
เสื้อแดงลพบุรีบุกขว้างปาขวดน้ำใส่นายกฯ"อภิสิทธิ์"
"มาร์ค" เดินทางถึงลพบุรี สักการะร่างหลวงพ่อพริ้ง ท่ามกลาง ตร.ทหาร จนท.รปภ. กว่าพันนาย หน้าเสียถูกคนเสื้อแดงบุกขว้างปาขวดน้ำใส่ ยันไม่ได้หลอก อาสาเข้ามาทำงานเต็มที่เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง เตรียมปรับค่าตอบแทนกำนัน ผญบ.ในปีหน้า ค่าตอบแทน อสม.เริ่มเม.ย.
(7มี.ค.) เช้าวันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงวัดโบสถ์ ต.โก่งธนู อ.เมือง ลพบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อปพร. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 1 พันนาย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. รวมถึงผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ได้มาคอยต้อนรับและสั่งการเพื่อรักษาความปลอดภัยด้วยตัวเอง เมื่อมาถึง นายกฯได้ทักทายประชาชนที่มาคอยพบ จากนั้นก็ได้เข้าไปกราบสักการะร่างหลวงพ่อพริ้ง ณ วิหารหลวงพ่อพริ้ง
จากนั้น นายกฯ ได้กล่าวปราศรัยกับประชาชนว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มาพบกับประชาชน ซึ่งตนเคยมา จ.ลพบุรีหลายครั้งทั้งช่วงหาเสียงและให้กำลังใจประชาชนตอนประสบปัญหา ตั้งแต่ตอนเป็นส.ส.และผู้นำฝ่ายค้าน หลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกฯประมาณ 3 เดือน พี่น้องคงทราบว่าปัญหาบ้านเมืองมีมากจึงไม่ค่อยเดินทางออกต่างจังหวัด แต่ตอนนี้เริ่มมีเวลา นโยบายต่างๆ เริ่มเดินหน้าตนจึงได้ลงพื้นที่ ซึ่งจ.ลพบุรี ตนมีความผูกพัน เพราะปู่ และพี่น้องปู่ทั้ง 3 คน ล้วนแต่งงานกับสาวลพบุรีทั้งสิ้น วันนี้รู้สึกเกรงใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ลพบุรีอย่างมาก เพราะจากข่าวตั้งแต่เช้า เขาก็ห่วงเรื่องความปลอดภัยของตน
ทั้งที่ตนจะเดินทางมาทำงาน เนื่องจากมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยประกาศว่าจะใช้ความรุนแรงปาสิ่งของเข้าใส่ ก็สร้างความหนักใจให้เจ้าหน้าที่ ดังนั้นขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มามารักษาความปลอดภัย เพราะเมื่อมีกลุ่มคนประกาศเช่นนี้เขาก็ต้องทำหน้าที่ แต่ตนคิดว่าถ้าทำความเข้าใจปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายได้ เพราะตนมาทำงาน ไม่ได้มาคิดทะเลาะกับใคร ตนเข้าใจว่าการเมืองจะบังคับให้คิดเหมือนกันไม่ได้ ความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา ขอให้เข้าใจว่าเป็นเรื่งปกติ แต่ขอให้อยู่ในกติกา เพราะตนมาอย่างถูกต้องตามระบบรัฐสภาที่ส.ส.ส่วนใหญ่เลือก เชื่อว่าผ่านไปสักระยะเมื่อตนทำงานให้ประชาชนทุกคนไม่ว่าอยู่พรรคไหน ฝ่ายไหน สัญญาณจะดีขึ้น ช่วง 2 เดือนกว่าที่ผ่านมา บ้านเมืองเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เราสามารถจัดประชุมอาเซียนได้เรียบร้อย ทำให้ชาวโลกมั่นใจประเทศไทยมากขึ้น 2 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลเดินหน้าทำงานเต็มที่ทั้งงบประมาณ กฎหมายก็ผ่านสภาเต็มที่ ส่วนมาตรการรับมือปัญหาต่างๆ ก็เป็นไปตามที่รัฐบาลวางแผนไว้
