ข่าว

“มาร์ค"แนะ"ทักษิณ"รับผิดก่อนค่อยคุยกัน

“มาร์ค"แนะ"ทักษิณ"รับผิดก่อนค่อยคุยกัน

21 ธ.ค. 2552

นายกฯ“อภิสิทธิ์" ขำเงื่อนไข “ทักษิณ" บอกกลับ มารับผิดชอบตามกฏหมายก่อนคุยมาพูดกัน ท้าพร้อมยุบสภาหากฝ่ายค้าน-แดง ร่วมมือ ทั้งเรื่องแก้ รธน.และยุติการใช้ความรุนแรง บอกขณะนี้ ศก.ฟื้นตัวแล้ว ใช้เวลาไม่เกินปลายปี 53

(21ธ.ค.) เวลา 10.15 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นเงื่อนไขการกลับมาเจรจากับรัฐบาลไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ต้องย้อนกลับไปก่อนเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 รวมทั้งต้องมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ โดยย้อนถามทันทีว่า “ทำไมครับ” ก่อนที่จะหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า

 “ท่านมารับผิดชอบตามกฎหมายก่อนซิครับแล้วก็คงจะพูดคุยได้ แต่ผมก็แปลกใจว่าเงื่อนไขที่ยื่นมามันอยู่บนฐานเหตุผลอะไร เมื่อปี 2549 ตัวคุณทักษิณ ลงทุนนั่งประชุมกับพรรคเล็กทั้งหมดบอกจะรื้อรัฐธรรมนูญปี 2540 ตอนนี้ก็มาบอกว่าจะเอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาเพื่อหวังสถานะตัวเอง ไม่ใช่เรื่องระบบ เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนว่า เรื่องยุบสภาไม่ได้เป็นปัญหา  ผมก็บอกไปแล้วว่าให้เศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็แข็งแรงขึ้นโดยลำดับ มาตกลงกันใน เรื่องของกระบวนการที่จะกำหนดกติกาการเลือกตั้งจะได้ไม่มีใครมาบ่นว่าทุจริต แล้วถูกยุบพรรค มาพูดกันให้ชัดซึ่งถ้าจะเลือกตั้งก็ต้องเคารพกติกา และเรื่องสุดท้ายก็ต้องหยุดเคลื่อนไหวใช้ความรุนแรง ให้คนเขาไปหาเสียง ทำหน้าที่ได้ ทำอย่างนี้ได้สักพักก็ยุบสภาเลือกตั้งได้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ก็จะเป็นประโยชน์ ก็อยู่ที่ฝ่ายคุณทักษิณเองว่าถ้ากำหนดเงื่อนไขให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม อย่างนี้ตกลงหรือไม่ ส่วนเรื่องประโยชน์ส่วนตัวไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าบ้านเมือง

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการประเมิน 3 เงื่อนไขที่จะนำไปสู่การยุบสภาได้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในเรื่องของเศรษฐกิจตนคิดว่าเศรษฐกิจในปี 2553 คิดว่าอย่างไรก็พร้อม ส่วนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญถ้าฝ่ายค้านเข้ามาร่วมเมื่อไหร่คิดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 6-7 เดือน และระยะเวลา 6-7 เดือนนี้ถ้าฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มคนเสื้อแดง แสดงให้เห็นว่าจะไม่ไปใช้ความรุนแรง ขัดขวางตนก็ยินดีไม่มีปัยหาอะไรเลยกับการยุบสภา  

 เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าถ้าเป็นจริงได้ในปลายปีหน้าก็สามารถยุบสภาได้อย่างนั้นหรือ รวมถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญด้วยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “มันไม่ได้อยู่ที่ผมแล้วตอนนี้ เพราะฝ่ายค้านเป็นฝ่ายที่ถอนตัวออกไปจากกระบวนการนี้ และแทนที่กลุ่มที่เคลื่อนไหวจะแสดงออกว่าจะลดความรุนแรง ก็มีแต่จะใช้ความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นทั้งหมดอยู่ที่ฝ่ายเขาที่ต้องการให้บ้านเมืองสงบ เดินหน้าและเป็นประชาธิปไตยจริงหรือเปล่า ถ้าจริงตามเงื่อนไขนี้ก็เดินได้ ”

 ต่อข้อถามที่ว่าถ้าฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือประเทศจะสะดุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะไม่ให้สะดุด และจะทำให้ดีที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ล่าสุด พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผบ.ทบ.ออกมาขู่ในลักษณะที่ว่าถ้ารัฐบาลยังดื้อต่อไปสถานการณ์อาจไปถึง จุดไคลแม็กซ์ ถือเป็นการส่งสัญญานอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนบอก บางคนก็คิดในเชิงต่อรอง คิดในเชิงประโยชน์ส่วนตัวแล้วอาจจะใช้การขู่บ้าง ตนก็บอกได้เพียงอย่างเดียวว่าคนที่รับผิดชอบต่อบ้านเมืองถ้าไปกลัวคำขู่บ้าน เมืองเดินไม่ได้ และเขาก็กำลังใช้วิธีอย่างที่เขาพยายามจะขู่และคิดว่าสำเร็จมันไม่มีทาง ถ้าทำอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าสถานะของตัวเองจะดีขึ้น ในที่สุดก็จะมีแต่ความวุ่นวายประเทศก็เสียหาย

