ข่าว

หอบปลาร้ารอต้อนรับนายกฯลงพื้นที่ลพบุรีวันนี้ทักษิณโฟนอินปลุกเสื้อแดงสู้

หอบปลาร้ารอต้อนรับนายกฯลงพื้นที่ลพบุรีวันนี้ทักษิณโฟนอินปลุกเสื้อแดงสู้

07 มี.ค. 2552

อ้างนำไปขาย แต่ไม่รับผิดชอบหากใครนำไปขว้างใส่ ด้าน "สุเทพ" สั่ง ตร.เตรียมถ่ายวิดีโอไว้ พบทำผิด ก.ม.ให้จับกุมทันที "อภิสิทธิ์" ขอทำงานสร้างตำนานให้ประชาชนจดจำ ผบช.ภ.5 สั่ง 8 จว.ภาคเหนือตรวจสอบแก๊สน้ำตารับมือม็อบ ตร.บุกค้นเว็บประชาไทหมิ่นสถาบัน

กลุ่มเสื้อแดงภาคกลางระดมกำลังเพื่อต้อนรับการลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคมนี้
 นางมยุรี เศวตาสัย แกนนำกลุ่มเสื้อแดงและเป็นเจ้าของกิจการบ้านเช่าหอพักในตลาดประตูน้ำพระอินทร์ ต.เชียงราก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า วันที่ 7 มีนาคม จะมีบรรดากลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการบ้านเช่า และหอพัก ในเขตประตูน้ำพระอินทร์ และ จ.นครนายก จ.อ่างทอง จ.สิงห์บุรี และ จ.สุพรรณบุรี ไม่น้อยกว่า 3,000 คน จะเดินทางไป จ.ลพบุรี เพื่อร่วมกันขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบกิจการบ้านเช่าและหอพักขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ชุมนุมปิดสนามบินที่ผ่านมา เนื่องจากต่างชาติขาดความมั่นใจ และไม่รู้ว่าจะมีการปิดสนามบินอีกเมื่อใด เนื่องจากรัฐบาลรับปากว่าจะดำเนินการกับผู้ที่ปิดสนามบินในครั้งนั้น แต่ก็ไม่ดำเนินการ ทำให้ต่างชาติที่ลงทุนในไทยมีการหารือจะย้ายฐานการผลิตไปยังเวียดนาม และจีน ส่งผลต่อคนงานที่พักในหอพักของผู้ประกอบกิจการทั้งหมด
 นางมยุรียอมรับว่า เตรียมปลาร้าเอาไว้ 100 ถุง เพื่อนำไปจำหน่ายระหว่างการชุมนุม ในจุดที่ใกล้กับนายกฯพบประชาชน แต่ใครจะซื้อไปทำอะไร หรือเอาไปขว้างใส่นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถจะห้ามได้ โดยตนและกลุ่มเสื้อแดงอยุธยาจะออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 6 มีนาคมนี้ โดยจะไม่ใช้รถบัส หรือรถส่วนตัวที่เคยใช้แล้ว เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่จำได้ อาจจะมาสกัดกั้น จึงอาจจะต้องเปลี่ยนรถใหม่ 
เสื้อแดงลพบุรียันไม่ใช้วิธีปาไข่เน่า
 พ.ต.ยงยศ คงเจริญ แกนนำเสื้อแดง จ.ลพบุรี กล่าวว่า ในการต้อนรับนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางมาที่วัดโบสถ์ ต.โก่งธนู และสถานีอนามัยบ้านดงตาล ต.งิ้วราย อ.เมือง จ.ลพบุรี ตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยจะแวะตรวจราชการที่วัดโบสถ์ ก่อนเป็นแห่งแรก ทางกลุ่มคนเสื้อแดงลพบุรีได้เตรียมคนเสื้อแดงไว้ต้อนรับนายอภิสิทธิ์จุดละประมาณ 400-500 คน
 “ได้สั่งทำป้ายต้อนรับนายอภิสิทธิ์เป็นพิเศษ ทั้ง 2 จุด และขอรับรองว่า เสื้อแดงลพบุรีจะเล่นตามกฎ กติกา ไม่มีไข่เน่า ไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนทหารจากค่ายต่างๆ จะออกมาช่วยตำรวจอารักขานายกฯ หรือไม่นั้น ทางกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้สนใจ” พ.ต.ยงยศกล่าว
เสื้อแดงโคราชสาดน้ำใส่รถมท.1-มท.2
 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย พร้อมคณะ นั่งรถฝ่าม็อบเสื้อแดงที่มีประมาณ 30 คน ซึ่งมาดักรออยู่หน้าโรงเรียนบ้านท่าช้าง ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สถานที่จัดงานโครงการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจหมู่บ้าน และอาสาสมัครนับร้อย มาดูแลความปลอดภัย
