
ปิดศึกสายเลือดประชาธิปัตย์ เปิดศึกชิงนายก อบจ.เมืองคอน
การเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ภายหลังจากที่ วิฑูรย์ เดชเดโช นายก อบจ.นครศรีธรรมราช เสียชีวิตลง และ กกต.กำหนดการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2553 นี้แค่เปิดรับสมัครได้เพียง 2 วัน ก็มีผู้ลงชิงตำแหน่งอันหอมหวนนี้ถึง 5 คน คือ 1.ตรีพล เจาะจิตต์ 2.สายัน
แต่!!!...เมื่อเช็กประสบการณ์ ต้องยกให้ "ตรีพล เจาะจิตต์" อดีต ส.ส, และ ส.ว.นครศรีธรรมราช หลายสมัยเป็นผู้นำทีม “พลังเมืองนคร” หมายเลข 1 แม้จะห่างเวทีมานาน แต่เมื่อมี "ชำนิ ศักดิเศรษฐ์" แกนนำประชาธิปัตย์ และมีไพร่พล ส.จ.อีก 8-10 คนหนุนหลังอยู่ก็ยากที่ใคร?? จะฝ่าด่านไปได้ แม่ว่าก่อนหน้านั้นอาจจะมีปัญหาในเรื่องของทีมบริหาร โดยเฉพาะตำแหน่งรองนายก อบจ. ซึ่ง "ตรีพล" ต้องการเปลี่ยน แต่กลุ่มผู้บริหารชุดเก่าขอให้คงสภาพเดิม แต่เมื่อมี "ชำนิ ศักดิเศรษฐ์" ทุบโต๊ะเรื่องจึงเงียบลงชั่วคราว แต่ความไม่พอใจยังคุกรุ่นอยู่ในใจบางคน
ส่วน "พิชัย บุณยเกียรติ" หมายเลข 3 แม้จะเคยพ่ายแพ้ให้ "วิฑูรย์ เดชเดโช" ห่างกันหมื่นเศษ แต่ครั้งนี้ทำการบ้านมาดี ลงพื้นที่บ่อย อีกทั้งยังมีกลุ่ม ส.จ.ประมาณ 8 คนร่วมแรงร่วมใจด้วย และยังมีชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล พี่ชาย ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ฐานเสียงก็ไม่ด้อยไปกว่า ตัวเต็งอย่าง "ตรีพล"
ขณะที่ "สายันห์ ยุติธรรม" หมายเลข 2 คนสนิทของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เดิมเคยอยู่ทีมบริหารของ “พิชัย” แต่ครั้งนี้ขอยืนด้วยขาตัวเอง แม้ว่าฐานเสียงของ "สายันห์" จะมีมากอยู่ในฝั่งเหนือของท่าศาลา แต่ฝั่งตะวันตกและฝั่งใต้ของนครศรีธรรมราช "สายันห์" ยังห่างชั้นกับสองคนแรก หากหวังจะได้ตำแหน่งนี้ ต้องวิ่งรอกหาเสียงชนิด "หืดขึ้นคอ"
ส่วนในหมายเลข 4 "เกรียงศักดิ์ ภู่พันธ์ตระกูล" นักธุรกิจใหญ่ รู้จักกันดีในนาม "โกเก้า" มีฐานเสียงในกลุ่ม อบต. และ ส.จ.อีก 6 คน ให้การสนับสนุน ดูเหมือนเสียงของ “โกเก้า” จะกระจาย แต่ก็ครอบคลุมพื้นที่แถบลุ่มน้ำปากพนังแถบเชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ พระพรหม อีกทั้งยังมี "หมอผี” สัมพันธ์ ทองสมัคร หนุนหลังอย่างไม่เป็นทางการ “โกเก้า” จึงมีสิทธิ์ที่จะเป็น "ตาอยู่" คว้าเก้าอี้มาครองได้ หาก "ตาอินกับตานา" อย่าง "ตรีพล-พิชัย" มัวแต่แย่งหัวปลา ทะเลาะกันเอง
และหมายเลข 5 "นนทิวัฒน์ นนทภักดิ์" เลขานุการของ วิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่สร้าปรากฎการณ์ขึ้นป้าย “นคราภิวัฒน์” ทั่วเมือง ซุ่มหารือกับทีมงานในการแย้งเก้าอี้นายก อบจ.มานาน แม้จะเคยโดดเด่นเป็น ส.ท.วัย 25 ปี อายุน้อยที่สุดของไทยมีฐานเสียงกระจัดกระจายอยู่ในกลุ่มกำนัน-ผู้ใหญาบ้าน และ อบต.ครอบคลุมหลายพื้นที่ แต่การขึ้นชั้นสู่สนามการเมืองระดับจังหวัด คงไม่ง่ายเหมือนการเมืองเฉพาะท้องที่
ทั้งหมดจะถูกชี้ชะตาในวันที่ 24 มกราคม 2552 ว่ามนต์ขลังเลือดประชาธิปัตย์ ...ใคร??..จะเข้มข้นมากที่สุด....