 “ ผมถามว่าการที่รัฐบาลพูดชัดเจนโดยหยิบเอาเรื่องการยุบสภาโดยมี 3 เงื่อนไขเป็นตัวตั้ง มีอะไรบ้างที่เสียหายต่อบ้านเมืองคำตอบคือไม่มีเลย แล้วทำไมถึงไม่เข้ามาพูดคุยกันในลักษณะนี้ แต่ถ้าเป็นการเรียกร้องเพื่อตัวบุคคลมันไม่จบ เพราะคนหนึ่งเรียกร้องได้ วันข้างหน้าก็ต้องมีคนเรียกร้อง และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มีจำนวนมากและก็มีเหตุผลที่ดีก็จะมีการเรียกร้อง บ้างสุดท้ายก็จะกระทบกับคนส่วนใหญ่ ขณะนี้ถ้าเดินไปตามแนวที่ผมได้เสนอประชาชนก็ได้ประโยชน์ เพราะปัจจุบันนโยบายต่าง ๆ รวมทั้งเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นมา ก็ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างเมื่อวาน ( 20 ธ.ค.) ที่มีการวสำรวจความคิดเห็นประชาชน นโยบายเกือบทุกด้านได้คะแนนเกินครึ่ง แสดงว่าขณะนี้เรากำลังตอบสนองความต้องการของประชาชน แต่เมื่ออยากให้บ้านเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดีจะว่ากันตามกระบวนการ ประชาธิปไตยก็มาเป็นนักประชาธิปไตยซิครับ นักประชาธิปไตยต้องเคารพกฎหมาย เปิดโอกาสให้คนอิ่นสามารถทำงาน สามารถที่จะไปหาเสียง มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมได้ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่ารัฐบาลจะสามารถหยุดความพยายามที่จะเอาประเทศเป็นเดิมพันได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ยึดเอาหลักการของบ้านเมืองเป็นสำคัญที่สุด ไม่เอาความสะดวก ความง่าย ไม่เอาความสบาย ที่เป็นอยู่แม้จะมีการใช้วิธีการและลำบากอย่างไร แต่ตนก็จะรักษาประเทศและหลักการของประเทศไว้

 ต่อข้อถามที่ว่าผลโพลยังระบุด้วยว่าอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยุติความเคลื่อนไหว คิดว่าควรจะมีการรับฟังความเห็นของประชาชนบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเป็นนักประชาธิปไตยก็ต้องความเห็นของประชาชน  

 ถามว่าแต่พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าที่ผ่านมาเป็นฝ่ายถูกกระทำและไม่ได้รับความยุติธรรม นายอภิสิทิ์ กล่าวย้อนถามว่า “ แล้วตรงไหนละครับ แล้วทำไมเวลาต่อสู้คดีแล้วชนะก็บอกว่าระบบใช้ได้ แต่พอต่อสู่ในระบบแล้วแพ้ก็บอกว่าระบบใช้ไม่ได้ ก็เป็นการเอาตามใจตัวเองเป็นหลัก ”

 ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ตอนนี้หลายเรื่องจะไม่ยุติ ยังมีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นขบวนการมากขึ้นจะแก้ปัญหาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่ามันมากขึ้นหรือน้อยลง เพียงแต่ตนอยากให้สังคมมองเห็นว่าข้อเรียกร้องต่าง ๆในขณะนี้เป็นข้อเรียก ร้องเพื่อใคร และการเริ่มใช้วิธีการข่มขู่ พูดถึงความรุนแรงมันเป็นสิ่งที่บ้านเมืองควรจะยอมรับหรือไม่  ตรงนี้ถึงเวลาที่สังคมจะต้องพิจารณาให้ชัดเจน และสิ่งที่ตนเสนอในเรื่องการยุบสภา เรื่องแก้รัฐธรรมนูญมันไม่เคยเป็นสิ่งที่ฝ่ายที่พรรคประชาธิปัตย์ หรือรัฐบาลเป็นผู้ต้องการ แต่เราก็ฟังเสียงและคิดว่าบางส่วนที่มีเหตุมีผลเราก็มายื่นเงื่อนไขที่เป็น ประโยชน์ต่อส่วนรวมและทำร่วมกัน แต่ถ้าถูกปฏิเสธตรงนี้ แล้วจะเรียกร้องเอาความต้องการของส่วนตัวมาอยู่เหนือหลักของบ้านเมืองมันก็ ยอมไม่ได้

 เมื่อถามว่าทำอย่างไรประเทศไทยถึงจะก้าวข้ามคนชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ   นายอภิสิทิ์ กล่าวว่า ถ้าสังคมเริ่มเห็นความต้องการที่แท้จริงว่าเป็นเรื่องของส่วนรวมหรือส่วนตัว ก็จะค่อย ๆ ก้าวพ้นไป ตนคิดว่า 1 ปี ที่ผ่านมา สังคมไทยก็เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งเราต้องใช้ความอดทนของอย่างนี้จะไปก้าวข้ามโดคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นใน เวลาสั้น ๆ คงไม่ได้ แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีความสม่ำเสมอในเรื่องของหลัก ความอดทน และการยอมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์   ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาระบุว่าในวันพุธ ที่ 23 ธ.ค.นี้ จะมีการแฉเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศเพิ่มออกมาอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าตนไม่ทราบ นายจตุพรก็มีเรื่องอะไรพูดไปเรื่อยๆ และถ้ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเราก็ต้องชี้แจง ส่วนเรื่องการฟ้องร้องเราก็มีหลายคดีแล้ว