
พยาบาลเมืองตรัง ตั้งค่าหัวนำจับรุ่นพี่ หลังจากไปค้ำเงินกู้ต้องชดใช้เงินแทน
น้ำตาตก! พยาบาลเมืองตรังสุดทน ตั้งค่าหัวรางวัลนำจับรุ่นพี่ อดีตพยาบาล 3 หมื่นบาท ตามหมายจับคดีฉ้อโกง หลังเสียเหลี่ยมไปค้ำเงินกู้ธนาคาร ต่อสู้มานานหลายปี สุดท้ายต้องชดใช้เงินแทนกว่า 1 ล้านบาท จี้ตรวจสอบอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน รพ.ดัง
วันที่ 7 มี.ค.2563 นางดวงแข บุญเชิด อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/31 หมู่บ้านอุดมลาภ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง พยาบาลวิชาชีพระดับชำนาญการ สังกัด รพ.ศูนย์ตรัง ได้นำเอาหลักฐานทางกฎหมาย และเอกสารธุรกรรมทางการเงิน รวมทั้งหมายจับเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว เพื่อที่จะติดตามตัวและชี้เบาะแส รวมทั้งให้ทางตำรวจเข้าจับกุม นางกุลรภัส แสงสกล อายุ 56 ปี อดีตพยาบาลวิชาชีพ รพ.ศูนย์ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฐานฉ้อโกง หมายจับศาล จ.ตรัง ที่ 227/2562 คดีอาญาที่ 557/2562 ลงวันที่ 25 เม.ย.62 ที่ตนเองเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง หลังต้องชดใช้เงินให้แก่ผู้ต้องหา ที่ตนเองไปเป็นผู้ค้ำประกัน รวมทั้งให้มีการตรวจสอบ อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน รพ.ศูนย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยที่ตนเองเชื่ออย่างแน่นอนว่ามีการฉ้อโกงกันเป็นขบวนการ เนื่องจากไม่มีการนำหักเงินผ่อนจากเงินเดือน อีกทั้งเงินเดือนของผู้ต้องหามีไม่เพียงพอต่อการผ่อนแต่ทำไมถึงสามารถกู้เงินออกมาได้
นางดวงแข กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มี.ค.54 ตนเองได้ไปค้ำเงินกู้จากธนาคารแห่งหนึ่งให้กับ นางกุลรภัส แสงสกล พยาบาลวิชาชีพ รพ.ศูนย์ตรัง (ขณะนั้น) ในโครงการสินเชื่ออเนกประสงค์ แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณะสุข เป็นเงินจำนวน 1,500,000 บาท โดยที่อ้างว่าจะนำเงินกู้จากธนาคารมาปิดยอดเงินกู้ของสหกรณ์จำนวนเท่ากัน ด้วยความเห็นใจและเป็นรุ่นพี่ที่สนิทกัน จึงยอมค้ำให้แต่ทางจำเลยไม่ได้ผ่อนชำระตามข้อตกลง ตั้งแต่เดือนแรก ทำให้ทางธนาคารมีการฟ้องร้องดำเนินคดี ทำให้ตนเองซึ่งเป็นผู้ค้ำต้องเข้าไปไกล่เกลี่ยและประนอม และยังต้องรับผิดชอบผ่อนชำระแทน จนกระทั่งธนาคารได้อายัดบ้านของตนโดยแจ้งว่าไม่ยินยอมให้ประนอนหนี้แล้ว จนตนเองต้องเจรจากับธนาคารเพื่อขอจบคดีความ และชำระหนี้ให้กับธนาคารจำนวน 9 แสนกว่าบาท รวมค่าใช้จ่ายและค่าดอกเบี้ยแล้วประมาณ 1 ล้านบาท
นางดวงแข กล่าวต่อไปว่า ต่อมาทางผู้ต้องหาได้ลาออกจากการเป็นพยาบาล และหนีหายไป แต่ยังได้รับบำเหน็จรายเดือนอยู่จนถึงปัจจุบัน จึงได้เข้าไปแจ้งดำเนินคดีต่อ พ.ต.ท.เมธี ภิญโญประการ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง จนกระทั่งนำมาสู่การออกหมายจับ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถจับกุมได้ ตนเองจึงเกิดข้อสงสัยต่างๆ จึงต้องการความเป็นธรรมและความกระจ่างในทางคดี มีข้อกังขาว่าผู้กู้มีเงินเดือนไม่พอ กู้เงินจากหลายที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เป็นการกู้เงินแบบไม่ปกติ ตอนนี้กังวลเพราะคดีความจะจบสิ้นลงในวันที่ 2 มี.