ข่าว

รวบหน้าโรงพัก-ให้ออก "รอง สวป.พัทยา" ตั้งแก๊งอุ้มรีดยัดข้อหา

รวบหน้าโรงพัก-ให้ออก "รอง สวป.พัทยา" ตั้งแก๊งอุ้มรีดยัดข้อหา

09 มี.ค. 2563

ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการ "รอง สวป.เมืองพัทยา" อุ้มหนุ่มวัย 22 ยัดข้อหา ข่มขู่ กรรโชกทรัพย์

 

               ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการ “รอง สวป.เมืองพัทยา” หลังร่วมกับพรรคพวกก่อเหตุอุ้มเหยื่อ ยัดข้อหา-ข่มขู่-กรรโชกทรัพย์

 

อ่านข่าว ให้ออก "รอง สวป.เมืองพัทยา" อุ้มยัดข้อหา รีดทรัพย์

 

               ความคืบหน้ากรณีสื่อได้นำเสนอเกี่ยวกับการบุกจับ “ร.ต.อ.” หน้าโรงพัก ร่วมกับ 4 ตำรวจบ้าน ในข้อหาอุ้มเหยื่อเข้าเซฟเฮ้าส์รีดเงิน-ปลดทรัพย์ เพื่อแลกกับอิสรภาพ เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นั้น

 

               วันที่ 8 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทยา ว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นชาย อายุ 22 ปี ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 21.30 น. ตนกับหญิงสาว อายุ 20 ปี ได้ขับรถยนต์มาจอดบริเวณหน้าสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง บริเวณถนนชัยพฤกษ์ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

 

               จากนั้นได้มีกลุ่มชายจำนวนหนึ่ง ได้เข้ามาแสดงตัว และร่วมตรวจค้นตัว พร้อมกับค้นรถของผู้เสียหาย โดยแจ้งว่าเป็นชุดปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีการเรียกทรัพย์สินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวและไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

               จากการสืบสวนสอบสวนขยายผล ทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดขณะนี้มีทั้งหมด 6 ราย คือ 1.นายธันยกร โบศรี 2.นายสุริยา อ่อนหมื่นไวย 3.นายสุทธิพงศ์ หวังแก้ว 4.ร.ต.อ.วุฒิกรณ์ ปลอดโปร่ง รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา 5.นายสีหรัตน์ รัตนวิจิตร และ 6.นายฉลุย แสนฟู

 

               โดยพนักงานสอบสวนได้ขออนุญาตศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ในข้อหา ซ่องโจร, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพ, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

 

               ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม เวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้ต้องหา 5 ราย (1, 2, 4 -6) ที่ สภ.เมืองพัทยา และได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว และนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของรายที่ 3 อยู่ระหว่างการออกติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

               โดย พล.ต.ต.ประการ ประจง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พร้อมมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และดำเนินคดีอาญาและทางวินัย อย่างเด็ดขาดตามขั้นตอนต่อไป

 

               รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ปลดออก ไล่ออก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปกระทำผิดกฎหมายมาโดยตลอด ไม่มีการปกป้องหรือให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว

 

               ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เร่งสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ที่สนับสนุนหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่กระทำความผิดกฎหมายเสียเอง เรื่องอย่างนี้ต้องถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและขอยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องตำรวจที่กระทำความผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ต้องรับโทษมากกว่าบุคคลธรรมดา

 

               ซึ่งที่ผ่านมาได้มีข้อสั่งการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้กระทำผิดกฎหมายหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายเสียเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อีกทั้งยังได้มอบนโยบายในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องของยาเสพติดอยู่แล้ว เช่น โครงการตำรวจสีขาว

 

               และตามคำสั่ง ตร. ที่ 1212/2537 ให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ ซึ่งอาจมีพฤติการณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระทำผิดกฎหมาย หากปล่อยปละละเลยก็จะพิจารณาโทษผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องตามลำดับชั้น