 ขณะที่ม็อบเสื้อแดงที่มาชุมนุมได้ตะโกนโห่ขับไล่ อย่างไรก็ตาม ทั้งนายชวรัตน์และนายบุญจงมีสีหน้านิ่งเฉย ไม่ได้แสดงความวิตกใดๆ
 ภายหลังเสร็จพิธี ระหว่างขบวนรถของนายชวรัตน์ และนายบุญจง กำลังเดินทางออกจากบริเวณที่จัดงาน กลุ่มคนเสื้อแดงได้ตะโกนขับไล่ พร้อมทั้งสาดน้ำใส่ขบวนรถของทั้งคู่ ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่ต้องรีบเคลียร์พื้นที่ให้คณะของ รมว.มหาดไทย ออกไปจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็ว
เชียงใหม่โวยทหารแจกรูปแกนนำ
 นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล น.ส.กัญญาภัค มณีจักร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และสมาชิกประมาณ 20 คน แถลงข่าวระบุว่า มีผู้หวังดีแจ้งให้ทราบว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารแจกจ่ายรูปถ่ายประชาชนที่เป็นแกนนำที่เคลื่อนไหวในนามรักเชียงใหม่ 51 และรักลำปาง 51 จึงเกรงว่าจะถูกอุ้มฆ่า ในช่วงที่มีรัฐมนตรีเดินทางมา จ.เชียงใหม่ และกลั่นแกล้งให้กระทำผิดกฎหมายเพื่อจับกุมแกนนำ
 พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า หากกลุ่มเสื้อแดงไม่ได้ทำผิดอะไร ก็ไม่ต้องกลัวหรือหวาดระแวงอะไร

"แม้ว"อัด"มาร์ค"ผ่าน"ไทม์" 
 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม เว็บไซต์ไทม์ (www.time.com) ลงตีพิมพ์บทความสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยยอมรับว่า วันนี้ยังไม่เกษียณทางการเมืองเหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมาโดยตลอด และบรรดาผู้สนับสนุนต่างเรียกร้องให้กลับไปทำให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยเต็มใบ ซึ่งหากจำเป็นก็ต้องการกลับประเทศไทย เพื่อจัดการปัญหาความขัดแย้งและความแตกแยกในประเทศ
 พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ว่า ไม่เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองที่เป็นอยู่ได้ เพราะนายอภิสิทธิ์ได้อำนาจมาจากพันธมิตร และกองทัพหยิบยื่นให้ การที่นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้ทุกประเทศจับกุมตนส่งกลับประเทศไทย ตนรู้ดีว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่คณะทหารที่ยึดอำนาจได้แต่งตั้งศาล ผู้ซึ่งชัดเจนว่าตรงกันข้ามกับตน ดังนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำ ล้วนแต่เป็นเรื่องทางการเมืองทั้งสิ้น
 นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวถึงการเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิของพันธมิตรว่า คนทั้งโลกได้ประณามการกระทำที่เกิดขึ้น ซึ่งมันคือการรัฐประหารเงียบที่สนับสนุนโดยกองทัพ ทหารหลายคนไปร่วมกันอยู่ที่นั่นเพื่อสนับสนุนคนเสื้อเหลือง ซึ่งเรื่องนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อรัฐบาลสั่งการให้กองทัพเคลียร์สนามบิน แต่กองทัพกลับไม่เต็มใจทำ กลุ่มคนเสื้อแดงจึงไม่พอใจเรื่องนี้ ถ้าประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ภายใต้หลักนิติธรรม สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเป็นอันขาด พวกที่ได้ละเมิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษ

