ข่าว

มท.1 อนุมัติงบทำหน้ากาก ห่วงแรงงานกลับเข้า ปท.

มท.1 อนุมัติงบทำหน้ากาก ห่วงแรงงานกลับเข้า ปท.

10 มี.ค. 2563

บิ๊กป๊อก ย้ำ อนุมัติงบทำหน้ากากแล้ว ห่วงแรงงานกลับเข้า ปท. สั่ง อปท. ดูแล

 

               “มท.1” ย้ำ เรื่องทำหน้ากากอนุมัติงบลงพื้นที่แล้ว ถ้าพร้อมดำเนินการได้เลย ส่วนแรงงานที่กลับเข้า ปท. ใช้ อปท. เข้าไปดูแล พร้อมรอ คกก.พลังงงานชงเรื่องเข้าครม. ปมลดค่าน้ำ-ไฟ


อ่านข่าว กทม.เปิดสอนทำ "หน้ากากผ้า" ฟรี

 

 

 

               เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการทำหน้ากาก ว่า คือทางเลือกที่ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับกรมการปกครองดำเนินการ ซึ่งขณะนี้การฝึกวิทยากรกำลังดำเนินการ โดยใช้ฐานตำบลและหมู่บ้าน มีความคืบหน้าได้ประมาณ 100,000 กว่าคนแล้วทั่งประเทศ

 

               โดยเมื่อวานนี้ (9 มีนาคม) ได้มีการสั่งจ่ายเงินไปถึงทางจังหวัดแล้ว ในสัปดาห์นี้น่าจะเป็นเรื่องของการให้เงินลงไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แล้ว เมื่อเงินไปถึงเขาก็จะสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ ซื้อของได้ ถ้าเป็นไปตามนี้ใครที่สามารถทำได้เร็วก็น่าจะเริ่มผลิตได้ต้นสัปดาห์หน้า เราก็พยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด 

 

               เมื่อถามถึงปัญหาการกักตุนหน้ากาก พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับพาณิชย์จังหวัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งวันนี้จำนวนร้านค้าที่เราเข้าไปตรวจสอบมีกว่า 1000 ร้าน มีของอยู่ไม่กี่ร้าน ตรงนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องกักตุนอย่างเดียว

 

               โดยสังคมจะต้องเข้าใจว่า ทั้งประเทศเมื่อหักที่จะต้องให้บุคลากรทางการแพทย์แล้ว จะเหลือประมาณวันละ 600,000 แสนชิ้น เพื่อกระจายไปทั้งประเทศ จะกี่ร้านก็หารไป ยิ่งไม่มีของหนักเข้าไปอีก เพราะจำนวนการผลิตสามารถทำได้เท่านี้ แต่อย่างไรก็ตามทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสุ่มตรวจ และหากมีการกักตุนก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

 

               เมื่อถามถึงกรณีให้ท้องถิ่นช่วยตรวจสอบผีน้อย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สำหรับแรงงานที่กลับเข้ามาในประเทศ จะไปเข้าพักเพื่อตรวจสอบตามเขตของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกที่เข้าก่อนตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม จำนวน 1354 คน รายชื่อทั้งหมดไปถึงแต่ละจังหวัดตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม ขณะนี้กำลังตรวจสอบกับกรมการปกครอง

 

               ขั้นตอนต่อไปคงจะให้กำนันผู้ใหญ่บ้านหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปพูดคุยเพื่อบอกมาตรการ แล้วให้อสม.เข้าไปตรวจสอบร่างกายเป็นประจำทุกวัน ไม่มีอะไรมากเพียงแต่จะเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกเท่านั้นเอง ซึ่งอยากฝากให้สื่อช่วยประชาสัมพันธ์ในส่วนนี้ด้วย 

 

               ส่วนกลุ่มที่สองที่เพิ่งเข้ามาก็กำลังดำเนินการส่งไปยังพื้นที่ที่เราเตรียมไว้ทั่วประเทศ ทั้งนี้ อย่าไปตั้งชื่อให้เขาแปลกแยก เพราะก็คนไทยด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่เขาไปหากิน ต่อให้เขาติดไวรัสก็ต้องเอาไว้ในแผ่นดินนี้ จะเอาไปไว้ที่ไหน ก็ต้องแผ่นดินนี้แหละ อยากให้เรียกกันให้ดีๆ พูดจาปราศรัยกันให้ดีๆ ยังมีวิธีที่จะอยู่ร่วมกัน ประเทศไทยยังไม่ถึงขนาดว่ามองหน้ากันแล้วติดโรคเสียที่ไหน อยากให้สื่อช่วยสร้างสังคมดีๆ ด้วย

 

               เมื่อถามถึงมาตรการช่วยเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟประชาชนในช่วงวิกฤติ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ครม.เศรษฐกิจได้เสนอแนวความคิดว่าน่าจะมีมาตรการ 2 เรื่อง คือ ลดค่าน้ำปะปา ไฟฟ้า หรือให้ผ่อนได้ สำหรับคนที่มีปัญหา ซึ่วทาง ครม.เศรษฐกิจได้รับหลักการ แต่ยังไม่มีข้อสรุป ทางคณะกรรมการดำเนินงานก็จะไปดำเนินการว่าหากจะลดค่าไฟ จะลดให้กลุ่มได้บ้าง และจะลดจำนวนเท่าใด ใครที่มีหนี้สินกี่วงรอบบิลจะให้ผ่อนชำระได้ จากนั้นจึงจะค่อยเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. 

 

               อย่างไรก็ตามตนทราบมาอีกว่าได้มีข้อเสนอจากภาคธุรกิจ เขาอยากให้คืนเงินประกันค่าใช้ไฟฟ้า ซึ่งทางการไฟฟ้าเรียกเก็บไว้ล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน สำหรับใครที่ใช้ไฟแล้วไม่จ่ายเงินเขาก็จะหักจากตรงนี้ ไม่ใช่เงินประกันค่ามิเตอร์ ทั้งนี้หากคณะกรรมการพลังงานเสนอเข้าสู้ ครม. แล้ว ครม.อนุมัติก็สามารถดำเนินการได้เลย แต่ต้องรอให้เข้า ครม. ก่อน