ข่าว

ยอดผู้เสียชีวิตในอิตาลี 366 -ติดเชื้อ 7,375 แซงเกาหลีใต้ 

ยอดผู้เสียชีวิตในอิตาลี 366 -ติดเชื้อ 7,375 แซงเกาหลีใต้ 

09 มี.ค. 2563

อิตาลีแซงเกาหลีใต้ ติดเชื้อมากเป็นอันดับสองรองจากจีน เช่นเดียวกับยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 133 รายในวันเดียว ขณะผู้คนเริ่มปรับตัวกับมาตรการกักกัน 

 

 

                     ความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโรคโควิด-19 ในอิตาลี ศูนย์กลางระบาดในยุโรป ล่าสุด สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนแถลง เมื่อวาน ( 8 มี.ค.)ว่า ไวรัสโคโรน่าคร่าผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 133 ราย เป็น 366 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในแคว้นลอมบาร์ดี ทางเหนือของอิตาลี ขณะผู้ติดเชื้อวันเดียวก็เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกันที่ 1,492 ราย ยอดติดเชื้ออยู่ที่ 7,375 ราย สูงกว่าเกาหลีใต้ที่แจ้งยอดติดเชื้อวันเดียวกัน 7,313 ราย และอัตราการติดเชื้อเริ่มชะลอตัว 

อ่านข่าว-อิตาลีประกาศแล้ว ปิดแคว้นทางเหนือสกัดโควิด-19

 

 

                     ในบรรดาผู้ติดเชื้อ รวมถึงซัลวาตอเร ฟารีนา เสนาธิการกองทัพบก ที่ขณะนี้กำลังแยกกักตัวเอง 

 

                     อิตาลีสั่งหน้ากากอนามัย 22 ล้านชิ้น เพื่อช่วยยับยั้งการระบาด  อีกด้าน ชาวอิตาลีราว 16 ล้านคนกำลังปรับตัวในการดำเนินชีวิตประจำวันภายใต้มาตรการกักกัน หลังรัฐบาลออกประกาศปิดหลายพื้นที่ทางเหนือ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวดังอย่างเวนิส และเมืองหลวงทางการเงินอย่างมิลาน  การเข้า-ออกพื้นที่ระบาดจะทำได้ต่อเมื่อมีธุระสำคัญ หรือฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า ทางการจะบังคับใช้คำสั่งใหม่เข้มงวดแค่ไหน และจะป้องกันคนเดินทางเข้าออกอย่างไร 

 

                     นอกจากเรื่องการเดินทางเข้าออกเมือง นายกรัฐมนตรีจุยเซปเป คอนเต ยังประกาศปิดโรงเรียน โรงยิม พิพิธภัณฑ์ ไนท์คลับและสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ ไปจนถึง 3 เมษายน 

 

                     มาตรการกักกัน กระทบประชากรอิตาลีราว 1 ใน 4 และศูนย์กลางเศรษฐกิจทางเหนือที่เป็นพลังสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ  โรงพยาบาลหลายแห่งในลอมบาร์ดี แคว้นที่มีประชากร 10 ล้านคน คนไข้ล้น ส่วนหนึ่งต้องรักษาที่ระเบียงรพ. 

 

                     14 จังหวัดที่ถูกกักกัน ได้แก่ โมเดนา ปาร์มา ปีอาเซนซา เรจจิโอ เอมิเลีย ริมินี เปซาโร  อูร์บีโน  อเลสซานเดรีย อัสตี โนวารา เวร์บาโนคูซีโอ ออสซานา  เวร์เซลลี  ปาดัว เทรวีโซ และเวนิส 

 

                     ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก เทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส กล่าวยกย่องอิตาลีที่ใช้มาตรการที่เด็ดขาดในการป้องกันการระบาด และยืนยันว่า องค์การอนามัยโลก จะยืนหยัดทำงานร่วมกับอิตาลีเพื่อผ่านพ้นวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้