ทักษิณโฟนอินปลุกเสื้อแดงหนองคายสู้
 เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่ลานอเนกประสงค์ ข้างวัดภิรมยาราม ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย กลุ่มคนเสื้อแดง อ.โพนพิสัย ได้รวมตัวกันจัดงานราตรีคนเสื้อแดงหนองคาย มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,500 คน ภายในงานระบุว่า เป็นการเปิดตัวชมรมนาคราชแดง พิทักษ์ประชาธิปไตยหนองคาย โดยมี ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล
 จากนั้นเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณได้โทรศัพท์เข้าเครื่องของนางชมภู จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ที่เป็นแม่งานใหญ่ กล่าวทักทายกับชาวเสื้อแดงนาน 6 นาที ใจความว่า “ขอบคุณพี่น้องที่มารวมตัวกัน ตอนนี้ประเทศไทยไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริงก็อยู่กันลำบาก ผมเป็นห่วงพี่น้องมาก เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เป็นปัญหาทั้งภายในและภายนอกประเทศ อยากให้กำลังใจทุกคนว่า ต้องใช้จ่ายระมัดระวัง เงินทองหายาก เศรษฐกิจคงไม่ดี ไม่ฟื้นเร็วเหมือนที่อื่น พี่น้องต้องช่วยตัวเองเต็มที่ อย่าหวังพึ่งรัฐบาล ขอบคุณในน้ำใจของชาวเสื้อแดง ขอบคุณ ส.ส.ที่ห่วงใย อยากให้ผมกลับบ้าน สีแดงนั้นคือชาติ ถ้ารักชาติ เราไม่ผิด แต่เรากำลังถูกหาว่าสร้างปัญหา เรากำลังถูกกลั่นแกล้ง วันที่พวกเราได้รับมอบหมายจากประชาชนให้บริหารประเทศ เขาก่อกวนจนเราพัง มาวันนี้เราทำบ้าง กลับบอกว่าหนวกหู จึงไม่มีความเป็นธรรม ขอให้ทุกคนต่อสู้เพื่อนำความเป็นธรรมกลับมา”
นายกฯไม่วิตกไปลพบุรีเชื่อจนท.คุมอยู่
 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ถึง 1,500 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัยในการลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ในวันที่ 7 มีนาคม ว่า ยังไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร แต่ทราบว่าจะมีกิจกรรมของกลุ่มที่คัดค้านรัฐบาลอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่คงเพียงดูแลไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงหรือการปะทะกันเท่านั้น
 “การลงพื้นที่ครั้งนี้ ผมไม่มีความกังวลอะไร และมีความมั่นใจ เพราะคิดว่าไปทำหน้าที่ ไปทำงานตามปกติ ส่วนจะมีใครไปทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวอะไร เจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแลให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย” นายอภิสิทธิ์กล่าว
 ส่วนการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลสถานการณ์ได้จะเปลี่ยนคนที่มีประสิทธิภาพเข้าไปทำหน้าที่แทน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่หรอก เป็นธรรมดาของหน่วยงานและองค์กรที่การทำงานต้องขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพ และคิดว่าอย่าเพิ่มไปสรุปว่าเป็นคำขู่ หรือว่าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเป็นอย่างนี้ โดยในทางปฏิบัติหน้าที่และภารกิจของเจ้าหน้าที่ในแต่ละองค์กรรวมถึงรัฐบาล ก็จะต้องมีผลงานในการจะทำให้การบริหารจัดการเป็นไปตามวัตถุประสงค์
"สุเทพ" สั่งตร.ถ่ายวิดีโอม็อบทำผิดก.ม.
 นายสุเทพกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมรับคณะของนายอภิสิทธิ์ที่จะลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ว่า ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า มีคนตำหนิว่าเวลาให้สัมภาษณ์ไม่ค่อยยิ้ม ดังนั้นเวลายิ้มอย่าคิดว่าตนไปยิ้มเยาะคนเสื้อแดง อย่างไรก็ตาม เรื่องคนเสื้อแดงนี้ไม่หนักใจ และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้แสดงความหนักใจอะไร เพราะเราก็ทำหน้าที่ของเราตามที่เห็นว่าจำเป็นจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกันจะได้รับฟังความเห็นปัญหาของประชาชน
 "อย่าคิดว่าที่ผมพูดนี้เป็นการท้าทาย แต่ต้องชี้แจงให้ทราบว่า ที่ต้องลงพื้นที่ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนคนที่จะมาต่อต้านก็ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าทำผิดกฎหมาย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ พวกผมเป็นรัฐบาลก็จะเคารพ แต่ถ้าเอาไข่มาขว้างหรือบุกรุกสถานที่ราชการ ถือว่าผิดกฎหมาย เราต้องดำเนินคดี" นายสุเทพกล่าว
 เมื่อถามว่าขณะนี้ได้รับรายงานว่าจะมีการปาไข่หรือบุกรุกสถานที่ราชการในระหว่างที่รัฐมนตรีลงพื้นที่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า มีบ้าง และได้สั่งการไปแล้วว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกจังหวัดเตรียมกล้องวิดีโอไว้สำหรับบันทึกเหตุการณ์ผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ให้มีภาพเป็นหลักฐานไว้ดำเนินคดีทันที โดยไม่ต้องรอให้มีผู้มาแจ้งความดำเนินคดี เพราะถือเป็นความผิดเฉพาะหน้า
 เมื่อถามว่าการกำชับสั่งการเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวดนี้ เกรงหรือไม่ว่าจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดผวาว่าจะถูกสั่งย้าย หากไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ นายสุเทพกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ไปเด้ง ไปย้ายผู้ว่าฯ โดยไม่มีสาเหตุ และยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่ข่มเหงรังแกข้าราชการ เพียงแต่ขอให้ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ตรงไปตรงมา อย่าไปรับใช้คนผิด ถ้าทำได้อย่างนี้ก็ปลอดภัย ไม่มีปัญหา
ผบช.ภ.1 สั่งระดมตร.ปราบจลาจลรับมือ
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พล.ต.ต.สถิตย์ ต้นสงวน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้เรียกประชุมนายตำรวจ ตั้งแต่ผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ เพื่อเตรียมการอารักขานายกรัฐมนตรีที่จะลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ โดยสั่งการให้ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลประมาณ 4 กองร้อย เตรียมรับมือคนเสื้อแดง ที่จะไปต้อนรับนายกรัฐมนตรีด้วย
ผบช.ภ.5สั่งตรวจสอบแก๊สน้ำตารับมือม็อบ
 พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยรัฐมนตรีที่จะเดินทางมาทำงานในพื้นที่ภาคเหนือ ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการสอดรับ เพื่อไม่ให้รัฐมนตรีพบอุปสรรคและปัญหาในการทำงาน การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่จะต่อต้าน หรืออะไรทำได้ตามระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพ แต่ต้องมีกรอบที่พอดี และชัดเจนว่า จะไม่เกิดเหตุบานปลายจนแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ และต้องไม่ปล่อยให้นำไข่ หนังสติ๊ก หรืออะไรก็ตาม ที่อาจจะก่อเหตุลุกลามติดตัวผู้ชุมนุมไปทำร้ายสิทธิคนอื่น
 "ผมมีแผนทบทวนแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชน ตรวจสอบอายุการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะแก๊สน้ำตา หากพบว่าหมดอายุต้องจำหน่ายออก" ผบช.ภ.5 กล่าว
"จตุพร"อัด"มาร์ค"ลงพื้นที่ไหนมีแต่หายนะ
