ข่าว

“มาร์ค"โต้ตัวเลขมาบตาพุดเสียหายขู่รัฐไม่ได้

“มาร์ค"โต้ตัวเลขมาบตาพุดเสียหายขู่รัฐไม่ได้

21 ธ.ค. 2552

นายกฯ“อภิสิทธิ์" กร้าวเอกชนเอาตัวเลขความเสียหายมาบตาพุดมาขู่รัฐบาลเพื่อกดดันให้แก้ปัญหาไม่ได้ ย้ำต้องพิจารณาตามความเป็นจริงและเคารพคำสั่งศาล

(21ธ.ค.) เวลา 10.15 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง และมีข่าวว่าจะมีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ว่า ตนยังไม่เห็นข้อเสนอดังกล่าว แต่หลักการคือควรตัดโครงการที่อยู่ในการขออนุญาต หรือยังไม่มีอะไรชัดเจน เพราะถือว่าโครงการเหล่านั้นจะต้องเคารพกระบวนการใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะใช้เวลามากขึ้น โดยจะมีอยู่ประมาณ 20 กว่าโครงการ แต่ที่เป็นปัญหาจริง ๆ คือโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว หรือระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งตนได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่ามีประเด็นใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับศาล ที่อาจจะขอความชัดเจนหรือยืดหยุ่นได้ แต่หลักใหญ่คือต้องเคารพคำสั่งศาล

 ผู้สื่อข่าวถามว่าปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมประเมินผลกระทบและตัวเลขที่เกิดความเสียหายกับปัญหานี้สูงถึง 6 แสนล้านบาท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บังเอิญว่าขณะนี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไปต่างประเทศ แต่อย่างที่ตนบอกว่าจะต้องตัดโครงการที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตออกไปก่อน และความเสียหายนั้นจะไปนับรวมมูลค่าโครงการทั้งหมดไม่ได้ เพราะความเสียหายที่จะเกิดขึ้นคือความล่าช้า ซึ่งรัฐบาลจะพยายามทำให้เกิดความชัดเจน ไม่ให้มีการถอนการลงทุน ตนจึงคิดว่าตัวเลขไม่น่าจะสูงถึงขนาดนั้น ที่ผ่านมามีแต่คนพูดว่าตัวเลขเสียหายเป็นแสนล้านบาท ตนก็ยังแปลกใจอยู่พอเรียกให้เอาข้อเท็จจริงมาดูก็ไม่มีหน่วยงานไหนส่งข้อมูลมาให้  

 อย่างไรก็ตามในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หากคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ศึกษาแล้วได้ข้อยุติเกี่ยวกับระเบียบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ว่าด้วยเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ก็จะนำมาพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้มีการประกาศใช้ และให้ 65 โครงการ จะต้องเข้าสู่กระบวนการเหล่านี้ได้เลย ส่วนความคิดเห็นที่ยังไม่ตรงกันในเรื่ององค์การอิสระนั้น ยังพอมีเวลาที่จะดำเนินการ จึงหวังว่าจะสามารถปรับปรุงประกาศสิ่งแวดล้อมได้ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้

                ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่านายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี จะผลักดัน 40 โครงการ ในที่ประชุม ครม.ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้พิจารณาให้ความเห็นชอบ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็น 40 โครงการ หรือโครงการใน 65 โครงการจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ อยู่ที่ศาล ไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายบริหาร เพราะฝ่ายบริหารไม่สามารถทำอะไรได้ เราเพียงมีหน้าที่ทำตามคำวินิจฉัยของศาล

 ดังนั้นใครจะมาบอกว่าแก้ไขปัญหาแบบภาพรวมทั้ง 40 โครงการ 65 โครงการ นั้นจะแก้ไขแบบเดียวกันหมดนั้น มันไม่ได้ จะมาหวังว่าอยู่รวมกันแล้วพูดตัวเลขให้มันน่ากลัวเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นมันไม่ได้ แต่ต้องทำงานร่วมกันและไม่มีปัญหาในข้อกฎหมายอีก เพราะจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุน ตนย้ำไปแล้วว่าเรื่องตัวเลขนั้นไม่มีประโยชน์ อย่าไปคิดว่ามีตัวเลขสูง ๆ แล้วขู่ได้ เพราะตัวเลขนั้นขู่ศาล ขู่รัฐบาลไม่ได้ ขอให้เอาความจริงมา แล้วเราจะช่วยแก้ไขปัญหาให้ได้