ข่าว

'วัชระ 'ร้อง รบ.ปลดอธิบดีกรมการค้าฯ เหลวคุมราคา ปล่อยกักตุน

'วัชระ 'ร้อง รบ.ปลดอธิบดีกรมการค้าฯ เหลวคุมราคา ปล่อยกักตุน

09 มี.ค. 2563

'วัชระ 'ร้อง รบ.ปลดอธิบดีกรมการค้าภายใน ทำงานไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมราคาและการกระจายหน้ากากอนามัยสู่โรงพยาบาลและประชาชน ปล่อยให้มีการกักตุนหน้ากาก

         (9มี.ค.63)นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีผ่านนายพันศักดิ์ เจริญ ผอ.ฝ่ายประสานมวลชนและองค์กรประชาชนที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ปลดนายวิชัย โภชนกิจ  อธิบดีกรมการค้าภายใน ที่ทำงานไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมราคาและการกระจายหน้ากากอนามัยสู่โรงพยาบาลและประชาชน ปล่อยให้มีการกักตุนหน้ากากอนามัยค้าขายบนความตายของประชาชน  ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อระบบราชการและคณะผู้บริหารประเทศเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่รัฐบาลได้ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 6 มีนาคม 2563 กำหนดให้จำหน่ายหน้ากากอนามัยที่ผลิตภายในประเทศ ไม่สูงกว่าชิ้นละ 2.50 บาทนั้น ปรากฏว่าประชาชนไทยทั้งประเทศเกิดความเดือดร้อนทั้งในโรงพยาบาล  นายแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปที่จำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัย  ขาดแคลน  หาซื้อ ตามราคาที่รัฐบาลประกาศไม่ได้และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเดือดร้อนแสนสาหัส จากการป้องกันโรคโควิด-19 ในขณะนี้
        นายวัชระ ระบุว่าได้รับร้องเรียนจากประชาชน และได้ไปหาซื้อหน้ากากอนามัยตามร้านขายยาต่างๆแต่ก็ไม่มีขาย  จึงไปซื้อที่ร้านค้าสวัสดิการกลาง กองทัพบก ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ ในราคา 29 บาทต่อ 1 ชิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของข้าราชการกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จึงขอเสนอให้รัฐบาล
ปลดอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทันที และให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง หาสาเหตุว่า หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากโรงงาน 11 แห่งแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 หายไปไหน ไปอยู่ในการครอบครองของใคร โดยคณะกรรมการควรมีตัวแทนของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค,แพทยสภา, และเจ้าหน้าที่ตำรวจ/ทหาร และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เข้าไปเป็นคณะกรรมการ และในการควบคุมการผลิตของโรงงานทั้ง 11 แห่ง ต้องมีหน่วยงานข้างต้นเข้าตรวจสอบการผลิตของโรงงานย้อนหลังถึงปัจจุบัน มิใช่มีแต่เพียงตัวแทนจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์เพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น รวมทั้งให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของโรงงานทั้ง 11 แห่ง และบุคคลที่เป็นข้าราชการหรือข้าราชการการเมืองที่เกี่ยวข้องทุกคน และขอให้ระงับการแจกเงิน 1 แสนล้านบาทแก่ประชาชน แต่ควรให้แจกหน้ากากอนามัยฟรีแก่ประชาชนทางไปรษณีย์ เพื่อป้องกันโรคโควิด-19แทน น่าจะเหมาะสมและเป็นทางออกที่ดีที่สุด