 ที่ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ร่วมแถลงข่าวถึงความพร้อมในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงตามจังหวัดต่างๆ รวมทั้งกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหมายจับเสื้อแดง 6 คน กรณีทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารรายหนึ่งที่ไปสังเกตการณ์การชุมนุม
 นายวีระกล่าวว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 8 มีนาคม จะเป็นไปตามจุดยืนเดิม คือ สงบ สันติ และอหิงสา ปราศจากอาวุธ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกังวล ซึ่งจะมีการพูดเรื่องสำคัญ คือ เพราะอะไรรัฐบาลชุดนี้จึงไม่ควรบริหารประเทศอีกต่อไป นอกจากนี้ก็ไม่ต้องไปแปลกใจหากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศจะมีการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงเป็นจุดๆ จุดละ 100-500 คน ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ภาคใต้ อย่าง สตูล สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ที่เรียกร้องให้แกนนำคนเสื้อแดงยกทีมลงไปปราศรัยใหญ่
 นายจตุพรกล่าวว่า ได้ประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการโฟนอินมาพูดคุยกับผู้ชุมนุมใน 4 เวทีของการชุมนุมคนเสื้อแดงในต่างจังหวัด โดยที่ จ.ขอนแก่น จะมีการโฟนอินในเวลาประมาณ 19.00 น. โดยนายวีระจะเป็นพิธีกรในการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจะเป็นการพูดเรื่องปัญหาปากท้อง ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ โดยจะเป็นการมองปัญหาไปข้างหน้า และจะมีการถ่ายทอดการโฟนอินผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดี สเตชั่น ทุกครั้ง
 นายจตุพรยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ของนายกรัฐมนตรี ที่ทีมโฆษกส่วนตัวบอกว่าเป็นช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง จะพาบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองนั้น จะทำให้นายอภิสิทธิ์รับรู้ความจริงว่า พื้นที่ไหนที่นายอภิสิทธิ์ลงไป ความหายนะจะบังเกิด เพราะขณะนี้ข้าราชการทุกฝ่ายต่างเกรงกลัวการข่มขู่จากรัฐบาล จนมีอาการไหวหวั่น เช่น รองผู้บังคับการจังหวัดลพบุรี ที่ออกมาข่มขู่คนเสื้อแดงว่า หากมีการชุมนุมขับไล่นายอภิสิทธิ์ ก็เท่ากับฆ่าตัวตายนั้น ก็ไม่ทราบว่า รองผู้บังคับการจังหวัดลพบุรีมีสิทธิ์อะไรมาข่มขู่คนเสื้อแดง เพราะหากเกิดอะไรขึ้น คนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง โดยไม่ต้องมาร้องขออะไรทั้งสิ้น เพราะครั้งนี้เจอที่ไหนไล่ที่นั่นทันที
นำ 6 เสื้อแดงรุมยำทหารมอบตัวเสาร์นี้
 นายจตุพรกล่าวถึงหมายจับ 6 ผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ทำร้ายทหารระหว่างการชุมนุมใหญ่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลว่า ตนพร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ แกนนำคนเสื้อแดง จะนำคนเสื้อแดง 3 คน และกำลังตามหาอีก 3 คน ไปมอบตัวในวันที่ 7 มีนาคม โดยจะใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวทั้งหมด และจะทวงถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า การออกหมายจับคนเสื้อแดง 6 คน แบบฟาสต์ฟู้ดอย่างนี้ แล้วคดีของกลุ่มพันธมิตรที่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ปิดทำเนียบรัฐบาล และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ตำรวจทำอะไรอยู่ นอกจากนี้คนเสื้อแดงจะทวงถามไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่พยายามแทรกแซงการชุมนุมตลอดเวลา ด้วยการส่งทหารแฝงตัวเข้ามาชุมนุมโดยที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของทหาร และหาก พล.อ.อนุพงษ์มีความเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้ เรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่มีปัญหา
นายกฯขอทำงานสร้างตำนาน
  ที่โรงแรมเพนนินซูล่า เมื่อเวลา 08.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวจากฮ่องกง ที่สอบถามถึงการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวบุคคล ทั้งนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะขอทำงานเพื่อประเทศและส่วนรวม เพื่อให้ประชาชนจดจำเป็นตำนานต่อไปภายหลังจากพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ไปแล้ว ว่าได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
 ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามนายกรัฐมนตรีถึงการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นสถาบัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ใช่กฎหมายพิเศษ แต่เป็นส่วนหนึ่งของประมวลกฎหมายอาญาที่มีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่ตัวบุคคล ที่ผ่านมามีความพยายามดึงเอาสถาบันลงมาอยู่ในความขัดแย้ง และมีการละเมิดสถาบันในบางเรื่อง ดังนั้น กฎหมายไม่ได้ล้าหลัง
 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนข้อสงสัยและข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ส่วนตัวเห็นว่าหลายประเทศก็มีการปรับปรุงกฎหมายในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น กฎหมายหมิ่นศาล แต่การดำเนินการของเราก็เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันชั้นสูงของเรา ที่ถือเป็นหัวใจของคนไทยที่ต้องได้รับการปกป้อง
 นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าแนวทางการปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า คิดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนจะมีหน่วยงานใดบ้างกำลังดำเนินแนวทางและคิดอยู่ เบื้องต้นจะดูที่เรื่องการบังคับใช้ก่อน เพราะคิดว่าที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการบังคับใช้มากกว่า และในส่วนของการเพิ่มเติมแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้องนั้น ถ้าจะทำก็ทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น
 ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้กฎหมายดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีผลต่อมุมมองของต่างประเทศใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เพื่อความเป็นธรรมที่เกิดขึ้น
"สุเทพ"ขวางแก้ก.ม.-ย้ำปกป้องสถาบัน
 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบัน ว่า ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง เห็นว่าใครจะลบหลู่ ดูหมิ่น ทำให้เกิดความเสียหายไม่ได้ ดังนั้น ถ้าวันนี้ใครมาชวนให้แก้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็จะไม่ยอมเด็ดขาด และในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะดูแลไม่ให้คนที่ไม่หวังดีนำสถาบันเป็นเครื่องมือข่มเหงรังแกคนอื่น แต่ถ้ามีคนจงใจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ละเมิดสถาบัน รัฐบาลก็ยอมไม่ได้
ตร.บุกค้นเว็บ"ประชาไท"หมิ่นเบื้องสูง
 เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.สาธิต ต ชยภพ รอง ผบก.ป. นำกำลังตำรวจกองปราบปรามกว่า 10 นาย เดินทางไปยังสำนักงานเว็บไซต์ประชาไท เลขที่ 409 ชั้น 1 อาคาร มอส. ซ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. โดยแจ้งข้อกล่าวหา กระทำผิดมาตรา 15 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เผยแพร่ข้อมูลในเว็บไซต์ โดยมีเนื้อหาหมิ่นสถาบัน ซึ่งเบื้องต้นตำรวจได้แสดงหมายค้นและหมายจับ น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท ด้วยข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 15 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดย น.ส.จีรนุชปฏิเสธให้การใดๆ จนกว่าจะมีทนายความให้คำปรึกษา