ส่วนวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจต่างประเทศทำให้ช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. ตัวเลขส่งออกของเราติดลบ นักท่องเที่ยวหายไปประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ปิดสนามบิน และช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขส่งออกหาลดลงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ใช่ไทยอย่างเดียวที่ประสบปัญหาแต่เหมือนกันทั่วโลก ทั้งหมดคือปัญหาที่รัฐบาลต้องเผชิญ สิ่งที่เราทำได้คือต้องดูแลภายในประเทศของเราโดยทำให้กำลังซื้อในประเทศยังมีอยู่ มีกำลังซื้อหมุนเวียน โดยรัฐบาลได้ใช้เงินช่วยเหลือเกษตรกรประมาณแสนล้านบาท ขยายเรื่องจำนำสินค้าเกษตร โดยกำหนดราคาไม่ให้ฝืนตลาด และให้เกษตรกรอยู่ได้ รวมถึงช่วยเหลือชนบทตามนโยบายชุมชนพอเพียง ทำให้การใช้เงินเป็นไปตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนและคุ้มค่า แต่รัฐบาลไม่ได้มีเงินมากในภาวะอย่างนี้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีแผนจะปรับให้ค่าตอบแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในปีงบหน้า ส่วน อสม.จะมีค่าตอบแทนให้โดยจะเริ่มจ่ายตั้งแต่เดือนเม.ย.นี้เป็นต้นไป
ส่วนท้องถิ่นที่ช่วยตนทำงานหลายเรื่อง เช่น นม ที่ขณะนี้ไม่น่าจะมีปัญหานมล้นตลาด แต่เพราะเกิดการทุจริต เช่น นมโรงเรียน รัฐบาลก็แก้ปัญหาให้เด็กดื่มนมถึงป.6 สัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อช่วยแก้นมดิบล้นตลาด แต่ต้องปรับระบบให้มั่นใจว่านมที่จะนำมาให้นักเรียนต้องมีคุณภาพ และมาจากเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยรัฐบาลจะส่งเงิน 1.8 พันล้านบาทให้ท้องถิ่นดำเนินการเรื่องนี้ ส่วนเบี้ยงสูงอายุจะจ่ายให้ 500 บาทต่อเดือน และจะเก็บภาษีเหล้า-บุหรี่ เพราะการจัดภาษีไม่เป็นไปตามเป้า ทั้งนี้ยืนยันพวกตนทำงานเต็มที่บ้านเมืองมีปัญหาหนัก เราไม่ได้เข้ามาหลอก ตนทุ่มเททำงานเต็มที่จนน้ำหนักลดไปหลายกิโลแต่ก็ยินดี เพราะอาสาเข้ามาทำงาน
จากนั้นเวลา 09.20 น. นายกฯเดินทางถึงสถานีอนามัยบ้านดงตาล อ.เมือง ลพบุรี เพื่อพบประชาชน ตัวแทน อสมท สาธารณสุข และเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุลพบุรี ขณะเดียวกันที่ด้านหน้าถนนสถานีอานามัย มีคนเสื้อแดงประมาณ 200 คนได้มาปักหลักตะโกนขับไล่ พร้อมตีนตบ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจล ทหาร อปพร. กว่าพันนายตั้งแถวป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมข้ามถนนเข้ามาในสถานีอนามัยได้ รวมถึงนำรถขนผู้ต้องหามาขวางถนน
เมื่อขบวนนายกฯมาถึง ผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวป้องกันและผลักดันแนวเจ้าหน้าที่มาล้อมรถนายกฯ ทำให้รถนายกฯไม่สามารถเคลื่อนไปได้ นายกฯจึงลงจากรถและเดินเข้ามาในสถานีอนามัย โดยผู้ชุมนุมพยายามขว้างขวดน้ำเข้าใส่แต่ไม่โดน ซึ่งนายกฯมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ก็ได้เดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ และมีคณะลิเกนักเรียนจากบ้านดงตาลมาคอยต้อนรับ จากนั้นนายกได้ขึ้นไปพักบนสถานีอนามัยทันที อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมก็ยังพยายามผลักดันเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ามายังสถานีอนามัย แต่เจ้าหน้าที่ได้สกัดกั้นไว้ โดยพยายามตะโกนขับไล่นายกฯตลอดเวลา หลังจากนายกฯพัก 20 นาทีก็ได้มาบันทึกเทปรายการรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ที่บริเวณด้านหลังสถานีอนามัย



