ข่าว

ผบ.ทร.หนุนวิธีเจรจาทักษิณประเทศเดินหน้าได้

ผบ.ทร.หนุนวิธีเจรจาทักษิณประเทศเดินหน้าได้

21 ธ.ค. 2552

"สุรเกียรติ์” ติง “บัวแก้ว” ทำเกินหน้าที่ หวั่นส่งผลกระทบสัมพันธ์ไทย-เขมร แนะรัฐบาลเร่งแก้ด้วยความรอบคอบใจเย็น พร้อมหนุนแนวคิด “สุรยุทธ์” เจรจา “ทักษิณ” ยุติปัญหาบ้านเมือง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่  21 ธ.ค.ที่ราชนาวีโสมร นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะการไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ว่า เป็นเรื่องที่จะต้องค่อย ๆ แก้ไขด้วยความรอบคอบ และ ใจเย็น ๆ ทั้งนี้ตนไม่ขอวิจารณ์ตัวบุคคลในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นห่วงค่อนข้างมากในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และอยากจะเห็นความสัมพันธ์กลับไปเป็นเหมือนเดิมให้มากที่สุด เพราะประเทศเพื่อนบ้านย้ายหนีกันไม่ได้ อีกทั้งคนไทยกับคนกัมพูชาควรมีความเข้าใจ และภาพพจน์ที่ดีต่อกัน
 
 เมื่อถามถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ ทำเอกสารลับที่ระบุเรื่องการกำจัด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าทางราชการยอมรับแล้วหรือไม่ว่าเป็นเอกสารของราชการจริง ทราบจากหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่หากเป็นเอกสารลับของทางราชการหลุดออกมาจริงก็จะต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

 “เรื่องที่ห่วงใยคือเนื้อหาในเอกสารที่บางส่วนไม่อยู่ในขอบข่ายงานของกระทรวงต่างประเทศ แม้จะบอกว่าเป็นข้อวิเคราะห์ก็ตาม อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศพอสมควร เพราะอาจจะถือได้ว่าเป็นจุดยืนของประเทศไทย แต่เมื่อเอกสารหลุดออกมาแล้วเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขกันต่อไป จากการที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศมา 4 ปี และเป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลงานด้านต่างประเทศมา ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ จะจำกัดบทบาทของตัวเองให้อยู่เฉพาะการวิเคราะห์ตามนโยบายต่างประเทศเท่านั้น จะไม่วิเคราะห์การเมืองในประเทศ ซึ่งเป็นบทบาทของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.)

 อย่างไรก็ตาม ก็ยินดีที่นายกรัฐมนตรีมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าเอกสารดังกล่าว เป็นการวิเคราะห์ของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่นโยบายของท่าน” นายสุรเกียรติ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า กรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี เห็นว่าควรจะมีการเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองนั้น นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้ หากจะมีบุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองพูดคุยกัน เพื่อยุติปัญหาของบ้านเมืองก็ถือเป็นสิ่งที่ดีของบ้านเมือง

 เมื่อถามว่า ถึงเวลาแล้วที่ควรจะหันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อสร้างความสมานฉันท์ใช่หรือไม่ นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า ถึงเวลานานพอสมควรแล้วที่ควรสร้างความสมานฉันท์ และอยากจะเห็นรัฐบาลเป็นผู้ริเริ่มแต่หากจะมีบุคคลที่มีความพร้อม และยินดีพูดคุยกันก็เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน

ผบ.ทร.หนุนเจรจาทักษิณประเทศเดินหน้าได้

 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ราชนาวีสโมสร พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า หนทางเจรจาเป็นหนทางสากลทั่วไปใช้ได้ทุกระดับ คิดว่า เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาได้ และเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสมานฉันท์ หากมีผู้หลักผู้ใหญ่ออกมาและมีความสามารถ คิดว่า น่าจะมีทางออก แต่จะอยู่จุดไหนยังพูดไม่ได้ ทั้งนี้เป็นความคิดริเริ่มที่ดีที่ทำให้ประเทศก้าวต่อไปได้  

 เมื่อถามว่า หากทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันน่าจะเกิดผลดี พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ดี ดูแล้วเป็นทางเดียวที่จะทำให้ประเทศชาติเดินได้ คงต้องคุยกัน

 เมื่อถามว่า รัฐบาลเสนอให้ พ.ต.ท. ทักษิณ กลับมารับโทษ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดว่ารัฐบาลพูดอย่างไร เขาพูดในหลักการ คือ ต้องเจรจากันถึงจะได้ข้อยุติ

 เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมเจรจาเพื่อยุติปัญหา พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ตอบแทนท่านไม่ได้ แต่หากได้เจรจากันก็จะดี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากหันหน้าเข้าหากัน

 เมื่อถามว่า คดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถยอมความกันได้ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมีหลายแง่มุม มีหนทางแก้ปัญหาหลายเรื่อง คงต้องใช้ความเพียรมากในการแก้ปัญหา

 เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานบัญชาการ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เรื่องประเทศชาติทุกคนเป็นห่วงเหมือนกันหมด หากมีความสงบเรียบร้อยไม่มีปัญหาได้ก็ดี

 ทั้งนี้ กองทัพติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา โดยสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ยังเป็นปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศ เขาไม่ทราบรายละเอียด แต่คิดว่า กระทรวงการต่างประเทศดูแลเรื่องนี้อยู่