 จากการสอบถามนายชูวัฒน์ เลิศกิติสุข บรรณาธิการ ให้การในเบื้องต้นว่า เข้าใจว่าประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในครั้งนี้ น่าจะเกิดจากการที่มีผู้เข้ามาโพสต์ข้อความในเว็บบอร์ด ซึ่งมีข้อความเป็นจำนวนมาก อาจลบไม่ทัน จึงเกิดปัญหาขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และเอกสารที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ
พท.เมินเสียง"เหนาะ"ยันยื่นซักฟอกแน่
 นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้ว่านายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช จะเสนอแนะให้เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติก็ตาม เพราะแนวทางการยื่นอภิปรายของพรรคเพื่อไทยเป็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและจะมีการยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีด้วย
 “ท่านเสนาะอยากให้ตั้งกระทู้ยื่นญัตติขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติ เพราะบ้านเมืองไปไม่ไหวแล้ว และขณะนี้เหยื่อยังเข้าปากปลาไม่มิด ดังนั้น ควรรอให้ปลางับเหยื่อ กินเบ็ดเสียก่อน ซึ่งเหยื่อในความหมายของท่านเสนาะก็คือโครงการใหญ่ๆ ที่ขณะนี้เมื่อรัฐบาลทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีการชะลอโครงการไว้แล้ว" นายวิทยากล่าว           
 เมื่อถามว่านายเสนาะยังมีทีท่าทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยต่อไปหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า นายเสนาะคงให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการในส่วนของพรรค ดังนั้นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พรรคประชาราชคงไม่ลงชื่อร่วมเสนอญัตติ จะขอเป็นคนฟังเท่านั้น
 เมื่อถามอีกว่า นายเสนาะยังเหนียวแน่นกับพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า "ไม่ได้ถามนายเสนาะในเรื่องนี้"
 ส่วนกรณีที่มี ส.ส.บางคนเสนอให้เลื่อนยื่นอภิปรายออกไปเป็นช่วงเดือนเมษายนนั้น ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า คงไม่สามารถเลื่อนได้
ให้"เหลิม"ชี้ขาดหากต้องเลื่อนซักฟอก
 ขณะที่ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า มี ส.ส.ในบางพรรคส่วนต้องการให้เลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกไป เพื่อรอดูความชัดเจนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมีข้อมูลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คนที่จะตัดสินใจที่จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปราย ทั้งนี้ ถ้าเลื่อนคงเป็นแค่ 1-2 วัน ไม่ใช่เลื่อนเป็นสัปดาห์ และยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการที่นายกฯ จะไปเดินทางไปต่างประเทศ
วุฒิสภาเลือก"ประชา"นั่งเลขาฯ ป.ป.ช.
 ที่ประชุมวุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบ นายปรีชา เลิศกมลมาศ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นเลขาธิการ ป.ป.ช.คนใหม่ หลังจากที่ประชุมได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อของวุฒิสภา และใช้เวลาประชุมลับเพียง 10 นาที ผลการลงมติออกมาด้วยคะแนน 99 เสียงต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง
กฤษฎีกายืนตามเพิกถอนสิทธิ "สรชา"
 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) น.ส.สรชา วีรชาติวัฒนา ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาแจกเงินซื้อเสียงพร้อมแนบนามบัตร โดย กกต.ได้ส่งทีมเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วย ประธานกรรมการกฤษฎีกาทุกคณะ ล่าสุดทางคณะกรรมการตรวจสอบได้มีหนังสือแจ้งมายัง กกต.ว่า มีมติยืนตาม กกต.ในการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยเรื่องนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเห็นว่า เป็นดุลพินิจที่ กกต.ได้วินิจฉัยมาแล้ว คงไม่อาจก้าวล่วงได้ จึงยืนตามมติ โดยวันที่ 10 มีนาคม จะเสนอต่อที่ประชุม กกต.เพื่อรับทราบ พร้อมกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างในวันที่ 29 มีนาคม นี้