 บาท , เลย จากวันละ 162 บาท เป็นวันละ 163 บาท ส่วนจังหวัดที่ปรับขึ้น 2 บาท จำนวน 16 จังหวัด ขณะที่จังหวัดที่ปรับขึ้น 3 บาท จำนวน 9 จังหวัด อาทิ สระแก้ว จากวันละ 160 บาท เป็นวันละ 163 บาท , เชียงใหม่ จากวันละ 168 บาท เป็นวันละ 171 บาท , นครสวรรค์ จากวันละ 155 บาท เป็นวันละ 158 บาท สำหรับจังหวัดที่ปรับ 4 บาท จำนวน 20 จังหวัด เช่น ลำพูน จากวันละ 156 บาท เป็นวันละ 160 บาท , ตราด จากวันละ 156 บาท เป็นวันละ 160 บาท , ชัยนาท จากวันละ 154 บาท เป็นวันละ 158 บาทส่วนจังหวัดที่ปรับขึ้น 5 บาท จำนวน 6 จังหวัด เช่น ระยอง จากวันละ 173 บาท เป็นวันละ 178 บาท
จังหวัดที่ปรับขึ้น 6 บาท จำนวน 1 จังหวัด คือ อุบลราชธานี จากวันละ 154 บาท เป็นวันละ 160 บาท ขณะที่จังหวัดที่ปรับขึ้น 7 บาท จำนวน 4 จังหวัด เช่น ภูเก็ต จากวันละ 197 บาท เป็นวันละ 204 บาท , ฉะเชิงเทรา จากวันละ 173 บาท เป็นวันละ 180 บาท และจังหวัดที่ปรับขึ้น 8 บาท จำนวน 1 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา จากวันละ 173 บาท เป็นวันละ 181 บาท สำหรับจังหวัดที่ไม่ได้ปรับขึ้น ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี เพชรบูรณ์ สุโขทัย