ค.64 ตนเองคิดว่าตกเป็นแพะตั้งแต่ต้นโดนหลอกให้ค้ำประกัน โดยที่มีความสงสัยว่ามันมีความไม่โปร่งใสในขบวนการคิดว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่าง รพ.ศูนย์ตรัง ธนาคาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน รพ.ศูนย์ตรัง ก็อยากได้รับความเป็นธรรมและความชัดเจน โดยที่ตนเองก็ได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังทางธนาคาร แต่ก็ยังไม่ได้รับความกระจ่างแจ้ง อีกทั้งติดต่อกับเจ้าหน้าที่การเงินเป็นการส่วนตัวแล้ว แต่ก็ยังปฏิเสท ขณะเดียวกันก็ได้แจ้งเรื่องไปยัง สำนักงาน ปปช.ประจำ จ.ตรังแล้ว แต่ได้พิจารณาคดีมายังไม่ชัดเจน อีกทั้งได้พูดคุยกับ ผู้อำนวยการของ รพ.ศูนย์ตรังเป็นการส่วนตัว แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่วงเวลานั้น แต่สุดท้ายคดีก็ยังเงียบเฉยอยู่
นางดวงแข กล่าวอีกว่า ตนเองได้ไปสืบความมาจนทราบว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมีการทำให้ผู้กู้ที่เป็นพยาบาลหลายคนในที่ทำงาน ทั้งธนาคารสีฟ้าและสีชมพู โดยที่กู้แล้วไม่ต้องหักจากเงินเดือน และทำให้สลิปเงินเดือนเพียงพอที่จะสามารถกู้ได้ จนกระทั่งมีภาวะหนี้เสียของธนาคารสีชมพู และทางธนาคารได้มาโวยที่โรงพยาบาล และมีการสอบสวนกันภายใน จนกระทั่งมีการระงับไม่ให้เจ้าหน้าที่ รพ.ตรัง ไม่ให้กู้เงินของธนาคารสีชมพูอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่การเงินคนดังกล่าวได้ลาออกไป และที่ทราบมาอีกว่ามีหลายรายที่ไปทำเช่นนี้คือมีการกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลอยู่เต็มแล้ว แต่สามารถไปกู้เงินจากธนาคารสีฟ้าโดยที่ไม่นำหักจากเงินเดือน และมีการยอมรับมาว่าให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินคนดังกล่าวทำเรื่องให้โดยที่ไม่ต้องหักจากเงินเดือน และมีอีกหลายรายที่ตนไปพูดคุยก็มีการสารภาพว่าให้เจ้าหน้าที่การเงินคนดังกล่าวทำให้เช่นเดียวกัน
นางดวงแข กล่าวปิดท้ายว่า ก็อยากให้ทางตำรวจจับกุมคนร้ายมาให้ได้ มันก็คงไม่ยากเย็นเกิน เพราะหากจับมาไม่ได้คดีก็จะสิ้นสุดลง แถมไม่สามารถสืบความมายังผู้ที่ร่วมกันฉ้อโกงด้วย สิ่งที่ตนพยายามทำมาตลอดมันก็จะสูญเปล่า และอยากให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพราะยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่อยู่ในที่ทำงานอีกหลายๆคน ซึ่งตนเองมีความตั้งใจตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้ที่ชี้เบาะแสตัวผู้ต้องหาจนนำมาสู่การจับกุมได้ก็จะให้รางวัลนำจับ 30,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายตำรวจก็จะมีให้ด้วย อย่างไรก็ตามทราบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.
"คมชัดลึก ลึกยิ่งกว่าข่าว" ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง



